พท.แถลงสับรธน. ปกป้องรัฐประหาร - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

พท.แถลงสับรธน. ปกป้องรัฐประหาร

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ก.พ. 2559 05:20
4,398 ครั้ง


ทำลายล้างพรรค ปชป.ชงฉบับ50 หากถูกโหวตคว่ำ

กรธ.เผยคืบหน้าแก้ไขร่าง รธน.แล้ว 5 หมวด เอือมนักการเมืองดีแต่ค้าน ไม่เสนอแผนยุทธศาสตร์ ชี้ข้อเสนอ ครม.ไม่จำเป็นต้องรื้อโครงสร้าง รธน.วอนอย่ามโนเกมสับขาหลอก “วิษณุ” เผยทำความเข้าใจ “มีชัย” แล้ว ย้ำข้อเสนอ ครม.กลั่นจากบทเรียนก่อนรัฐประหาร 22 พ.ค.57 คลี่โจทย์ขัดแย้งค้นหาทางออก สปท.การเมืองยังมึน กางตำราหลายตลบค้นไม่พบ รธน. 2 ช่วง ชี้ขาดความต่อเนื่อง ไม่น่าเชื่อถือ ช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลก็พอแล้ว “ดิเรก” เตือน กรธ.บ้าจี้ทำตามแหกโค้งประชามติแน่ พรรคเพื่อไทยเปิดคำแถลงสับ รธน.ฉบับปกป้องรัฐประหาร เสริมบันได 4 ขั้นต่อยอดทำลายล้าง พท. เตะตัดขาไม่ให้ได้เสียงข้างมาก แม้เป็นรัฐบาลก็อ่อนเปลี้ยบ่มิไก๊ เฉดหัวทิ้งง่าย นปช.เตือนสติข้อเสนอ ครม.ใช้ ปชต.ครึ่งใบแค่เป้าหลอก ปชป.ชงย้ำใช้ รธน.50 ถ้าประชามติไม่ผ่าน เย้ยฉบับ “บวรศักดิ์” ไร้ราคา พวกเดียวกันยังคว่ำมาแล้ว

ความเคลื่อนไหวยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยังคงเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนกระดานข่าวการเมืองต่อเนื่อง หลายฝ่ายทยอยส่งความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นให้ กรธ. โดยข้อเสนอของ ครม.ยังตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนัก ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นความพยายามสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญหรือไม่ ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาย้ำว่า เป็นเจตนาดีที่ต้องการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งเช่นในอดีต ขณะที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์โจมตีการยกร่างของ กรธ.

กรธ.ปรับแก้ร่าง รธน.แล้ว 5 หมวด

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ขณะนี้ กรธ.พิจารณาไปแล้ว 5 หมวด ได้แก่ หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพปวงชนชาวไทย หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย และหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ มีประเด็นที่ กรธ.ได้หารือกันอย่างมาก คือ เนื้อหาของหมวด 3 และหมวด 5 ที่ต้องพิจารณาอย่างเชื่อมโยง เนื่องจากมีผู้เสนอให้นำบทบัญญัติหมวด 5 หน้าที่ของรัฐไปไว้ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย เพื่อให้เป็นสิทธิของประชาชนแทนการกำหนดว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ ส่วนกรณีที่มีข้อท้วงติงเรื่องการกำหนดให้รัฐมีหน้าที่จัดมาตรฐานหรือกลไกในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้บริโภครวมกลุ่มกันเพื่อปกป้องสิทธิของตนนั้นอาจนำไปสู่การฟ้องร้องรัฐบาลได้เป็นรายวันและเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะก่อให้เกิดการฟ้องร้องเป็นรายวันได้ เนื่องจากในรายละเอียดต้องมีข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานว่ารัฐต้องดำเนินการแบบไหน

ปลายสัปดาห์หน้าถกปมการเมือง

นายอุดมกล่าวด้วยว่า ความตั้งใจของ กรธ.ต่อการกำหนดรายละเอียดสำคัญไว้ในหน้าที่ของรัฐ เพื่อต้องการยกระดับมาตรฐานการทำหน้าที่ของรัฐบาลให้สูงขึ้น และยกระดับการทำงานภาคประชาสังคมด้วยเช่นกัน หากพิจารณาเหตุการณ์ในอดีต การเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องใดๆจะเป็นประเด็นเฉพาะพื้นที่ หรือเฉพาะรายบุคคลเท่านั้น แต่เมื่อกำหนดให้รัฐต้องทำเป็นหน้าที่จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่และสำหรับคนทุกกลุ่ม กรณีที่คิดว่า กรธ.ให้ความสำคัญกับรัฐดึงอำนาจให้รัฐเป็นใหญ่ แต่ในมุมมองของ กรธ.ไม่ใช่แบบนั้น เราไม่ได้มองว่ารัฐเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่รัฐต้องมีมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าใครหรือรัฐบาลชุดไหนจะเข้ามาบริหารประเทศก็ตาม สำหรับการพิจารณาของ กรธ.ในสัปดาห์ถัดไป จะนำเนื้อหาในหมวดหน้าที่รัฐและแนวนโยบายแห่งรัฐ มาพิจารณาตามที่มีผู้เสนอความเห็น หากเป็นประเด็นที่ไม่ผิดจากหลักการของ กรธ. จะนำมาพิจารณาปรับปรุงให้ จากนั้นในปลายสัปดาห์จะเข้าสู่เนื้อหาในหมวดการเมือง

ฉะนักการเมืองดีแต่ค้าน-กล่าวหา

นายเธียนชัย ณ นคร กรธ. กล่าวว่า ข้อเสนอ ครม. 16 ข้อ ที่ส่งมา กรธ.ได้พิจารณาไปบ้างแล้ว แต่อยู่ในช่วงต้น ยังไม่ไปถึงข้อ 16 ที่หลายฝ่ายวิจารณ์ เพราะในส่วนนี้คงนำมาพิจารณาหลังสุด เนื่องจากพัวพันกับบทเฉพาะกาลด้วย คาดว่าช่วงกลางเดือน มี.ค.จะหยิบมาพิจารณา ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองเกรงว่า หาก กรธ.ทำตามข้อเสนอของ ครม.อาจจะต้องรื้อทำใหม่ทั้งฉบับนั้น คงไม่ถึงกับต้องร่างใหม่ แต่บางคนอาจถามเรื่องช่วงเวลาระยะเปลี่ยนผ่าน ต้องมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ประเทศต้องมีเป้าหมายชัดเจน ที่ผ่านมานักการเมืองไม่เห็นออกมาพูดเรื่องนี้ พูดแต่นโยบายระยะสั้น แต่พอรัฐบาลทหารออกมานำเสนอกลับคัดค้าน อย่าไปคิดไกลว่ารัฐบาลกับ กรธ.มาสับขาหลอก คิดว่าเล่นเกมทางการเมืองไม่มีประโยชน์ นักการเมืองกลับไปคิดยุทธศาสตร์มานำเสนอแข่งกันดีกว่า ประชาชนจะได้มีทางเลือกเปรียบเทียบกันดูอย่างมีเหตุผล

ข้อเสนอ ครม.ป้องกันขัดแย้งซ้ำเก่า

เมื่อเวลา 10.30 น. นายวิษณุ เครืองาม รอง นายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุว่า ยังไม่เข้าใจข้อเสนอของรัฐบาลต่อร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก โดยเฉพาะข้อ 16 ว่า ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับนายมีชัยแล้ว นายมีชัยให้ตนยกตัวอย่าง แต่ไม่ได้ยกตัวอย่างไป เพราะยังนึกไม่ออก จึงให้ท่านไปนึกเอาเอง แต่ประเด็นหลักก็เหมือนกับที่อธิบายสื่อมวลชนไป คือเอาเหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 เป็นโจทย์แล้วคลี่ออกมาหาทางออก บางอย่างก็เขียนไว้แล้ว แต่การทำเช่นนี้จะได้รู้ว่าอะไรที่มันหายไป ก็ไปแก้ตรงนั้น ไม่ถึงขนาดต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)

ใช้สารพัดช่องทางเผยแพร่ร่าง รธน.

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เกี่ยวกับประเด็นการทำประชามติมายังรัฐบาล นายวิษณุตอบว่า ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูในรายละเอียด สำหรับรูปแบบการจัดส่งร่างรัฐ-ธรรมนูญที่อาจลดจำนวนจากร้อยละ 80 ลงมานั้น การพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญแจกจ่ายยังคงมีอยู่ แต่อาจลดลงมาแล้วเผยแพร่ด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติม เช่น เผยแพร่ทางสื่อ แอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์ เว็บไซต์ ส่วนคู่มือบทสรุปร่างรัฐธรรมนูญจะทำอย่างทั่วถึง หากใครอยากได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม สามารถขอเข้ามาได้ เพราะแสดงว่าเขาอยากอ่านจริง เมื่อถามอีกว่า หลังจากนี้จะมีการหารือกับหน่วยงานต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำประชามติอีกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มี แต่ไม่ใช่การหารือวงใหญ่ ทุกหน่วยงาน จะหารือเป็นเรื่องๆไป รัฐบาลจะเป็นผู้ประสานให้ เช่น เรื่องงบประมาณ ก็จะให้ กกต.มาคุยกับสำนักงบประมาณ เป็นต้น

สปท.งงไม่เคยเจอใช้ รธน. 2 ช่วง

นายสุชน ชาลีเครือ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณี ครม.เสนอข้อคิดเห็นการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแบ่งเป็นสองช่วงว่า ไม่เห็นด้วยต่อการให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วง จะทำให้ขาดความต่อเนื่อง ไม่น่าเชื่อถือ และถูกตีความไปต่างๆนานา และเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนที่ให้แบ่งการใช้รัฐธรรมนูญเป็นสองช่วง หากจะให้บังคับใช้หลักเกณฑ์บางอย่างในช่วงเฉพาะกาลที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองนั้น ควรนำไปเขียนบทเฉพาะกาล ไม่จำเป็นต้องแบ่งการบังคับใช้เป็นสองช่วง และควรใช้แค่ในระยะเวลาไม่นาน พอรัฐบาลชุดใหม่แถลงนโยบายการทำงานต่อรัฐสภา หลักเกณฑ์ชั่วคราวต่างๆก็ควรยุติลง เพื่อให้รัฐบาลใหม่ทำงานได้เต็มที่ กรธ.และรัฐบาลชุดปัจจุบันต้องไว้วางใจประชาชนที่เลือกรัฐบาลใหม่มาทำหน้าที่

ยังคลุมเครือข้อเสนอหรือคำสั่ง

นายนิกร จำนง สปท.การเมือง กล่าวว่า ข้อเสนอของ ครม.ในข้อ 16 เรื่องการให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง ยังไม่มีความชัดเจน เป็นลักษณะก้ำกึ่งระหว่างข้อคิดเห็นกับการขอให้ทำตาม ในขณะที่ข้อเสนอข้ออื่นๆอีก 15 ข้อ มีความชัดเจนว่า เป็นข้อเสนอแนะ ยกเว้นข้อ 16 ที่ยังมีความคลุมเครือ แม้แต่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ก็ยังไม่เข้าใจ ต้องขอหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีก่อน เป็นเรื่องของแม่น้ำสองสายคือ ครม.และ กรธ.ต้องไปทำความเข้าใจกันให้ดี

คนรู้ทันจ้องต่ออำนาจอีกแล้ว

นายสมพงษ์ สระกวี สปท.การเมือง กล่าวว่า ข้อเสนอ 16 ข้อของ ครม. ถ้ามองในมุมของรัฐบาล เขาก็มีสิทธิคิดไม่ผิด แต่มุมของประชาชนมีแต่คนคิดกันว่าจะต่ออำนาจชั่วคราวอีกแล้วใช่หรือไม่ การที่รัฐบาลแสดงเจตจำนงว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชั่วคราวปี 2557 ในเรื่องหลักเกณฑ์ของการทำประชามติ จากที่ต้องได้เสียงกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ มาเป็นใช้เสียงกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธินั้น คงอยากให้ผ่านประชามติ แต่หากยังดันทุรังเขียนเนื้อหาใช้ไม่ได้แบบนี้ คงถูกประชาชนคว่ำ นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 แล้วนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯ คงจะมีเพื่อนร่วมชะตากรรมใหม่ชื่อนายมีชัยไปอยู่ด้วยแน่ๆ

เตือน กรธ.ทำตาม รธน.แหกโค้งแน่

นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับบางข้อเสนอของ ครม. เพราะเป็นแนวทางที่อยากสงวนอำนาจเอาไว้ จะถูกติฉินเปล่าๆ ครม.ชุดนี้ มาจากการรัฐประหารทั้งหมด จึงอาจถูกมองว่ายังอยากรักษาอำนาจชั่วคราวเอาไว้หรือไม่ ต้นตอของปัญหาเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่ได้สร้างรูปแบบ ส.ว.สรรหาขึ้นมา ทั้งๆที่รูปแบบ ส.ว.เลือกตั้งอย่างเดียวในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ก็ดีอยู่แล้ว

“โจทย์มาจากรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ผิดพลาด แทนที่จะไปแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น แต่กลับไปทำให้ยุ่งเหยิงเสียอีก ถ้านายมีชัยไปแก้ตามข้อเสนอที่ ครม.ชงมาอีกก็จะกลายเป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับลิดรอนอำนาจประชาชน นายมีชัยต้องอย่าไปมอบอำนาจพิเศษให้ใครอีก การที่ ครม.เสนอมาเช่นนี้แสดงว่ายังหวงอำนาจ ผมไม่เห็นด้วย และก็เชื่อว่านักวิชาการจำนวนมากก็ไม่เห็นด้วย เริ่มต้นคนก็ออกมาค้านกันทั่วแล้ว ไม่ต้องไปพูดถึงประชามติว่าจะผ่านหรือไม่ ถ้าเป็นแบบนี้ไม่สงบ เดินหน้าไม่ได้เกิดวิกฤติอีกแน่” นายดิเรกกล่าว

ยุทธศาสตร์ชาติวางกรอบเปล่าบังคับ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่า มีไว้เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาประเทศ ร่วมกันของรัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชน ในแต่ละช่วงเวลา ให้ขับเคลื่อนบ้านเมืองไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเหมือนที่ผ่านมา และเป็นเพียงกรอบกว้างๆ ให้รู้ว่าประเทศจะเดินไปอย่างไร ไม่ใช่การบังคับว่าต้องทำอะไร ส่วนแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ แต่ละฉบับที่มีระยะเวลา 5 ปี หรือนโยบายรัฐบาล ที่จะถูกกำหนดขึ้นในอนาคต จะเป็นแผนปฏิบัติการในรายละเอียด แต่ละรัฐบาลจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และยังใช้เป็นตัวชี้วัดเพื่อประเมินผลงานด้วยว่า เป็นไปตามกรอบแนวทางระดับชาติหรือไม่ นายกฯเห็นว่านักการเมืองที่มุ่งมั่นทำเพื่อบ้านเมืองจริงๆ คงไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นอุปสรรค ขอให้ประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศชาติเข้มแข็ง เข้าใจตามเจตนารมณ์นี้ ร่วมมือกันกำหนดอนาคตของชาติ คาดว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้นภายใน 5 ปีนี้ ขออย่าหลงเชื่อผู้ที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเหล่านี้

ยัน รด.จิตอาสาไม่ชี้นำประชามติ

พล.ต.สรรเสริญยังกล่าวถึงโครงการ รด.จิตอาสา ที่หลายฝ่ายกังวลว่านักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) จะไปชี้นำประชาชน ให้ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญว่า โครงการ รด.จิตอาสา เริ่มขึ้นตั้งแต่ ต.ค.58 โดยให้ นศท. ช่วยเหลือบ้านเมือง ครอบคลุม 5 เรื่องคือ 1. การเทิดทูนสถาบัน 2. การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 3.การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย 4. การสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน 5.การเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องร่างรัฐธรรมนูญเข้าข่ายภารกิจ ข้อ 4 ยืนยันว่าไม่ใช่การชี้นำ เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับประชาชนเอง เยาวชนคงไม่สามารถไปบังคับกะเกณฑ์สิ่งใดได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้กองทัพทำหน้าที่สนับสนุนกิจการบ้านเมืองอย่างเต็มที่ แต่ต้องวางตัวเป็นกลาง และไม่ชี้นำ เพื่อให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สังคมเข้าใจเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกองทัพว่าไม่มีสิ่งใดแอบแฝง ในยามศึกทหารทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องอธิปไตยของชาติ ส่วนยามสงบทหารทำหน้าที่ช่วยพัฒนาประเทศ

พท.ซัดแผนบันได 4 ขั้นมุ่งทำลาย

ด้านความเคลื่อนไหวพรรคการเมือง วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกคำแถลงวิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ใจความว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นเพียงละครน้ำเน่าทางการเมือง การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด นายกรัฐมนตรีเป็นคนนอกได้ ศาลรัฐธรรมนูญควบคุมและตัดสินทุกองค์กร และตีความรัฐธรรมนูญได้ตามใจชอบ วางคุณสมบัติคนจะเป็นนักการเมืองไว้เข้มงวด ยังไม่นับการซ่อนเงื่อนอีกมากมายเพื่อทำลายอำนาจของประชาชน ทั้งหมดนี้น่าจะเข้าใจได้ไม่ยากว่า ขบวนการเหล่านี้กำลังทำอะไร เรื่องความสมานฉันท์ปรองดองนั้นเลิกคิดไปได้ เพราะเป็นเพียงวาทกรรมเพื่อทำให้พวกตนดูไม่น่าเกลียด เรื่องปฏิรูปก็ทำเป็นคึกคักพอเป็นพิธีเพื่อใส่ร้ายว่าการบริหารบ้านเมืองโดยนักการเมืองไม่ดี ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย แสดงให้เห็นว่ากำลังวางเงื่อนไขให้เกิดบันได 4 ขั้นใหม่ เพื่อเสริมและต่อยอดให้กับบันได 4 ขั้นเดิม นั่นคือ 1.พรรคเพื่อไทยต้องไม่ได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้ง 2.ถ้าได้เสียงข้างมากก็จะเป็นรัฐบาลที่อ่อนแอที่สุด แก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรือมิเช่นนั้นก็ต้องยอมสนับสนุนคนนอกพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี 3.การขับไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยในอนาคตไม่ต้องอาศัยการรัฐประหาร แต่ทำได้โดยศาลรัฐธรรมนูญ 4.ประเทศจะถูกปกครองเชิงลึกโดยองค์กรและกลไกของคนส่วนน้อยที่ไม่ได้มาจากประชาชน

รธน.ฉบับปกป้อง รปห.ไม่อายฟ้าดิน

คำแถลงระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยจะทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียหายอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปีเศษ ดังนี้ 1. อำนาจอธิปไตยจะไม่มีความหมาย สิทธิเสรีภาพ หลักประกันราคาพืชผลการเกษตร การชุมนุมเรียกร้องและการแสดงความคิดจะถูกลิดรอน 2.นโยบายพรรคการเมืองที่ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ยากไร้และเสียเปรียบ จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นประชานิยม ขัดต่อหลักการเศรษฐกิจของรัฐธรรมนูญ และอาจขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติที่คณะรัฐประหารชุดนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้ต่อไปอีก 20 ปี แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองที่อิงกับเผด็จการหากมีนโยบายเช่นนั้นบ้าง ก็จะได้รับการตีความว่าเป็นประชารัฐ ทำได้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ 3.แม้พรรคการเมืองใดจะได้คะแนนท่วมท้น แต่ถ้าไม่ยอมอำนาจนอกระบบ ก็จะถูกขัดขวางจากศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และการใช้อำนาจนอกระบบที่ขัดหลักนิติธรรมจนตั้งรัฐบาลไม่ได้ หรืออาจถูกยุบพรรค 4.มีการกำหนดให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน 5.มุ่งปกป้องการรัฐประหาร ผู้ทำรัฐประหาร ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงนายมีชัยและพวกชนิดไม่อายฟ้าดิน ไม่เห็นหัวประชาชน มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่สนใจสังคมโลก

ขอโอกาส ปชช.ตัดสินใจอิสระ

“พรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเสียงมากหรือน้อย จะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ขอให้ประชาชนได้ตัดสินอนาคตอย่างอิสระภายใต้บรรยากาศที่เป็นธรรม และเคารพการตัดสินใจของประชาชนอย่างแท้จริง มีโอกาสพิจารณาตัดสินใจเลือกกติกาที่จะมากำหนดทิศทางประเทศ เป็นกติกาที่เอื้อต่อการพัฒนาฟื้นฟูประเทศ และเป็นกติกาไม่ส่งผลเสียหายต่อประเทศในระยะยาว แม้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ “มีชัย” จะมีเป้าหมายเพื่อลิดรอนและกำจัดพรรคเพื่อไทยเป็นการเฉพาะ พรรคไม่ได้วิตกกังวลไปกับกรณีดังกล่าว มากไปกว่าความห่วงใยต่อผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติและประชาชน” คำแถลงระบุ

“บวรศักดิ์” แฉล่อนจ้อนจ้องอยู่ยาว

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯ ให้สัมภาษณ์ว่า “เขาอยากอยู่ยาว ยอมรับว่ามาอยู่ตรงนี้เปลืองตัว” คำพูดนี้ออกมาจากปากคนที่เคยทำงานมาด้วยกันจึงมีน้ำหนัก และเมื่อตอกย้ำด้วยหนังสือของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่มีไปถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เมื่อวันที่ 15 ก.พ ซึ่งนายบวรศักดิ์ระบุว่า หนังสือดังกล่าวเปิดเผยอย่างโจ๋งครึ่ม ซึ่งจากหนังสือดังกล่าว ถ้อยคำที่รัฐบาลปฏิเสธมาตลอดว่าไม่คิดสืบทอดอำนาจ จึงไม่น่าจะเชื่อถือได้อีกต่อไป

“อ๋อย” เย้ยหยาม กรธ.สมยอมศิโรราบ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอ ครม. ที่ให้ กรธ.แบ่งรัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง อ้างเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น เดิม กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญลักษณะได้คืบเอาศอกอยู่แล้ว ตอนนี้ก้าวอีกขั้นได้ศอกเอาวา เจตนาของผู้มีอำนาจต้องการปกครองประเทศแบบเผด็จการยาวนาน 20 ปี โดยที่องค์กรอิสระต่างๆก็เป็นคนที่ คสช.และรัฐบาลตั้งไว้ ประชาชนไม่เหลืออำนาจเลย เหมือนกำลังเอาประชาธิปไตยใส่ลงหลุมคอนกรีต ยากฟื้นคืน เมื่อถามว่า มองว่า กรธ.จะยอมรับข้อเสนอแนะของ ครม. หรือไม่ หลังถูกวิจารณ์ว่าเป็นข้อเสนอสืบทอดอำนาจ นายจาตุรนต์ตอบว่า รัฐบาลต้องการให้ กรธ.ร่างตามมากน้อยแค่ไหน กระซิบบอกได้อยู่แล้ว แต่เขาคงประเมินสถานการณ์ก่อน ถ้าเสียงคัดค้านไม่มาก คงสมยอมกัน แต่ตนคิดว่าเรื่องนี้ไปถามประชาชนดีกว่า ในขั้นตอนการทำประชามติ ให้ถามประชาชนพ่วงไปด้วยว่าจะยอมให้ คสช.มีอำนาจต่อหรือไม่

นปช.ชี้ ปชต.ครึ่งใบแค่เป้าหลอก

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่ ครม.จะไม่รู้ว่าข้อเสนอแบ่งการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วงจะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากหลายฝ่าย ดังนั้น การที่มีการเปิดเผยเป็นเพราะต้องการกลไกอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างแท้จริงในระหว่างจัดเลือกตั้ง และตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งให้เป็นไปตามเป้าหมายการสืบทอดอำนาจ และเป็นเป้าหลอกให้มีเสียงคัดค้าน สุดท้าย กรธ.ก็ไม่ดำเนินการเพื่ออธิบายว่ารับฟังความเห็นที่แตกต่าง แต่ความจริงมีการคงอำนาจตามมาตรา 44 ครอบจักรวาลไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้จะอันตรายต่ออนาคตประเทศอย่างยิ่งถ้ากลุ่มคนที่สร้างวิกฤติเป็นเครือข่ายเดียวกันกับกลไกแก้วิกฤติตามรัฐธรรมนูญ เพราะหมายถึงวิกฤติจะเกิดได้ตลอดเวลา ถ้าสามารถปรับทัศนคติกลุ่มคนที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ อยากปรับให้ทุกคนเข้าใจว่า ท่านเป็นประชาชนคนหนึ่งเท่ากับทุกคน จำเป็นต้องเคารพและเชื่อมั่นในความเป็นประชาชนด้วย อย่าคิดว่าเป็นผู้อนุบาลประเทศไทยที่ต้องขีดเส้นให้เดินทุกฝีก้าว

ข้อเสนอราดน้ำมันเข้ากองเพลิง

นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.กล่าวว่า ข้อเสนอแนะการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ ครม.น่าเป็นห่วง แสดงออกให้เห็นว่าต้องการอยู่ในอำนาจให้ยาวนานที่สุด ตรงกับที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกมธ.ยกร่างฯพูดว่าเขาอยากอยู่ยาวๆ ข้อเสนอดังกล่าวดูแล้วเป็นการราดน้ำมันเข้ากองเพลิง ขอให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.อย่าไปแก้ไขตามที่ ครม.เสนอ ขณะนี้ประชาชนรอเวลาตามโรดแม็ป แต่สิ่งที่ ครม.เสนอมา ไม่ประสงค์จะคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน สิ่งที่เสนอมาไม่ต่างจากการให้มีรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับคือ ฉบับเฉพาะกาลและฉบับถาวร ซึ่งในฉบับเฉพาะกาลที่ ครม.ระบุให้ใช้ในช่วงระยะไม่ยาวนาน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งจะยาวนานแค่ไหน ก็แล้วแต่ความต้องการของ คสช. เพราะคนที่จะตีความก็หนีไม่พ้น คสช.

“ปึ้ง” ขอทบทวนไม่ต่อวีซ่าสื่อ ตปท.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีที่กระทรวงการต่างประเทศจะมีการพิจารณาทบทวนการต่อวีซ่าให้แก่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โดยอ้างว่าการเสนอข่าวกระทบต่อความมั่นคง ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้แต่ต้องใช้วิจารณญาณให้รอบคอบด้วยว่าการทำข่าวในไทยได้อย่างเสรี ไม่มีการปิดกั้นจะไม่ดีกว่าหรือ เราอยู่ในสังคมโลกไร้พรมแดน โดยเฉพาะนานาประเทศให้ความสนใจการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยและนักลงทุนต่างชาติก็ติดตามผ่านสื่อเหล่านี้ และถ้าเราจะให้มีเฉพาะผู้สื่อข่าวที่คอยแต่เขียนเอาอกเอาใจรัฐบาล ความเสียหายก็น่าจะมีมากกว่าผลดี ขอให้ใช้สติอย่าให้ถูกมองเลยว่าเรากำลังปิดหูปิดตาประชาคมโลก ขอให้รีบทบทวนด่วนถ้าคิดผิดก็คิดใหม่ได้ และถ้ารัฐบาลนี้คิดว่าจะอยู่ยาวนานเหมือนอย่างที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯระบุ ก็ขอให้ประกาศให้ต่างชาติได้รับทราบดีกว่าจะไปหลอกเอาหน้ารอดไปวันๆ

วอนรัฐยืนอยู่บนฐานความจริง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์– โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุไทยเป็นประเทศแห่งประชาธิปไตย เป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน ว่า ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมีข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ เพราะการลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทยลดลงกว่า 2,620 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 90,000 ล้านบาท ลดลงถึง 78 เปอร์เซ็นต์ คนป่วยถ้าไม่รู้ว่าตัวเองป่วยไม่ไปพบแพทย์ ไม่กินยา ก็ไม่เห็นแววที่จะดีขึ้น ในที่สุดประชาชนทั้งประเทศจะเดือดร้อน การประกาศเป็นประเทศแห่งประชาธิปไตย แต่คนที่พยายามจะตรวจสอบการทุจริตกลับถูกดำเนินคดี คนเสนอความเห็นต่างถูกเรียกปรับทัศนคติ แม้แต่สิทธิจะแสดงความเห็นต่างในร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องทำอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด และยังพยายามจะแบ่งช่วงบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง ซึ่งคนตั้งคำถามทั้งประเทศ ต้องการจะต่อท่ออำนาจหรือไม่ แม้แต่ผลโพลล่าสุดคะแนนของรัฐบาลยังลดต่ำลง ดังนั้นทุกองคาพยพของรัฐบาลต้องประเมินผลตัวเองตามความเป็นจริงและเร่งปรับปรุงจุดอ่อนให้ได้โดยเร็ว

“จตุพร” ปูดดีเอสไอเล็งยื่นถอนประกัน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูบว่า กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รมว.กลาโหม ระบุจะเรียกตนมาพูดคุยปรับทัศนคติอยู่เรื่อยๆ หากยังแสดงความเห็นในเชิงที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งนั้น ตนเป็นคนปากกับใจตรงกัน แต่โชคร้ายที่เมื่อพูดอะไรออกมากลับมีปัญหา ทั้งที่คนที่พูดก่อนหน้าในลักษณะเดียวกันไม่เป็นไร รัฐกลับไม่รู้สึกว่ามีปัญหา พอทราบว่าในวันที่ 23 ก.พ.นี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะไปยื่นถอนประกันตนในคดีที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวคดีก่อการร้าย ซึ่งเงื่อนไขที่ศาลห้ามปฏิบัติคือ การกระทำการยั่วยุ ปลุกปั่น ให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชน ทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรนั้น สิ่งที่ตนจัดรายการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา แล้วมีประชาชนคนใดออกไปสร้างความวุ่นวายเพราะฟังสิ่งที่ตนพูดไปแม้แต่รายเดียวหรือไม่ จึงมีความหวังว่าศาลจะมีความยุติธรรม

จี้ รบ.สืบข้อมูลอย่ารอแต่รายงาน

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ขอให้กระบวนการยุติธรรมและรัฐบาลดำเนินการด้วยความเป็นธรรม เพื่อสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น โครงการนี้ตรวจสอบได้ว่ามีข้าวในสต๊อกเท่าไหร่ จ่ายเงินไปเท่าไหร่ ข้าวหายไปเท่าไหร่ ใครต้องรับผิดชอบสามารถไล่เบี้ยเอาผิดได้ อย่าไปโยนให้ฝ่ายกำหนดนโยบายว่ากระทำผิด ไม่เช่นนั้นความปรองดองไม่เกิดขึ้นในประเทศแน่ ส่วนปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ราคาผลผลิตราคาตกต่ำ ขอให้รัฐบาลรีบเข้าไปช่วยเหลือ อย่าไปเชื่อแต่ข้อมูลคนในกระทรวงมหาดไทยหรือข้าราชการในจังหวัด ขอให้รัฐบาลไปถามเกษตรกรเอาเองว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร ถึงจะได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาถูกวิธี รวมถึงปัญหาความแตกแยกในวงการสงฆ์ที่สะเทือนต่อความแตกแยกในสังคม หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เรียบร้อย บ้านเมืองเราจะเดินไปได้อย่างไร

ปชป.ขอคำตอบหาก รธน.ไม่ผ่าน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้ กรธ. คสช.รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและกลุ่มการเมือง เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญอย่างเปิดกว้าง และขอให้เปิดเวทีกลางในการจัดถกแถลงถึงร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงข้อดี ข้อเสีย ก่อนตัดสินใจออกเสียงประชามติ และ คสช.เองต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 เพื่อให้มีความชัดเจนในประเด็นเสียงที่ใช้ในการออกเสียงประชามติ รวมทั้งกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ จะมีแนวทางใดมารองรับ จะหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุง หรือจะดำเนินการร่างใหม่ ขอให้ระบุให้ชัดเจน เพื่อเป็นทางเลือกประกอบการตัดสินใจของประชาชน

ลุยแจ้งความนักเลงคีย์บอร์ด

นายราเมศกล่าวด้วยว่า ขอให้ คสช. มีมาตรการ จัดระเบียบกับสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเพจออนไลน์ทางเฟซบุ๊กที่พบว่า มีการสร้างข่าวสารและใช้ข้อมูลเป็นเท็จบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด ที่ล่าสุดพบมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีความพยายามโค่นล้มรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จากโครงการรับจำนำข้าว เบื้องต้นฝ่ายกฎหมายของพรรคได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีไว้แล้วที่ สน.ดุสิต เมื่อคืนวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา

ชงย้ำใช้ รธน.50 หากประชามติคว่ำ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างฯ ระบุว่า ภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.มีข้อดี อย่าฟังนักการเมืองที่พูดแต่ข้อเสีย ว่า ตนไม่เห็นด้วย ควรให้ความสำคัญกับความเห็นนักการเมือง เพราะเป็นผู้ศึกษาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อเสนอของ ครม. 16 ข้อนั้น ตรงกับที่ตนเคยวิจารณ์ไว้มากกว่า 10 ข้อ แสดงว่าสิ่งที่ตนพูดก็พอจะมีประโยชน์ ดังนั้น นายบวรศักดิ์จะมาบอกไม่ให้ฟังนักการเมืองไม่ได้ สมมติร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ก็ควรเอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มาปรับใช้ เพราะมีความชอบธรรม ผ่านประชามติของประชาชนมาแล้ว

เย้ยฉบับ “บวรศักดิ์” ไม่มีใครเอาแล้ว

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่าส่วนที่นายบวรศักดิ์ บอกว่าถ้านักการเมืองไม่พอใจให้มาร่างเองนั้น นักการเมืองคงไม่ไปร่าง เราเป็นผู้เล่น จึงไม่ได้ต้องการอำนาจในการร่างรัฐธรรมนูญ การออกมาท้าทายแบบนี้ไม่แปลกใจ เพราะเป็นบุคลิกของนายบวรศักดิ์ แตกต่างจากนายมีชัยโดยสิ้นเชิง ส่วนที่นายบวรศักดิ์เสนอให้นำร่างของตัวเอง มาเป็นหนึ่งในสามทางเลือกเพื่อให้ประชาชนลงประชามตินั้น คงไม่ได้เพราะหมดความชอบธรรมไปแล้ว ถูกคว่ำโดยกลุ่มคนที่มาจากการยึดอำนาจด้วยกัน ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดง เพราะขนาดสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ไหลมาจากแม่น้ำสายเดียวกัน ยังโหวตคว่ำ

โพลชี้คะแนนรัฐบาลลดระดับลง

วันเดียวกัน ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจกรุงเทพโพล เรื่อง “ประเมินผลงาน 1 ปี 6 เดือน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จากประชาชนจำนวน 1,189 คน ทั่วประเทศ พบว่า ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจในการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ในช่วง 1 ปี 6เดือนที่ผ่านมา เฉลี่ย 5.92 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ลดลงจากการประเมินการทำงานรอบ1ปีที่ได้ 5.94 คะแนน และรอบ 6 เดือนแรกที่ได้ 6.20 คะแนน โดยการสำรวจครั้งนี้รัฐบาลได้คะแนนมากที่สุดในด้านความมั่นคง 7.10 คะแนน ส่วนคะแนนน้อยที่สุด คือ ด้านเศรษฐกิจ 5.04 คะแนน สำหรับความพึงพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ในช่วง 1 ปี 6เดือนที่ผ่านมาได้คะแนนเฉลี่ย 7.24 คะแนน เพิ่มขึ้นจากการประเมินรอบ 1 ปี ที่ได้ 7.11 คะแนน โดยได้คะแนนมากที่สุดในด้านความเด็ดขาดกล้าตัดสินใจ 7.95 คะแนน ส่วนด้านที่ได้คะแนนน้อยที่สุดคือด้านความสามารถสร้างสรรค์ผลงานหรือโครงการใหม่ๆ ได้ 6.10 คะแนน เมื่อถามว่า หากวันนี้มีสิทธิออกเสียงเลือกนายกฯจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ร้อยละ 58.6 ระบุจะสนับสนุน ร้อยละ 21.8 ไม่สนับสนุน อีกร้อยละ 19.6 งดออกเสียง ต่อข้อถามถึงการออกมาวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญของนักการเมืองและนักวิชาการในขณะนี้ส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงประชามติระดับใด ร้อยละ 65.9 ระบุส่งผลน้อย ขณะที่ร้อยละ 34.1 ระบุว่าส่งผลมาก

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    65.8%
  • ไม่ชอบ
    26.2%
  • สนุก
    0.6%
  • ประหลาดใจ
    2.7%
  • เสียใจ
    4.8%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement