DSI พบข้อมูลรถเบนซ์โบราณเพิ่มเติม จ่อสอบปากคำ 'สมเด็จช่วง' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

DSI พบข้อมูลรถเบนซ์โบราณเพิ่มเติม จ่อสอบปากคำ 'สมเด็จช่วง'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 19:42
3,170 ครั้ง


ดีเอสไอ จ่อทำหนังสือขอสอบปากคำ"สมเด็จช่วง-หลวงพี่แป๊ะ" ย้ำมีข้อมูลเพิ่มเติมหลังพบรถใช้เวลาประกอบ 9 เดือน และมีการดัดแปลงตัวถัง จัดกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ร่วมในรถโบราณเป็น 4 กลุ่ม ขณะที่ฝ่ายก.ม.วัดปากน้ำระบุ พร้อมส่งมอบรถให้ ยัน"สมเด็จช่วง"ครอบครองรถโดยไม่รู้ว่าเป็นรถผิดก.ม....

จากกรณี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงข่าวการตรวจสอบรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ โบราณหรือคลาสสิกคาร์ สีไข่ไก่ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช รวมทั้งเป็นประธานมหาเถรสมาคม ว่า เป็นรถที่นำเข้าผิดกฎหมายทุกขั้นตอน ต่อมานายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของบริษัทแอนซีทรานสฟอร์เมอร์ จำกัด เลขที่ 70/9 ถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นอู่ที่ประกอบรถเบนซ์โบราณดังกล่าว และนางกาญจนา มาเหมือน อายุ 69 ปี เจ้าของอู่ N.P.การาจ ที่โดนปลอมลายเซ็นในการจดประกอบรถสมเด็จช่วงเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายวิชาญ รัษฐปานะ ได้เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์กับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ โดยนายวิชาญได้การเพิ่มว่า พระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ หรือพระธนกิจ สุภาโว (ศรีอุ่นเรือน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำและนายอ๊อด (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ลูกน้องนายนายพิชัย วีระสิทธิกุล เจ้าของ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บ.เซ้งเชียงฮวด มาพบและตกลงกันว่าจะเป็นผู้นำเครื่องยนต์ ตัวถังและอะไหล่ทั้งหมดมาให้อู่นายวิชาญเป็นผู้ประกอบ โดยใช้เวลาประกอบรถ 9 เดือน

นอกจากนี้มีการดัดแปลงตัวถังรถคือ ตัดหลังคาเดิมออกและใส่หลังคาผ้าใบสีแดง แบบเปิดประทุนเข้าไปแทน ซึ่งรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น 300 บี (ฉายาในวงการนักเล่นรถคลาสสิกคาร์เรียกรุ่น เอสคลาส) ผลิตที่อเมริกา มีประมาณ 100 คันทั่วโลกเท่านั้น และไม่มีรุ่นเปิดประทุนหลังคา นอกจากนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอยังได้จัดกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนร่วมในรถโบราณคันนี้เป็น 4 กลุ่ม 1.กลุ่มผู้นำเข้าเครื่องยนต์ ตัวถังและอะไหล่มั้งหมด มีนายพิชัย วีระสิทธิกุล นายอ็อด (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) นายวิฑูรย์ วรนาถโสภิต นายยงยุทธ์ (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) และนายวสุ (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ทั้งหมดเป็นลูกน้องนายพิชัย

2.กลุ่มนำรถไปประกอบขึ้นใหม่ มีนายวิชาญ นายพิชัย และหลวงพี่แป๊ะ 3.กลุ่มนำเอกสารไปจดกับกรมสรรพสามิตร มีนายชลัส นิติฐิติวงษ์ เป็นผู้ไปหลอกให้นางกาญจนา มากเหมือน เจ้าของอู่ N.P.การาจ ทำใบอนุญาติให้อู่นางกาญจนาสามารถประกอบรถจดประกอบได้ ก่อนเอกสารไปดำเนินการที่กรมสรรพสามิตร 4.กลุ่มนำเอกสารไปจดกับกรมขนส่งทางบก มีนายสมนึก บุญประไพ เป็นผู้ปลอมลายเซ็นนางกาญจนา นำเอกสารปลอมไปดำเนินการที่กรมขนส่งทางบกโดยพนักงานสอบสวนดีเอสไอกำลังประสานผู้ต้องสงสัยทั้งหมดที่ยังไม่เข้ามาพบมาสอบสวนให้ปากคำ หากยังไม่เข้ามาพบจะออกหมายเรียก สุดท้ายหากมีพฤติกรรมหลบหนีจะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสัปดาห์หน้าทางพนักงานสอบสวนจะทำหนังสือถึงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ หรือพระธนกิจ สุภาโว (ศรีอุ่นเรือน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เพื่อขอเข้าพบไปสอบปากคำเพิ่มรวมทั้งขอเอกสารเพิ่มเติม คาดว่าจะเป็นช่วงเดือน ก.พ.นี้ ในส่วนผู้ที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้แล้วมี 1.นายสมนึก บุญประไพ 2.นายวสุ (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) 3.นายวิชาญ รัษฐปานะ 4.หลวงพี่แป๊ะ 5.นางกาญจนา มาเหมือน ผู้เสียหายโดนปลอมลายเซ็น ส่วนที่ยังไม่เข้ามาให้ปากคำคือ 1.นายพิชัย วีระสิทธิกุลหรือนายอ๊อด 2.นายวิฑูรย์ วรนาถโสภิต 3.นายยงยุทธ์ (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง)

นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวสมเด็จช่วง เปรยกับคนใกล้ชิดว่าไม่ประสงค์จะรับรถยนต์ไว้อีกแล้วว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ขณะนี้ยืนยันว่าเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ทราบมาว่าในการแถลงข่าวทางดีเอสไอบอกว่าผลการสอบออกมาถูกหรือไม่ถูก ก็จะมาพบสมเด็จช่วง เพื่อสอบปากคำที่วัดปากน้ำเอง ดังนั้น ทางฝ่ายกฎหมายของวัด ก็จะรอให้ทางเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอเป็นฝ่ายติดต่อมาก่อน ซึ่งก็จะรวมถึงเรื่องรถเบนซ์ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ด้วย ต้องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นมาว่าจะให้เราดำเนินการปฏิบัติอย่าง ทางวัดก็จะดำเนินการไปตามนั้น

ทั้งนี้ ยืนยันว่าเราไม่มีปัญหาที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย เพราะที่ผ่านมา ทางวัดปากน้ำยืนยันมาโดยตลอดว่าสมเด็จช่วงครอบครองรถโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นรถผิดกฎหมาย วัดปากน้ำจะไม่ส่งมอบรถให้กับทางดีเอสไอก่อนที่จะติดต่อมาว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร เพราะมองว่าไม่ได้ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของสมเด็จช่วง แต่ถ้าคืนรถคันดังกล่าวให้ดีเอสไอก่อนที่จะแจ้งเป็นทางการว่าให้ทำอย่างไร ก็จะยิ่งเท่ากับยอมรับว่าทำผิด ทั้งที่ท่านไม่ได้มีความผิดแต่อย่างใด.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    66.2%
  • ไม่ชอบ
    30.9%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    2.9%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement