บริการข่าวไทยรัฐ

ปัดทำโครงการ รด.จิตอาสา หวังชี้นำชาวบ้านรับร่าง รธน.

รัฐบาลยืนยันโครงการ รด.จิตอาสา ไม่ใช่การชี้นำประชาชนให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ย้ำช่วยสร้างการรับรู้ประเด็นสำคัญของร่างฯ และการลงประชามติ วอนสังคมเข้าใจหน้าที่ทหาร...

วันที่ 20 ก.พ. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายละเอียดโครงการ รด.จิตอาสา ที่หลายฝ่ายมีข้อกังวลว่านักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) จะไปชี้นำประชาชนให้ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญว่า สังคมคงรับทราบข้อเท็จจริงจากทางกองทัพไปบ้างแล้ว แต่รัฐบาลขอเน้นย้ำ เพื่อให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งว่าโครง การนี้ถูกริเริ่มขึ้นตั้งแต่ ต.ค. 2558 เพื่อเปิดโอกาสให้ นศท. ทั้งชายและหญิงสมัครใจเข้าเป็นจิตอาสาช่วยเหลือบ้านเมืองในเรื่องต่างๆ ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

"ภารกิจที่ นศท. เข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือบ้านเมืองนั้นครอบคลุม 5 เรื่องสำคัญ คือ 1. การเทิดทูนสถาบัน 2. การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 3. การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย 4. การสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน 5. การเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องร่างรัฐธรรมนูญถือว่าเข้าข่ายภารกิจ ข้อ 4 โดย รด. กรธ. และ กกต. ได้มีข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแก่ นศท. และให้คนเหล่านี้นำไปขยายความต่อเมื่อใกล้ลงประชามติ จะมีการจัดอบรม นศท. ในโครงการพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย สร้างความพร้อมให้ นศท. เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลประชาชนบริเวณหน้าหน่วยลงประชามติ" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า การทำหน้าที่ของ นศท. จึงไม่ใช่การชี้นำให้ประชาชนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับประชาชนเองเยาวชนคงไม่สามารถไปบังคับกะเกณฑ์สิ่งใดได้ นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าว ยังเป็น การปลูกฝังให้เยาวชนเห็นความสำคัญของหน้าที่พลเมืองที่มีส่วนร่วมต่อบ้านเมือง การปฏิรูป และการพัฒนาประเทศ โดยเรียนรู้จากประสบการณ์จริง อีกทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองก็มีความภูมิใจในตัวบุตรหลานของตน

"ท่านนายกฯ กำชับให้กองทัพทำหน้าที่สนับสนุนกิจการบ้านเมืองอย่างเต็มที่ แต่ต้องวางตัวเป็นกลางและไม่ชี้นำเพื่อให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สังคมเข้าใจเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกองทัพว่า ไม่มีสิ่งใดแอบแฝงในยามศึกทหารทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องอธิปไตยของชาติ ส่วนยามสงบทหารทำหน้าที่ช่วยพัฒนาประเทศ เพราะกองทัพมีกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนในทุกด้าน" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว