คุก2ปีติดสินบนตุลาการ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คุก2ปีติดสินบนตุลาการ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 05:25
2,741 ครั้ง


ศาลอุทธรณ์ตัดสิน พ.ต.อ.วิ่งช่วยทรท.

ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 2 ปี ไม่รอลง อาญา “พ.ต.อ.ชาญชัย เนติรัฐการ” อดีต ผกก.สภ.ต.โพธิ์แก้ว คดีติดสินบนตุลาการรัฐธรรมนูญเสนอเงิน 30 ล้านบาท จูงใจให้ช่วยเหลือการตัดสินคดียุบพรรคไทยรักไทย จำเลยได้รับข้อเท็จจริงตามฟ้องจึงบรรเทาโทษจำคุก และอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหลังญาติยื่นเงินสดประกันตัวโดยห้ามออกนอกประเทศ

ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกอดีตตำรวจติดสินบนตุลาการฯ ที่ศาลอาญา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.อ.ชาญชัย เนติรัฐการ อดีต ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม ในความผิดฐานผู้ใดขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานฯ เพื่อจูงใจให้กระทำหรือไม่กระทำการที่มิชอบด้วยหน้าที่ และผู้ใดขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานตำแหน่งตุลาการ อัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำหรือไม่กระทำการที่มิชอบด้วยหน้าที่ โจทก์ฟ้องว่า วันที่ 16-22 ต.ค.49 จำเลยไปพบ ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ห้องทำงานศาลฎีกา โดยจะให้เงินจำนวน 15 ล้านบาท เพื่อให้ช่วยเหลือการพิจารณาคดียุบพรรคการเมือง และยังไปพบที่บ้านพักอีกครั้งเสนอเงินให้ 30 ล้านบาท แต่ ม.ล.ไกรฤกษ์ไม่รับ จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดีอ้างเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ ม.ล.ไกรฤกษ์ กล่าวถึงสินบนว่า เป็นเพียงแค่หยอกล้อในฐานะเพื่อน จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ หลังศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ไม่รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ม.ล.ไกรฤกษ์ พยานเบิกความว่า หลังจบการศึกษานิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ไม่เคยติดต่อกับจำเลย พอได้รับเลือกเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ จำเลยขอเข้าพบมาแสดงความยินดีพูดว่า ภรรยาจำเลยเป็นหนี้บุญคุณ “คุณหญิงอ้อ” ถ้ายอมช่วยเหลือจะได้รับเงิน 15 ล้านบาท และจำเลยขอส่วนแบ่ง 5 เปอร์เซ็นต์ จำเลยไปพบพยานอีกครั้งที่บ้านอ้างนำบัตรเชิญเลี้ยงรุ่นมาให้ และพูดลอยๆ ว่า 30 ล้าน พยานจึงบอกให้จำเลยกลับและห้ามพูดเรื่องนี้อีก จากนั้นได้ทำบันทึกถึงประธานศาลฎีกาและประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายอุดม เฟื่องฟุ้ง และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ผู้พิพากษา เบิกความว่า ม.ล.ไกรฤกษ์เล่าเรื่องดังกล่าวให้ฟัง ทั้งนี้ ม.ล.ไกรฤกษ์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับจำเลย ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน จึงไม่มีเหตุที่จะกุเรื่องปรักปรำ ขณะนั้นพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล หากปรักปรำจะเป็นการสร้างความเข้าใจผิด จำเลยและพยานไม่ได้มีความสนิทสนมกันจึงไม่ใช่เหตุที่พยานจะมาพูดคุยหยอกล้อเรื่องดังกล่าว พยานโจทก์ปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยมาเสนอเงิน 15-30 ล้านบาท จูงใจให้การตัดสินคดียุบพรรคเป็นประโยชน์ต่อพรรคไทยรักไทย

ศาลพิจารณาว่า จำเลยเคยเป็นตำรวจ หนึ่งในกระบวนการยุติธรรม การกระทำของจำเลยทำให้เสื่อมเกียรติภูมิตุลาการอย่างร้ายแรง ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกคลางแคลงใจต่อกระบวนการยุติธรรม ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ แต่ชั้นพิจารณาจำเลยได้รับข้อเท็จจริงตามฟ้อง จึงมีเหตุบรรเทาโทษ พิพากษาแก้เป็นให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ ต่อมาญาติ พ.ต.อ.ชาญชัย ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 300,000 บาท เพื่อประกันตัว ศาลพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา และห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    69.6%
  • ไม่ชอบ
    12.5%
  • สนุก
    3.6%
  • ประหลาดใจ
    7.1%
  • เสียใจ
    1.8%
  • ให้กำลังใจ
    5.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement