ปชป.ซัดแรง ต่อท่ออํานาจ อัดเปลี่ยนหลักการ-ร่างใหม่ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ปชป.ซัดแรง ต่อท่ออํานาจ อัดเปลี่ยนหลักการ-ร่างใหม่

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 05:20
7,166 ครั้ง


เหวงแฉคสช.จ้องขึงยาว20ปี

“มีชัย” ยักท่าบอกยังมึนไม่เข้าใจ-แปลไม่ออก ข้อเสนอบังคับใช้ รธน. 2 ช่วง สารภาพคิดไม่ออก เขียนเนื้อหา รธน.สนองบัญชา “นายกฯตู่” ขอจับเข่าเคลียร์ “วิษณุ” ถอดรหัสแปลความหมาย ต้องการรูปแบบไหน มือ ก.ม.รัฐบาลปัดใบสั่ง ครม.ไม่ทำตามก็ได้ อ้างไม่ไว้ใจเหตุการณ์ ไม่ใช่นักการเมือง “สุวพันธุ์” ปัด คสช.ยื้อสงวนอำนาจไว้ “บิ๊กตู่” ตอกย้ำไม่ต้องการอยู่ต่อ ขำตลกดีถูกฟ้องข้อหายึดอำนาจ “นิพิฏฐ์” ซัดเรื่องใหญ่มากเปลี่ยนหลักการ รธน.ต้องยกร่างใหม่ เปิดถ้วยแทงฟันธงสูตรต่อท่ออำนาจยาว พท.อัด ปชต.ครึ่งใบลากประเทศถึงทางตัน “ปึ้ง” แขวะต่างชาติมองทะลุเกมสืบทอดอำนาจ “เหวง” เฉ่ง คสช.จ้องขึงยาว 20 ปี “สมพงษ์” เย้ยดันรัฐบาลแห่งชาติยังดูเนียนกว่า “ปื๊ดเรือแป๊ะ” ขอเมตตาให้ ปธ.กรธ.โยน 3 ทางเลือกฉบับ “มีชัย-บวรศักดิ์-ลูกผสมปี 40 และ 50”

จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งข้อเสนอและความเห็นในการแก้ไขปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญ 16 ข้อ โดยเฉพาะข้อที่ 16 ที่ให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วงคือช่วงเฉพาะกาลในระยะแรกและช่วงที่สองใช้รัฐธรรมนูญปกติ ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังคงวิจารณ์ว่าเป็นอีกช่องของความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช.

“มีชัย” ติวเข้มทหารตีปี๊บ รธน.

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นประธานชี้แจงความรู้ความเข้าใจต่อร่างรัฐธรรมนูญ ร่างแรกให้กับกำลังพลภายในกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อนำไปทำความเข้าใจกับครอบครัวและประชาชน เพื่อให้มาออกเสียงประชามติให้มากที่สุด โดยนายมีชัยกล่าวตอนหนึ่งว่า ยืนยันว่า กรธ.เป็นอิสระ ไม่มีใบสั่งจากใคร และอยู่ภายใต้กรอบตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 รวมถึงต้องหาแนวทางการสร้างความปรองดองด้วย ทำให้เป็นที่มาของชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ส่วนที่มาของวุฒิสภา (ส.ว.) ยืนยันว่า ส.ว. จะต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง และมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม เพราะต้องการให้ประชาชนที่สนใจทางการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง ขณะเดียวกันที่มาของนายกรัฐมนตรี พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อบุคคลที่มาเป็นนายกฯ 3 ชื่อ ส่วนเหตุผลที่ กรธ.ไม่กำหนดว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องเป็น ส.ส.เนื่องจากวันที่ประกาศรายชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯให้ประชาชนรับทราบ ยังไม่มี ส.ส. การเลือกตั้งที่ผ่านมามีปัญหาซื้อสิทธิ์ขายเสียงมาก จึงกำหนดให้ กกต.มีสิทธิ์ระงับผู้ที่คาดว่าจะทุจริตการเลือกตั้งชั่วคราว จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการของศาล แต่หากพบว่าทุจริตเลือกตั้งจริงจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต เชื่อว่าจะทำให้กระบวนการเลือกตั้งใสสะอาดมากยิ่งขึ้น

ยังคิดไม่ออกสนองไอเดีย “บิ๊กตู่”

นายมีชัยยังกล่าวถึงกรณีบทบัญญัติห้ามไม่ให้สมาชิกมีส่วนในการตั้งงบประมาณและห้ามแปรญัตติเพิ่ม ไม่ใช่ของใหม่ และ กรธ.ไม่ได้แก้ไขเพียงแต่ได้เติมเรื่องบทลงโทษไว้ จำเป็นต้องเขียนบทลงโทษ เพื่อป้องกันการทุจริต วางมาตรการสำคัญ หากพบว่าคณะรัฐมนตรีทุจริตต้องออกจากตำแหน่งทันทีและให้ปลัดกระทรวงรักษาการแทน ส่วนประเด็นการปรองดอง กรธ.วางกลไกทั้งหมดเพื่อให้เกิดการปรองดองเป็นระยะ ไม่ให้เกิดทางตัน แต่กรอบที่นายกฯมอบมาให้ กรธ. ส่วนตัวได้สารภาพแล้วว่ายังคิดไม่ออก แต่จะกำหนดกลไกไว้ในร่าง รธน.ขณะที่หากไม่ปฏิรูปการศึกษาและกระบวนการยุติธรรม แม้รัฐธรรมนูญจะออกมาดีอย่างไรก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้

จากนั้นนายมีชัยให้สัมภาษณ์ว่า ได้ชี้แจงว่า ร่าง รธน.ฉบับนี้เป็นอย่างไร กรธ.คิดอย่างไรได้พิจารณาทุกข้อเสนอแนะ รวมทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายการเมือง ที่มานายกฯ ที่มา ส.ว. ส่วนข้อเสนอแนะจากแม่น้ำ 5 สายจัดลำดับเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะนำมาพิจารณาไปปรับปรุง มีกำลังพลมาสอบถามข่าวลือที่ประชาชนสงสัย ได้ฝากไว้ว่าต้องเข้าใจให้ถูกต้องอย่าไปฟังอะไรที่ผิดๆ ถ้าสงสัยให้มาถามได้อย่าไปลือกัน ทุกอย่างมีคำตอบ

ขอคุย “วิษณุ” เคลียร์ข้อเสนอ ครม.

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมถึงข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อ กรธ. โดยเฉพาะข้อ 16 ที่แบ่งช่วงบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง คือ 1.ช่วงเฉพาะกิจ โดยอ้างเหตุผลเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2. ช่วงใช้รัฐธรรมนูญปกติ ว่า ตนยัง ไม่เข้าใจและแปลไม่ออก ต้องไปปรึกษาและพูดคุยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก่อน ว่า แปลว่าอะไร และต้องการให้เป็นรูปแบบอย่างไร หากตนพูดไปตอนนี้อาจจะพูดแบบผิดๆถูกๆได้ ในส่วนของการปฏิรูปขณะนี้ กรธ.กำลังแยกแยะประเด็นที่ สปท. และ ครม. ส่งว่าต้องการอะไรบ้าง ทั้งนี้ การพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของสิทธิชุมชน ขณะนี้เราได้ปรับแก้เพิ่มเติมให้แล้ว น่าจะได้มากกว่ารัฐธรรมนูญปี 50 ด้วยซ้ำ หากเราพิจารณาเรียบร้อยทั้งหมวดแล้วจะชี้แจงให้ทราบต่อไป

กรธ.คืนสิทธิเสรีภาพเหมือนปี 50

จากนั้นนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. แถลงผลการพิจารณาทบทวนเนื้อหารายมาตรา ว่า ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม้ กรธ.จะเห็นด้วยในหลักการ และกำหนดในร่างรัฐธรรมนูญหลายส่วนแล้ว แต่เพื่อให้ประชาชน ภาคประชาสังคมและภาควิชาการเกิดความสบายใจ กรธ.จะนำเอาเนื้อหาตาม มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่ครอบคลุมสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญให้เหมือนฉบับที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนำเอาเนื้อหาจากรัฐธรรมนูญ 2550 ในส่วนของการคุ้มครองสิทธิมาบัญญัติไว้ด้วย เพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิ สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการต่อสู้คดีตามกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์ต่อไป ส่วนข้อเสนอต่อร่างแรกรัฐธรรมนูญของ ครม.ทั้ง 16 ข้อนั้น กรธ.ยังไม่ได้พิจารณา อำนาจจะพิจารณาปรับแก้ตามหรือไม่ขึ้นอยู่กับ กรธ. ยืนยันว่า ทุกความเห็นสำคัญเท่ากัน การพิจารณาขึ้นอยู่กับเหตุผลเป็นสำคัญ

ย้าย ม.7 กลับมาอยู่ในบททั่วไป

นายอุดมกล่าวว่า สำหรับการปรับย้ายข้อความตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ กรธ.ใส่ไว้ในมาตรา 207 ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญให้กลับมาอยู่ที่เดิมในบททั่วไป เนื่องจากมองว่าองค์กรอย่าง คณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. และองค์กรอิสระย่อมต้องมีอำนาจตีความข้อขัดแย้งภายในก่อน จึงจะส่งให้ศาลพิจารณา บุคคลหรือองค์กรอื่นไม่สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามมาตรา 7 ได้ แต่หากบุคคลหรือหน่วยงานอื่นไม่เห็นด้วยกับการวินิจฉัยขององค์กรนั้น ให้ใช้ช่องทางตรวจสอบฐานกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ เช่น หากเห็นว่าเสียงข้างมากของรัฐสภาประพฤติมิชอบ ก็ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น การกำหนดเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการเพิ่มอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ แต่เพื่อช่วยให้หน่วยงานเหล่านั้นเซฟตัวเอง หากไม่แน่ใจก็ส่งให้ศาลตีความก่อน จะได้ปฏิบัติหน้าที่ไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ไม่คิดตั้งหน่วยงานคุมช่วงเปลี่ยนผ่าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอของ ครม. ต่อร่างรัฐธรรมนูญเรื่องกลไกแก้ปัญหาบ้านเมืองช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่า เป็นเพียงข้อเสนอแนะ รัฐบาลต้องการให้กรธ.นำปัญหาที่เกิดก่อน วันที่ 22 พ.ค.57 มาเป็นโจทย์แล้วแก้ไขปัญหา ให้ กรธ.คิดหาวิธี และไม่ควรนำมาไว้ในบทถาวร ให้เอาไว้ในบทเฉพาะกาล หากไม่เกิดปัญหา บทบัญญัติดังกล่าวก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ แต่ห่วงว่าอาจเกิดขึ้นในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน จึงเสนอให้ กรธ.เขียนให้เป็น 2 ภาค คือ 1.ส่วนที่จะต้องใช้ต่อไปอีกยาวนาน 2.ส่วนที่จะใช้เป็นการเฉพาะกิจช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่ใช่ระยะยาว กลไกจะออกมารูปแบบใดยังคิดไม่ออก แต่ยืนยันว่า ครม.ไม่ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมการหรือหน่วยงานใดเป็นพิเศษมาดูเรื่องนี้ หากจะเสนอเช่นนั้น ครม.จะบอก กรธ.ไปตรงๆก็ได้ โดยข้อเสนอดังกล่าวกรธ.จะดำเนินการหรือไม่ก็ได้ และดูเหมือนว่า กรธ.จะไม่ทำด้วยซ้ำไป

ปัดใบสั่ง ครม.ทีมร่างไม่ทำตามก็ได้

นายวิษณุกล่าวว่า ข้อเสนอของ ครม. ทั้ง 16 ข้อ กรธ.จะแก้ไขปรับปรุงตามหรือไม่ก็ได้ แต่ 13 ข้อแรกเชื่อว่าจะแก้ไขตาม เพราะจะทำให้รัฐธรรมนูญออกมาดูดีขึ้น แต่ข้อเสนอที่ 14-16 เป็นเพียงคำแนะนำ หากเห็นว่าเนื้อหาครอบคลุมอยู่แล้วอาจไม่แก้ตามก็ได้ เบื้องต้นยังไม่ทราบแนวคิด กรธ.ว่าเป็นอย่างไร ครม.ไม่มีการส่งสัญญาณว่าต้องปรับแก้ตาม การจะให้รัฐธรรมนูญถูกใจทุกคนคงไม่ได้ รัฐธรรมนูญร่างขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนใช้ ประชาชนมีหลายกลุ่มทั้งค้านและเห็นด้วย และมีนักการเมืองทั้งที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ต่างออกมา ใครพูดเสียงดังจะทำให้คนเชื่อ

อ้างไม่ไว้ใจเหตุการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อ

เมื่อถามว่า ข้อเสนอ ครม. แก้วิกฤติช่วงเปลี่ยนผ่าน กลัวจะถูกมองว่าเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หากจะมีจริง กรธ.ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนั้นยังไม่รู้ว่าจะยาวนานเพียงใด เราแค่เสนอให้แก้ไขปัญหาตามเหตุการณ์และโอกาส เพราะมองว่าในร่างของ กรธ.ไม่มีกลไกแก้ปัญหาช่วงวิกฤติ เราเองไม่ไว้ใจเหตุการณ์ ไม่ใช่ไม่ไว้ใจนักการเมือง เป็นความห่วงใยของรัฐบาล นายกฯแสดงความเป็นห่วงมาหลายครั้งแล้ว นี่ไม่ใช่ข้อเสนอของ คสช. ถ้า คสช. จะสั่งจะพูดกันตรงๆ ไม่จำเป็นต้องออกข่าว ยืนยันว่า คสช.ไม่ได้เสนอ เราไม่ได้เสนอว่าจะให้มีองค์กร เช่น คปป. ถ้าใช่ ครม.คงเขียนให้ชัดไปแล้ว ไม่มีการแอบอ้อมใดๆทั้งสิ้น เราเสนอเพื่อแก้ปัญหาซึ่งมีหลายวิธี โดยไม่จำเป็นต้องมี คปป.หรืออะไรทั้งนั้น เมื่อถามว่า เป็นไปได้ว่าจะคงมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวไว้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เขียนไว้แล้วว่ามาตรา 44 จะใช้ไปช่วงหนึ่งแล้วหมดไปพร้อมกับ คสช. และ ครม.ชุดนี้ รัฐบาลหน้าไม่ให้ใช้ ถึงมีคำถามว่าหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร

ปฏิเสธเกม คสช.สงวนอำนาจไว้

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอแนะ ครม. ต่อ กรธ.ที่ให้รัฐบาลปัจจุบันใช้อำนาจพิเศษครอบคลุมจนถึงหลังการเลือกตั้งและหลังตั้งรัฐบาลใหม่ว่า ไม่ถือเป็นอำนาจพิเศษ แต่ ครม.เป็นห่วงเหตุการณ์ในอนาคตข้างหน้าว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลต่อไปอาจติดขัด ทำให้การปฏิรูปล่าช้า การสร้างความสามัคคีปรองดองอาจสะดุดลง เห็นควรว่าไทยควรมี 2 ช่วงเวลา คือช่วงเฉพาะกาล และช่วงกลับสู่ปกติ แต่ทั้ง 2 ช่วงอยู่บนหลักการสำคัญคือต้องมีการเลือกตั้ง เมื่อถามว่า มองว่าจะกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่มีประชาธิปไตยครึ่งใบหรือไม่ นายสุวพันธุ์ ตอบว่าเป็นแค่วาทกรรม และไม่ถือเป็นการสงวนอำนาจไว้ ส่วนเรื่องกรอบระยะเวลาไม่ได้กำหนด อาจจะแค่ 3-5 ปีเท่านั้น ยอมรับว่าเป็นคนหนึ่งที่ร่วมเสนอแนวทางนี้

จุดล่อแหลมขอทำงานอีกแค่ปีเศษ

ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภาคเหนือ 17 จังหวัด โดย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า พวกตนอยู่อีกประมาณ 1 ปี รับรองว่าไม่มียืดเยื้อหรือเลื่อนเลือกตั้ง ประเทศไทยอยู่ในจุดล่อแหลมเปราะบาง ต้องปรับปรุงแก้ไข รัฐบาลอยากใช้เวลาปีเศษนี้ บริหารงานโดยใช้ยุทธศาสตร์ระยะยาว ท้องถิ่นต้องจัดทำแผนโครงการ ถ้าตั้งใจทำงานจะสำเร็จไม่สำเร็จไม่ต้องกลัว ชาวมหาดไทยต้องช่วยกัน ยืนยันว่าไม่มีใครยุบใครได้ สำหรับเรื่องความปรองดอง ปัญหาของเราคือความชอบที่ไม่ตรงกัน ใครจะชอบสีอะไรก็ได้ แต่อย่าเอามาเป็นเงื่อนไขหรือพาคนมาตีกัน เรื่องศาสนาก็เหมือนกัน การขัดแย้งมาจากคนคนเดียว ขอว่าอย่าให้เกิดความขัดแย้งเรื่องศาสนาอีกเลย เราขัดแย้งกันเรื่องการเมืองแล้ว ไม่อย่างนั้นประเทศจะถึงทางตันแน่

“บิ๊กป้อม” ฮึ่ม “ตู่” ไม่หยุดเจอขังยาว

ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ถูกทหารเรียกไปพูดคุยที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) กรณีแสดงความคิดเห็นต่างๆ ทางสถานีโทรทัศน์ช่องพีซทีวี ในประเด็นการแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่และการใช้งบขุดลอกคลองกว่า 1,400 ล้านบาทขององค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) และเรื่องรัฐธรรมนูญว่า เมื่อนายจตุพรพูดไม่ดี ต้องเรียกเข้ามาพูดคุย เพราะพูดจาก่อให้เกิดความขัดแย้ง ถ้าพูดไม่ดีไม่ต้องพูด ชอบพูดจากำกวมให้เข้าใจผิด และหากพูดจาไม่ดีอีกเมื่อไรจะเรียกมาเมื่อนั้น ต่อไปอาจต้องมีมาตรการจับอบรมประมาณ 3 วัน 7 วัน

“นิพิฏฐ์” ซัดเรื่องใหญ่เปลี่ยนหลักการ รธน.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของ ครม.ที่ให้แบ่งช่วงบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง คือ 1. ช่วงเฉพาะกิจ โดยอ้างเหตุผลเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2. ช่วงใช้รัฐธรรมนูญปกติว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะถือเป็นการเปลี่ยนหลักการของรัฐธรรมนูญ สังคมจึงต้องการคำอธิบายจาก ครม.ที่ละเอียดชัดเจนกว่านี้ เพราะตีความ เข้าใจได้หลายแง่มุม เช่น ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างมีดุลยภาพ ขอคำจำกัดความคำว่าดุลยภาพ เพราะแต่ละคนเข้าใจต่างกัน อาจหมายถึง ส.ส. ที่ตรงกับความต้องการของท่าน และถ้าไม่ตรงกับความต้องการของท่าน ถือว่าไม่มีดุลยภาพหรือไม่ เพราะปกติเมื่อเลือกตั้งเสร็จ ใครชนะก็เป็น ส.ส.ตามกระบวนการ แต่ครั้งนี้มาเพิ่มคำว่าต้องเป็น ส.ส.อย่างมีดุลยภาพ หมายความว่าอย่างไร หรือต้องเป็น ส.ส.ที่อยู่ใต้อาณัติของท่าน

เปิดถ้วยแทงสูตรซิกแซ็กต่อท่ออำนาจ

นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนการแบ่งใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วงนั้นหากเสนอเช่นนี้ ต่อให้ร่างอีก 6 เดือนก็ไม่จบ เพราะต้องร่างใหม่ให้รองรับมาตรการการแบ่งบังคับใช้ปฏิบัติ 2 ช่วง แต่จะหมายถึงต้องปรับหรือร่างอีกฉบับเพื่อให้เชื่อมต่อกัน ไม่ใช่แค่เขียนเพิ่มอีก 4-5 มาตราในบทเฉพาะกาลแล้วใช้ได้ แต่จะเป็นการร่างรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ แล้วนำมาเชื่อมต่อกัน เมื่อถามว่า ที่ ครม.เสนอเช่นนี้ มองได้ว่าเป็นการสานต่ออำนาจหรือไม่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า “มันชัดอยู่แล้ว อย่าให้ผมตอบเลย เดี๋ยวถูกเรียกตัวอีก นี่มันเปิดถ้วยแทงเลย เสนอเช่นนี้เท่ากับการเปลี่ยนแนวของรัฐธรรมนูญคือต้องกลับมาร่างใหม่ แต่คิดว่า กรธ.คงไม่เอาแนวคิดนี้ เพราะผิดหลักการในการร่างรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญทำเสร็จแล้ว ขณะที่ฝ่ายต่างๆเสนอ กรธ.ให้ปรับ แก้คำ เช่น อนึ่ง ที่ ซึ่ง จึง ให้ และ แบบนี้ กรธ.ยังไม่รับเลย ที่สำคัญข้อเสนอนี้ยิ่งขัดแย้งในตัวกับข้อเสนอของ ครม.เองที่ระบุว่าจะยึดตามโรดแม็ปเดิมให้มีการเลือกตั้งภายใน ก.ค.60”

พท.หนุนโมเดล ครม.ยึดโรดแม็ป

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีข้อสังเกตบางประการ ที่มีต่อข้อเสนอแนะของ ครม.ในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญดังนี้ 1. อย่างน้อยถือเป็นเรื่องที่น่าดีใจ ที่ผู้มีอำนาจแสดงการยอมรับและเข้าใจในความเป็นจริงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ มีปัญหาและ ได้รับการปฏิเสธจากกลุ่มคนเกือบทุกด้าน 2. ข้อเสนอเกี่ยวกับ ม.139 วรรค 2 ถือว่ายอมรับว่าร่างรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาสาระที่ขาดความชัดเจนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาประเทศ 3. ผู้มีอำนาจได้เห็นถึงปฏิกิริยาของการคัดค้านและมองเห็นถึงความผิดพลาดในอดีตที่คณะตุลาการรัฐ-ธรรมนูญได้เคยกระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงการคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากไม่ทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดความเข้าใจว่า ต้องการที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป ดังนั้นการที่ผู้มีอำนาจมีข้อเสนอให้ยึดถือโรดแม็ปให้เคร่งครัด จะเป็นผลดีต่ออนาคตของประเทศโดยรวม

อัด ปชต.ครึ่งใบผลักประเทศตีบตัน

นายภูมิธรรมกล่าวว่า 4. การที่ผู้มีอำนาจเสนอต่อ กรธ.เรื่องประชาธิปไตยครึ่งใบนั้น เห็นว่ามีความไม่ไว้วางใจและไม่แน่ใจในระบบและตัวบุคคลที่จะเกิดขึ้นจากกลไกที่ กรธ.ได้ออกแบบ ในความเป็นจริงระบอบประชาธิปไตยไม่เคยพบทางตัน และไม่เคยวิกฤติจนไม่มีทางออก เพราะมีกระบวนการคลี่คลายด้วยตัวของมันเอง วิกฤตการณ์ในช่วงที่ผ่านมา เกิดขึ้นจากฝ่ายที่ไม่ยอมรับประชาธิปไตย และไม่เคยยอมรับกติกา ช่วงเวลากว่า 2 ปีที่การรัฐประหารไปจนถึงต้นปี 2560 นานเพียงพอต่อการกลับคืนสู่ภาวะประชาธิปไตยปกติ และเป็นเพียงหนทางเดียวที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศพ้นวิกฤติ การปล่อยให้กระบวนการต่างๆ ยืดเยื้อยาวนานต่อไป มีแต่จะสร้างความเสียหายและตีบตันให้แก่ประเทศ และที่สำคัญคณะผู้มีอำนาจที่เข้ามาบริหารประเทศหลังการรัฐประหาร อาจถูกมองว่าปรารถนาที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป ซึ่งจะไม่เป็นผลดีใดๆเลย

เฉ่งยับ คสช.จ้องอยู่ยาว 20 ปี

นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อเสนอของ ครม.เห็นควรบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ระยะคือ ช่วงเฉพาะกาล และช่วงที่จะใช้ในระยะต่อไป เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า คสช.ต้องการดำรงความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า 20 ปี ถือเป็นใบสั่ง คสช.ชัดเจน โดยเฉพาะการบังคับใช้รัฐธรรมนูญช่วงเฉพาะกาล แม้ระบุระยะเวลาว่าอาจไม่ยาวนาน แต่ในความเป็นจริงไม่รู้จะยาวนานเท่าใด เพราะใช้คำว่า “ตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง” คำนิยามนี้จะยาวนานแค่ไหน คงเป็นไปตามความต้องการของ คสช.ส่วนการระบุว่า ให้อยู่บนพื้นฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ระดับหนึ่งอย่างมีดุลยภาพในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น คงไม่ต่างกับการให้มี สนช.ในปัจจุบัน คือการเลือก ส.ส.ภายใต้การกำกับของทหาร เมื่อพิจารณาไปถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯระบุเมื่อเร็วๆนี้ว่า ควรมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวไปก่อน 4-5 ปี แล้วค่อยมีรัฐธรรมนูญถาวร บวกกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อปฏิรูปประเทศ 20 ปีเข้าไปแล้ว แสดงชัดเจนว่า คสช.ต้องการอยู่ต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า20 ปีแน่นอน

แฉ ตปท.มองทะลุสืบอำนาจ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีนายบารัค โอบามา ประธา-นาธิบดีสหรัฐฯระบุให้ไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วนั้น ไม่ได้เป็นการกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพียงแต่เรียกร้องให้ไทยมีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้ได้รัฐบาลพลเรือนเท่านั้นเอง ถ้าตั้งใจฟังให้ดีก็เข้าใจได้ง่ายๆ ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญติดตามกันอยู่ว่าจะออกมารูปแบบใด โดยเฉพาะความพยายามซ่อนเร้นสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเอาไว้ในเนื้อหาสาระหรือไม่ นานาประเทศคงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดและรายงานกลับไปเป็นระยะ รัฐบาลต้องระมัดระวัง อยู่ตรงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลัง ไม่ควรให้ต่างชาติมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีขบวนการสืบทอดอำนาจแอบแฝง ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ถ้าหากว่ารัฐบาลนี้ยังมองตัวเองไม่ออกเหมือนเรื่องเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำลังหลงตัวเองว่าเศรษฐกิจกำลังดีขึ้น นโยบายประชารัฐกำลังทำให้ไทยฟื้นตัวก็น่าเป็นห่วง ขอเรียกร้องให้หัวหน้า คสช. ควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญได้อิสระเท่าเทียมกัน

เหน็บดัน รบ.แห่งชาติยังเนียนกว่า

นายสมพงษ์ สระกวี สมาชิก สปท.กล่าวถึง ข้อเสนอปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญของ ครม.ในข้อ 16 ว่า ไม่ควรจะมีรัฐบาลชั่วคราวหลายหน มีรัฐบาลชั่วคราวมารวมแล้ว 2 ปี ไปบวกกับอีก 1 ปีครึ่งตามโรดแม็ปรวมแล้ว 3 ปีครึ่ง ถือว่ามีรัฐบาลชั่วคราวนานพอแล้ว ถ้ามีต่อไปอีกจะยิ่งกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน หนทางที่เป็นไปได้คือ ต้องมีรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ หรืออาจมาในช่องทางรัฐบาลแห่งชาติ ผู้มีอำนาจควรแสดงความกล้าหาญ ลงมาเล่นการเมืองบนถนนประชาธิปไตย จัดตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้ง ไม่ต้องกลัวคนจะมองว่าสืบทอดอำนาจเพราะเล่นตามกติกา ดีกว่ามาเสนอให้ตั้งรัฐบาลชั่วคราว

กกต.ส่งการบ้านแก้กติกาถึงรัฐบาล

นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงาน กกต. เปิดเผยว่า วันที่ 19 ก.พ. กกต.ได้ส่งข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวไปยังรัฐบาลแล้ว มี 2 ประเด็นใหญ่ คือ 1.การจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญ เดิมต้องส่งให้ครัวเรือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 จึงจะประกาศวันออกเสียงประชามติได้ อาจสิ้นเปลืองงบประมาณ จึงขอแก้ไขว่าให้จัดส่งโดยวิธีการอื่นแต่ต้องทั่วถึง และเป็นประโยชน์ในการศึกษากับประชาชนมากขึ้น 2.เรื่องภาคความผิด ได้เสนอร่างกฎหมายว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เสนอไปทั้ง 3 รูปแบบคือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) และคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ขึ้นกับรัฐบาลจะพิจารณา กกต.ไม่ได้มีข้อเสนอไปว่าควรออกเป็นแบบใด

กกต.ขอแจกใบส้มหลังประกาศผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.ได้ส่งข้อเสนอในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต.ไปยัง กรธ. เช่น กรณีมีเหตุจำเป็นให้ กกต.สามารถกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ และภายใน 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริต ให้ กกต.มีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือใบเหลือง แต่ถ้าผู้กระทำผิดเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ให้ กกต.สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นไว้เป็นการชั่วคราวหรือใบส้ม ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต.มีอำนาจดังกล่าวเฉพาะก่อนประกาศผลการเลือกตั้งเท่านั้น ควรเพิ่มเติมให้ กกต.มีอำนาจ ควบคุม สั่งการ ข้าราชการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย หากมีปัญหาให้สามารถสั่งย้ายออกนอกพื้นที่ กรณีการนับคะแนนถ้ามีเหตุจำเป็น ขอให้ กกต.นำคะแนนมานับรวมได้ การจัดทำป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งให้สำนักงาน กกต.เป็นผู้จัดทำ และให้ผู้สมัครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ให้มีอำนาจจับกุม–ยึดหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ให้ส่วนพนักงานสอบสวน กกต. มีอำนาจออกหมายเรียก จับกุม ตรวจค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำทุจริตการเลือกตั้งได้ การพิจารณาของศาลให้ยึดรายงานหรือสำนวนของ กกต.เป็นหลัก พร้อมให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้ง และความผิดในคดีอาญาในคดีเลือกตั้งพร้อมกันในคราวเดียว และกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล ผู้สมัครที่เป็นผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือสิทธิการรับสมัคร แม้คดียังไม่ถึงที่สุด ห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้ง หากศาลมีคำพิพากษาให้เลือกตั้งใหม่ และต้องชำระค่าเสียหายในการเลือกตั้ง หากยังไม่ได้ชำระให้ครบถ้วนก็ให้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้ง

“บวรศักดิ์” วอนให้เมตตา “อ.มีชัย”

ที่โรงแรมอโนมา ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ว่าร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย มีข้อดีที่ควรได้รับการพิจารณาจากประชาชน อย่าฟังนักการเมืองที่พูดแต่ข้อเสีย ถ้าอยากจะให้ดีตรงใจนักการเมืองต้องมาร่างเอง ขอให้ความเป็นธรรมกับ กรธ.ด้วย จุดเด่นของที่เรียกว่าฉบับปราบโกงนั้นเห็นด้วย ควรให้ความเมตตาต่อนายมีชัย ตนโดนมาหนักมาก แต่นายมีชัยอาวุโสปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ไม่ได้มีเจตนาร้าย แม้จะไม่แก้ไขแม้แต่มาตราเดียวก็จะโหวตให้ร่างผ่านประชามติ เพราะไม่มีอะไรเสียหายหรือเลวร้าย

โยน 3 ทางเลือกให้ชาวบ้านตัดสิน

เมื่อถามว่า รัฐบาลกำลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มีข้อเสนอว่าจะมีทางออกอย่างไร หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ไม่ต้องถามว่าผ่านหรือไม่ผ่าน วันนี้ปล่อยบอลลูนโดยให้ประชาชนตัดสินใจเลยว่าจะเอารูปแบบไหน ประกอบด้วย 1.จะเอาร่างของนายมีชัย 2.เอาร่างของนายบวรศักดิ์ และ 3.นำร่างรัฐธรรมนูญ 40 และ 50 มาปรับปรุง เพื่อให้ทุกร่างไม่เสียเปล่าและ คสช.ไม่ต้องมาแอ่นอกรับหอกเพียงผู้เดียว ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ไม่ผ่าน คสช.จะตอบประชาชนว่าอย่างไร ต้องให้ประชาชนตัดสินใจ หากรัฐบาลเห็นชอบตนพร้อมดีเบตข้อดีของร่างตัวเองให้ประชาชนเห็นชอบ เมื่อถามว่าข้อเสนอของ ครม. โดยเฉพาะข้อ 16 เหมือน คปป.หรือไม่ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้เคยเสนอในยุคที่ตนเป็นประธาน กมธ.ยกร่างฯ แต่เป็นการเสนอทางวาจาไม่ได้ส่งเป็นเอกสารชัดเจนอย่างนี้ ขอให้ไปดูข้อ 16 ของ ครม. “สมัยที่ผมเป็นประธาน กมธ.ยกร่างฯ แล้วร่างถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คว่ำ เสียใจแต่แค่วันเดียว คือวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.58 พอกลับมาคิดได้ก็รู้ว่าเขาอยากอยู่ยาว ยอมรับว่ามาอยู่ตรงนี้เปลืองตัวแต่ทำเพื่อชาติ ตอนนี้มีความสุขดีได้เลี้ยงหลาน” นายบวรศักดิ์กล่าว

นายกฯขอกำนัน-ผญบ.อย่ากังวลมาก

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการ “โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ” โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน เข้าร่วม โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มีความสุขที่เห็นทุกคนร่วมมือ ธรรมชาติของตนอาจหน้างอ มีอารมณ์เสียบางเวลาหรือบางครั้งแกล้งอารมณ์เสีย แกล้งดุ แต่แแกล้งไปแกล้งมากลายเป็นโมโหจริงๆ วันนี้สิ่งที่ทำให้ไม่ใช่มาหลอกลวง ไม่ได้อะไร ทำรับใช้แผ่นดินนี้ ไม่อยากให้ทุกคนทำลายโอกาสประเทศ จนกลายเป็นวิกฤติจากความขัดแย้งและการเมือง ขอให้เชื่อใจรัฐบาล ที่ผ่านมามีหลายโครงการหมดเงินไปเยอะ แต่ดีใจไปถึงประชาชนโดยตรง ทุกคนมีส่วนร่วมเหมือนเพลง“เพื่อเธอประเทศไทย”ทุกนิ้วสำคัญหมด วันหน้าประชาชนเข้มแข็งจะเป็นการกระจายอำนาจอย่างถาวร เวลานี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อย่ากังวลเรื่องกระจายหรือไม่กระจายอำนาจให้มาก เอาประชารัฐให้รอดก่อน

เตือน รมต.อย่าพลาดทุจริต

นายกฯกล่าวว่า วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่าง ดูได้ผังการทำงานแม่น้ำ 5 สาย ขณะที่ข้าราชการต้องมีระเบียบวินัย ควบคุมไม่ให้มีการทุจริต ส่วนเรื่องความไม่โปร่งใสไปว่ากันมา แต่ไม่ใช่เหมาว่ามันเลวทั้งหมด และคงไม่ใช่ดีทั้งหมดเหมือนกัน ดังนั้น ต้องขจัดการทุจริตออกไปให้ได้ ตนสบายใจที่รัฐมนตรีบอกว่าจะช่วยกันดูแล มีตัวแทนตรวจสอบกันเอง ก็อย่าพลาดแล้วกัน ตรงนี้ถึงทำให้งานรัฐบาลบางอย่างช้า เพราะมันพลาดไม่ได้ เนื่องจากมีผู้ไม่หวังดีอยู่หลายส่วน สำคัญเราเข้ามาแก้ปัญหาที่ติดขัด ทำให้ทุกคนเข้มแข็ง มีเสียง มีที่ยืน แต่ถ้าประเทศไทยยังทะเลาะกันแบบนี้จะไม่มีที่ยืนในประชาคมโลก และเวลาตนไปต่างประเทศจะไม่พูดอะไรเสียหาย แต่มีบางคนไปพูด ตนก็ต้องไปสู้ ไปบอกว่ามันไม่ใช่ ให้เชื่อสิ่งที่ตนพูด เพราะตนทำให้เห็น

กระตุกบางคนจ้อสื่อฝรั่งน้อยหน่อย

นายกฯกล่าวว่า ไม่ได้กล่าวถึงใครทั้งสิ้น ไปคิดกันเอาเอง วันนี้ทุกเรื่องที่ออกไปเสียหาย ไม่ได้มาจากพวกเรา แต่มาจากใครไม่รู้ พูดอยู่แค่ 2 เรื่อง ประชาธิปไตยกับสิทธิมนุษยชน การละเมิดกฎหมายกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนดูเหมือนเส้นเดียวกัน แต่ไม่ใช่ บังคับใช้กฎหมายต่อเมื่อมีคนทำผิดกฎหมาย และทุกคนใช้กฎหมายอันเดียวกัน ถ้าทุกคนเชื่อในกฎหมายจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีส่วนร่วมได้ ถ้ายังขัดแย้งหรือทำผิดกฎหมายอยู่มันไปไม่ได้ทั้งสิ้น ขอให้ระมัดระวังตรงนี้ ไม่อยากไปใช้อำนาจกับใคร เรื่องสิทธิมนุษยชนกับการทำผิดกฎหมาย มันคนละเรื่องกันอย่าเอามารวมกัน ถ้าทำผิดกฎหมายแล้วเจ้าหน้าที่จับกุมอย่ามาร้องว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่าให้ใครมาชี้นำ มายืนตรงนี้ไปข่มเหงใครหรือยัง ทำไมไม่ทำให้พระองค์ท่านทรงมีความสุข ส่วนเรื่องประชาชนก็เดินตามโรดแม็ป โดยต้องเป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีความขัดแย้ง ท่านที่ไปพูดกับหนังสือพิมพ์กับสื่อฝรั่ง ขอให้พูดน้อยๆหน่อย และขออย่าติติงรัฐบาลมากว่าทำอะไรไม่เสร็จสักที รู้หรือไม่สองปีที่ผ่านมาร้องเรียนมา 3 ล้านกว่าเรื่องแล้วจะทำเสร็จไหมแก้ไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ เหลือแต่ปัญหาที่หนักๆที่ยังแก้ไม่ได้


ติง ปชช.อย่าใช้ความรู้สึกตัดสิน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ยืนยันไม่ได้ต้องการอะไรจากประชาชน ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ เพียงแต่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไม่ให้ขัดแย้งอีก ไปอเมริกาตั้งหลายวัน กลับมาทำไมปัญหาประเทศไทยยังเยอะอยู่เหมือนเดิม รัฐบาลทำมาตั้ง 2 ปี ยังแก้ไม่หมดอีก เคยพูดกับต่างประเทศว่าประเทศไทยคนพอเกลียดใครก็เกลียดเร็ว รุนแรง พอรักใครรักแรง ฉันรักของฉันเสียอย่าง วันนี้ต้องใช้หัวใจและสติปัญญาด้วย จะใช้หัวใจอย่างเดียวไม่ได้ จริงๆตนไม่ใช่คนปากหวาน วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาภริยาเตือนว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาวันอะไร ผมลืมเลยไม่ได้อวยพร จะไปนึกออกตอนอยู่ต่างประเทศแล้ว จึงส่งข้อความว่าวันวาเลนไทน์ ก็รักลูก รักภริยา บางทีวันเกิดตัวเองหรือวันเกิดภริยาก็ลืม แต่วันนี้เป็นวันเกิดของพวกท่าน วันเกิดประชารัฐวันที่ 19 ก.พ. ต้องช่วยกันทำให้เข้มแข็งโดยเร็ว

บอกตลกถูกฟ้องคดียึดอำนาจ

นายกฯกล่าวว่า ภาระรัฐบาลนี้คือ ต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ วางอนาคต หากใครที่คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ทำเพื่อตัวเอง ก็รู้สึกเสียใจ อย่าไปตกใจกับเศรษฐกิจที่ตก ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจไทยถือว่าตกน้อยสุดกว่า น้อยสุดกว่าประเทศอื่น สำหรับเงินกองทุน 5 แสนบาท คงต้องขอเวลารัฐบาลหาเงิน เพราะรัฐบาลเวลานี้ก็อ่วมเหมือนกัน ส่วนการปรับผังเมือง รัฐบาลไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน แค่ต้องการพัฒนาให้ดีขึ้น แนวคิดให้เช่าที่ดิน 100 ปี 90 ปี ไม่ใช่เราจะขายแผ่นดินให้ต่างชาติ ตนรักษามาทั้งชีวิต การให้เขาเช่าเพื่อให้ในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดงานเกิดอาชีพ ไม่ได้เช่าแล้วครอบครองทั้งประเทศ และในชีวิตตนไม่เคยถูกฟ้อง แต่วันนี้มีคนมาฟ้องข้อหายึดอำนาจ ตลกดี บอกเลยที่เอามาก็เอามาทำให้พวกท่านทั้งสิ้น

อย่าพาตกน้ำถูกไล่ล่าวันหน้า

นายกฯกล่าวด้วยว่า ตนเป็นแค่คนส่งเรือข้ามฟาก มันก็มีทั้งพวกทำให้เรือล่ม และคนไม่พาย วันนี้ต้องช่วยกันพาย เพราะเป็นแพขนาดใหญ่ อย่าพาตนตกน้ำไปด้วย เดี๋ยววันหน้าตนไป ก็มาตามไล่ล่ากัน ตอนนี้กำลังทำหนังสือเล่มหนึ่งที่รวบรวมการปรับพฤติกรรมด้านการปลูกพืช หมักปุ๋ยต่างๆ โดยให้กรมประชาสัมพันธ์รวบรวมมา และจะแจกจ่ายลงสู่จังหวัด อีกประมาณสิบกว่าวันหนังสือเล่มนี้จะออกแล้ว วันนี้มีตัวอย่างที่ปรับเปลี่ยนการปลูกพืช สร้างรายได้ให้ตัวเองจำนวนไม่น้อย ไม่ได้หมายความว่าให้เลิกปลูกข้าวหันมาปลูกแห้วมันเป็นไปไม่ได้ แต่ปลูกได้แค่ไหนแค่นั้น เพื่อให้อยู่ได้ หนังสือเล่มดังกล่าวคงจะมีเล่มต่อๆไปตามมาอีก และขอให้อ่าน

พท.โวยปรปักษ์ดาหน้าถล่ม “ปู”

อีกเรื่อง นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “แบบนี้ก็เข้าทาง” ว่าเรื่องที่ศาลกำชับคู่ความทั้งสองฝ่ายในคดีรับจำนำข้าว ไม่ให้เสนอข่าวเกี่ยวกับคดีนั้น น่าสนใจ คือศาลกังวลว่าสาธารณชนจะถูกชี้นำบิดเบือน จนทำให้เกิดหลงผิดอันอาจกระทบกระเทือนต่อกระบวนการยุติธรรม ตามปกติเมื่อคดีอาญาอยู่ในการพิจารณาของศาลแล้ว โจทก์หรือฝ่ายอื่นที่ถือเป็นปรปักษ์กับจำเลยจะรักษามารยาทไม่ออกมาโจมตีจำเลยอีก ที่น่าสังเกตคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯจำเลยไม่เคยเอาเรื่องคดีออกมาพูดนอกศาล มีเพียงคนของพรรค การเมืองหนึ่ง ดาหน้าปรักปรำใส่ร้ายจำเลยตลอด ไม่เว้นแม้คนที่ถูกอ้างเป็นพยานตามจองเวรจำเลยนอกศาลไม่เลิก แม้กระทั่งที่จำเลยพูดกับพระในการทำบุญยังเอามาโจมตี ในเมื่อร่วมด้วยช่วยกันขย้ำ น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างไม่คำนึงถึงมารยาทและวิธีการทั้งในระบบและนอกระบบ ชกทั้งเหนือและใต้เข็มขัด จึงไม่เชื่อว่าบุคคลเหล่านี้จะมีสำนึกและเคารพเจตนารมณ์ของศาล พวกหน้าเดิมขาประจำที่เป็นปรปักษ์กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต่างหากต้องถูกควบคุม น.ส.ยิ่งลักษณ์คงไม่ต่างไปจากการถูกจับมัดมือไพล่หลังเอาเทปปิดปาก ปล่อยให้พวกปากมอมใส่ร้ายป้ายสีอยู่ฝ่ายเดียว

“วิษณุ” แจงเข้าใจผิดข้าวไม่หาย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเรียกเก็บ ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่งผลสอบมาแล้ว ส่วนกรณีที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นโยบายจำนำข้าวไม่ผิด ความหมายเป็นอีกแบบหนึ่ง ที่นายจิรชัยบอกว่า นโยบายไม่ผิด ไม่มีใครว่านโยบายผิด แต่วิธีปฏิบัติตามนั้นผิด การที่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ข้าวไม่หายก็ถูก แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าวทั้งโครงการไม่หายเลย มีการแจ้งความไว้แล้ว หายแสนกว่าตัน ต้องไปพูดกันในศาล ส่วนที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าการดำเนินการดังกล่าว เพื่อต้องการเล่นงานทางการเมืองนั้นไม่ทราบ ต้องตรวจสอบกันต่อไป ถ้าเป็นตนคงเอาไปแฉกันในศาล

โวยโดนโซเชียลโพสต์บิดเบือน

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า มีโพสต์อยู่ในโซเชียลมีเดียลงรูปตนกับภรรยา กำลังกราบพนมมือต่อท่านจุฬาราช– มนตรี ท่านกำลังสวดให้พรที่ทำเนียบรัฐบาล เอาไปโพสต์บอกว่าตนขายชาติ ไปร่วมมือกับศาสนาอื่น แย่จริงๆ ไม่รู้เขียนไปได้ยังไง อีกรูปภรรยาตนไปร่วมงานวันประชุมอาเซียนที่มาเลเซียอยู่ในพิธีแต่งกายทั้งมุสลิม ปรากฏว่า ไปถ่ายรูปในมุมที่มีคนมุสลิม นับถือศาสนาอิสลาม ใส่ผ้าคลุม กลายเป็นว่าตนไปเป็นอิสลาม ทำไมคิดได้อย่างนี้ ตนไม่เข้าใจ นึกจะเขียนอะไรก็เขียน เขียนโดยที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นการสร้างความขัดแย้ง

วอนเริ่มนับหนึ่งหยุดทะเลาะ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่นที่เจริญแล้ว เอาแต่สิ่งที่ดีๆ เขามา ไม่ได้กลับมาดูตัวเองว่าเราพร้อมแค่ไหน อย่างไร ประชาชนต้องพร้อมกว่านี้ เศรษฐกิจเราต้องดีกว่านี้ ความมั่นคง ความมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เป็นแบบนี้ วันนี้คิดเท่าไรก็ไปไม่ได้ เพราะติดขัดด้วยความขัดแย้ง ต้องมองประเทศชาติมาก่อน ต้องการประเทศชาติเป็นอย่างไรใน 10 ปี ต้องเริ่มนับ 1 ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ เอกชน ข้าราชการ นักการเมืองเอาประเทศชาติให้ได้ก่อนได้ไหม ตนไม่ได้ไปขัดแย้งอะไรกับท่าน ขณะนี้อยู่ในระหว่างยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ทุกคนไอ้นี่ก็ไม่เอา ไอ้นั่นก็ไม่เอา แต่ปฏิรูปจะเอา ห้ามทำนี่ทำโน่น อยากร่ำรวยอยากสบายแต่ไม่ฟังกฎหมายเลย จะไปได้ยังไงไม่เข้าใจ ช่วยกันหน่อย ความขัดแย้งเรื่องกฎหมายทำยังไงจะน้อยที่สุด ไม่ใช่จะพอใจ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นไปไม่ได้ เรื่องอะไรที่ทะเลาะเบาะแว้งหยุดไว้ก่อนได้หรือไม่ ถ้าปฏิรูปไปไม่ได้ ประชามติไปไม่ได้ เลือกตั้งไปไม่ได้ แล้วทำอย่างไร ใครจะต้องรับผิดชอบ


เลี้ยงต้อนรับ ปธน.ปาเลสไตน์

ค่ำวันเดียวกัน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายมามุด อับบาส ประธานาธิบดีแห่งรัฐปาเลสไตน์ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยนายกฯ ยืนยันไทยสนับสนุนการเจรจาระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอลภายใต้กรอบสหประชาชาติ ส่วนการต่อต้านการร้ายเห็นพ้องแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคง และขอบคุณที่ปาเลสไตน์สนับสนุนการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย ผ่านองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) เพื่อความสันติ ขณะที่ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ หวังให้มีการจัดตั้งสถานทูตหรือมีคณะผู้แทนปาเลสไตน์ประจำประเทศไทย โดยนายกฯ เห็นว่าต้องสำรวจความเป็นไปได้ และพิจารณารายละเอียดร่วมกันต่อไป จากนั้นนายกฯเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ที่ตึกสันติไมตรี

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    43.1%
  • ไม่ชอบ
    35.9%
  • สนุก
    10.2%
  • ประหลาดใจ
    5.2%
  • เสียใจ
    3.3%
  • ให้กำลังใจ
    2.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement