นายกฯ ขอคนไทยคิดดี ทำดี 'วันมาฆบูชา' ชี้ปัญหาศาสนาให้แก้กันเอง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

นายกฯ ขอคนไทยคิดดี ทำดี 'วันมาฆบูชา' ชี้ปัญหาศาสนาให้แก้กันเอง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 21:55
1,184 ครั้ง


"ประยุทธ์" ขู่ลงโทษหนักพวกเผาป่า สั่งหน่วยงานเข้มงวด ระบุโรงเรียนห้ามรับแป๊ะเจี๊ยะ ชื่นชม "นายบุญ" อาสากู้ภัยไตรคุณธรรม ไม่ยอมแพ้ชะตาชีวิต สู้ทำดีเพื่อสังคม ระบุปัญหาศาสนาให้แก้กันเอง ไม่อยากถูกมองก้าวก่าย "สงฆ์" โวยโซเชี้ยลแชร์ภาพบิดเบือน กล่าวหาเอนเอียง "อิสลาม" แจงสัมภาษณ์สื่อมวลชนต้องมีกติกา หลังเป็นกันเองจนกลายเป็นลูกไล่ ย้ำต้องเกื้อกูลกัน

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า วันที่ 22 ก.พ.นี้ เป็นวันมาฆบูชา ขอหยิบยก "โอ-วา-ทะ-ปา-ติ-โมกข์" อันเป็นหัวใจของพุทธศาสนา คือ "การทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์" ให้พี่น้องประชาชน ใช้เป็นเข็มทิศ เครื่องนำชีวิตสู่ความสุข อย่างแท้จริงและในการนี้ ผมขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ทุกหมู่เหล่า ร่วมกันตั้งปณิธานความดี โดยคิดดี ทำดี และรักษาศีล 5 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในปีมหามงคล พ.ศ.2559 นี้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ ครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ 84 พรรษา รวมทั้ง เพื่อแสดงความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวที และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างพร้อมเพรียงกัน

บิ๊กตู่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับผลการทำงานที่สำคัญของรัฐบาลและ คสช. ด้านความมั่นคงได้แก้ปัญหมอกควัน มีมาตรการออกมาควบคุมการเผาในพื้นที่จัดชุดลานตระเวนร่วมเพื่อระงับเหตุไฟป่า เฝ้าระวังการเผาป่า ระดมเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครประชาชน ทำแนวป้องกันไฟป่าก็ได้แก้ไขปัญหาหมอกควัน การเผาในพื้นที่ทำการเกษตร ชอบเผากัน เพราะมันลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการใช้รถไถไง เวลาปลูกพืชเสร็จแล้ว ก็เหลือซัง เหลือตอ อะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่กำจัดตอ ก่อน อะไรก่อน ไม่เผาทิ้งก่อน ค่าจ้างรถไถก็แพงขึ้น เขาก็เลยต้องเผาไง พอเผาเสร็จก็เกิดหมอกควันไปที่อื่นเดือดร้อนไปหมด ตอซังข้าว ข้าวโพดอะไรต่างๆก็แล้วแต่ เศษวัสดุทางการเกษตรต้องรับผิดชอบด้วย

"ผมจะเล่นงานด้วย ตามกฎหมาย ในส่วนที่ไปไม่ดูแลเรื่องเหล่านี้ผมจะลงโทษให้สถานหนัก เหมือนทำอะไรสักอย่างแล้วไม่รับผิดชอบ ต้องควบคุมให้ได้ ต้องไม่เกิดเวลาพร้อมกัน ไม่ลุกลามบานปลาย แต่ไม่เผาได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะเข้มงวดขึ้น และจับกุมผู้ที่กระทำความผิด แต่ก็สงสารพี่น้อง บางทีก็ไม่ค่อยมีสตางค์ เลยต้องไปเผา เอกชนต่างๆ หรือว่าพวกเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ไปเก็บค่าเช่าน่าเก็บเขาน้อยลง สงสารเขา ไม่งั้นเขาต้องไปเผาอีกเดี๋ยวโดนจับอีก ติดคุกเข้าไปอีกนะ เพราะกฎหมายไม่ได้ละเว้น ไม่ได้ละเว้นสำหรับคนรวยคนจน กฎหมายเดียวกัน" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า เช่นเดียวกับเอาแผงโซลาร์เข้ามาขายในประเทศ ปรากฏว่าขายเสร็จแล้วไม่รับผิดชอบ เวลามันหมดอายุไง ก็ทิ้งทั่วไป อันตรายเหมือนกับ แบตเตอรี่ คล้ายๆ กันนั่นแหละ เพราะงั้นกฎหมายมีอยู่แล้ว กระทรวงก็ไปเข้มงวด ตนก็อยากจะส่งเสริมเรื่องของพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการใช้โซลาร์เซลล์ในประเทศให้มากขึ้น โดยจะต้องมีบริษัทผลิตเอง เรามีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว ให้มากขึ้นนะ การที่จะเอาข้างนอกมาใช้ก็โอเค เรื่องของการแข่งขันเสรี เพราะงั้นจะได้ช่วยกันทำให้คุณภาพเหล่านี้ดีขึ้น ทำเองก็ถูกลง แต่คุณภาพต้องดีเท่าเขา ถ้าของเขาเข้ามาเขาก็ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นอีก จะได้เกิดการแข่งขันกัน

นายกฯ กล่าวถึงกรณีที่ กระทรวงศึกษาให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ได้วางแผนยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการลดความเหลื่อมล้ำ ทำหน้าที่วางแผน ดำเนินการ รายงานผล และจัดคณะขับเคลื่อนลงไปในระดับพื้นที่ด้วย รวมถึงกระทรวงศึกษาได้ประกาศห้ามรับ "แป๊ะเจี๊ยะ" และเงินบริจาคในรูปแบบต่างๆ หากโรงเรียนใดกระทำจะถือว่ามีความผิด ส่วนการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ ที่มักจะถูกกล่าวหาว่าได้เรียนด้วยการจ่ายเงินให้โรงเรียนนั้น ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของ ผอ.โรงเรียน ที่จะต้องปฏิบัติตามประกาศของ สพฐ.และต้องประกาศรายละเอียดการรับนักเรียนกลุ่มนี้ อย่างชัดเจน สามารถชี้แจงได้

"สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมขอขอบคุณโลกออนไลน์ ที่ได้แชร์ภาพประทับใจ มุมมองดีๆ ในสังคมบ้านเรา เป็นภาพหญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด ยกมือไหว้ ขอบคุณ "น้าโต๊ด" นายบุญ นาหอม อาสาสมัครกู้ภัยไตรคุณธรรม จ.ชลบุรี ที่พิการแค่ตัว แต่หัวใจไม่พิการ ที่ได้ช่วยเหลือลากรถกลับบ้าน ถึงที่หมายปลอดภัย หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเพียงน้ำใจเล็กน้อย แต่ตนเห็นว่ายิ่งใหญ่ เพราะ "นายบุญ" ที่มีเพียงร่างกายท่อนบนตั้งแต่เกิด แต่ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต ไม่เป็นภาระสังคม แถมยังอาสาช่วยเหลือสังคม เท่าที่จะทำได้ ทำมากว่า 20 ปีแล้ว สิ่งสำคัญที่ผมเห็น คือการแสดงถึงความเกื้อกูลกันในสังคม และเห็นสัจธรรมที่ว่า "นิ้วทั้ง 5 แม้ยาวไม่เท่ากัน แต่สำคัญเท่ากัน" หากเราร่วมมือ ร่วมใจ ทำหน้าที่ ทำตามขีดความสามารถของตน คำพูดของ "คนสู้ชีวิต" ที่ขอนำมาฝาก คือ "…ภูมิใจที่ผมได้ช่วยเหลือคนแม้ร่างกายผมเป็นอย่างนี้ ถ้าคนมีจิตอาสา ไม่ต้องพร้อม อยู่ที่ใจ ที่จะมาช่วยเหลือสังคม คนละเล็กคนละน้อยก็ยังดี มันได้เติมเต็มหัวใจเรา ผมภูมิใจที่ได้ช่วยคนอื่น..." ก็ขอให้เป็นทั้งคติเตือนใจ กำลังใจ และแรงบันดาลใจ ให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคน ในการทำดีเพื่อสังคมและประเทศชาติด้วย" นายกฯ กล่าว

นายกรัฐมนตรี

นายกฯ กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธในขณะนี้ เรื่องใดก็ตามที่เป็นเรื่องของแต่ละองค์กร ต้องแก้ปัญหาของตัวเองให้ได้ ศาสนาก็มีพระราชบัญญัติอยู่แล้ว มีหน่วยงานของพระ ก็แก้กันให้ได้ รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุน ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง แต่ถ้าแก้ไม่ได้ก็วุ่นวายอยู่แบบนี้ ก็กลายเป็นว่า รัฐบาลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการปกครองสงฆ์เข้าไปอีก "ถ้าทุกท่านยังขัดแย้งกันอยู่แบบนี้ ผมก็ทำหน้าที่ให้ท่านไม่ได้"

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีโพสต์อยู่ในโซเชียลมีเดีย มีรูปตนกับภรรยากำลังกราบท่านจุฬาราชมนตรี ซึ่งก็กำลังสวดให้พรตน ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่เอาไปโพสต์กันว่า ตนขายชาติไปร่วมมือกับศาสนาอื่น แย่มาก ไม่รู้เขียนไปได้อย่างไร รวมทั้งยังมีรูปขณะที่ตนและภรรยาไปร่วมงานวันประชุมอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย ก็อยู่ในพิธีเปิด ที่มีการแต่งกายทั้งมุสลิม ทั้งพุทธ ทั้งคริสต์ ผู้นำของทั้ง 10 ประเทศก็ไปร่วม ปรากฏว่าไปถ่ายรูปภรรยาตนในมุมที่มีคนมุสลิม ใส่ผ้าคลุม ก็กลายเป็นว่าตนไปเป็นอิสลามอีก

"ทำไมคิดได้อย่างนี้ ผมไม่เข้าใจ นี่คือสิ่งที่เป็นอันตรายคือโซเชียลมีเดีย ที่ไม่มีจิตสำนึกเยอะ นึกจะเขียนอะไรก็เขียน เขียนโดยที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง งานก็เป็นงานของชาติ มีหลายศาสนา ก็มานั่งอยู่ด้วยกันทั้งหมด ผมกลายเป็นจะทิ้งพุทธไปสู่มุสลิม นี่สร้างความขัดแย้ง ช่วยกันรังเกียจคนเหล่านี้หน่อย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวถึงการจัดระเบียบสื่อมวลชน โดยกำหนดให้ถามคำถามได้ไม่เกิน 4 คำถามในแต่ละการแถลงข่าวว่า ถามกันว่าทำไมต้อง 4 คำถาม ตนไปเมืองนอกเขาก็ทำแบบนี้ คำถามเดียวเขายังไม่ให้เลย นี่ตนให้ความเป็นกันเอง แต่ไม่ได้ สรุปแล้วไม่ได้ ตนกลายเป็นลูกไล่ โมโหก็ไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นก็มีกติกาแล้วกัน ตรงนี้เป็นความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ตนเกื้อกูล ให้ท่านมีงาน มีข่าวเขียน ปรากฏว่า แทนที่จะช่วยกัน กลับมาทำร้ายกันหมายถึงบางคน แต่ต้องรับไปด้วยกัน เพราะนั่งอยู่ด้วยกัน ก็ไปดูกันเองว่าใครชอบสร้างความขัดแย้ง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    10.0%
  • ไม่ชอบ
    54.7%
  • สนุก
    0.9%
  • ประหลาดใจ
    17.5%
  • เสียใจ
    15.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement