เคลลี่ ไม่สนคนจับผิดทั้งงานและความรัก ลั่นอยู่วงการ 20 ปี วางตัวดีไม่มีเสีย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เคลลี่ ไม่สนคนจับผิดทั้งงานและความรัก ลั่นอยู่วงการ 20 ปี วางตัวดีไม่มีเสีย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 07:30
3,919 ครั้ง


"บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" ชวนคุยกับพระเอกหนุ่มเข้มรุ่นใหญ่ เคลลี่ ธนะพัฒน์ ที่กำลังฮอตจากละคร "สารวัตรเถื่อน" ทางช่อง 7 ที่คว้าเรตติ้งเปิดตัวตอนแรกไปถึง 8.0 พร้อมทั้งถามถึงละคร "เพลิงพระนาง" และความรักกับแฟนสาว นาย ชนุชตรา

กลายเป็นหนุ่มฮอตเรียกเรตติ้งให้วิกหมอชิตไปอีกรายแล้ว สำหรับพระเอกหนุ่มรุ่นใหญ่ เคลลี่ ธนะพัฒน์ เพราะนาทีนี้ละคร "สารวัตรเถื่อน" ทางช่อง 7 สี กำลังมาแรง แค่เปิดตัวตอนแรกก็คว้าเรตติ้งไปถึง 8.0 เรียกว่าเป็นละครที่เปิดตัวเรตติ้งสูงสุดในละครหลังข่าวปี 2559 ของช่อง 7 ในเวลานี้ไปแล้ว งานนี้หนุ่มเคลลี่เองก็ทุ่มเต็มที่คิวบู๊จัดเต็มแบบสุดๆ แถมยังมีซีนฟินๆ จูบจริงกับนางเอกโอโม่ออร่าแรง เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า อีกด้วย นอกจากนี้เจ้าตัวยังมีงานละครฟอร์มยักษ์อย่าง "เพลิงพระนาง" และที่เพิ่งวางตัวไปอย่างเรื่อง "น้ำเซาะทราย" ด้วย ส่วนเรื่องความรักกับนักแสดงน้องใหม่ นาย ชนุชตรา สุขสันต์ ก็ดูจะสวีตหวานไม่น้อย แม้ก่อนหน้านี้จะเจอกระแสวิจารณ์ต่างๆ มากมายก็ตาม วันนี้ "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" เลยชวนเจ้าตัวมาพูดคุยทุกเรื่องแบบจัดเต็ม

เคลลี่-เกรซ คู่พระนางจากละคร "สารวัตรเถื่อน"

พูดถึงบทบาทของ ยม/ธนุส ในละคร “สารวัตรเถื่อน”?
ในเรื่องจริงๆ ชื่อธนุส แต่ปลอมตัวมาที่เมืองวัฒนานิมิตในคาแรกเตอร์ของยม ยมเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ เข้ามาที่นี่เพื่อเก็บข้อมูลเจ้าพ่อของเมืองนี้ ซึ่งก็คือทรงยศ (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) แล้วก็มาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในเมืองคือจ่าเที่ยง (ธนายง ว่องตระกูล) เราก็พรางตัวมาช่วยเขา พอกลางเรื่องเราก็เปิดตัวว่าเป็นสารวัตรคนใหม่  ซึ่งจริงๆ เราก็ไม่ใช่สารวัตรอีก เพราะจริงๆ ในเรื่องเราเป็นหน่วยพิเศษ เขาถึงตั้งชื่อว่า “สารวัตรเถื่อน” เพราะไม่ใช่สารวัตรจริงๆ ปลอมตัวเข้ามาเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดและผู้มีอิทธิพลของเมือง หนักใจไหมไม่ครับ เรื่องบู๊ผมไม่หนักใจเลย สบายมาก เป็นห่วงเรื่องระเบิดอย่างเดียว ผมไม่ค่อยชอบเรื่องเอฟเฟกต์ เสียวกับมันเหมือนกัน แต่เราก็เช็กเรื่องความปลอดภัย ผมค่อนข้างระวังมากกับเรื่องนี้ เราไม่สามารถคุมเองได้ เราต้องไว้ใจคนอื่น เวลามีฉากระเบิดผมก็จะไม่ประมาท มีสมาธิ เขาต้องคอยบอกว่าฝังเอฟเฟกต์ไว้ตรงไหนตลอด แต่เรื่องบู๊เตะต่อยเราไว้ใจกัน เรามั่นใจว่านักแสดงคนอื่นเขาเซฟได้ครับ คาดหวังเหมือนทุกเรื่องครับ คืออยากให้ออกมาดี ก็อยากให้ถูกใจแฟนละครครับ เราก็เข้าใจนะว่าบางช่วงเขานิยมละครบู๊ บางช่วงก็นิยมละครผี แต่ผมเชื่อในโปรดักชั่น การทุ่มเทของนักแสดงทุกคนอยู่แล้ว

ร่วมงานกับเกรซ กาญจน์เกล้า เป็นยังไงบ้าง?
สบายครับ ผมกับเกรซเคยร่วมงานกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เล่นซิทคอมด้วยกันมาเลยสนิทกันอยู่แล้ว หลังจากนั้นไม่ได้เล่นละครด้วยกันมาหลายปี พอมาร่วมงานกันก็ดีใจเพราะสนิทกัน เลิฟซีนมีจูบจริงนิดหน่อยเอง แต่ละครทุกเรื่องผมเห็นเป็นเรื่องธรรมดาแล้วนะกับฉากจูบจริง ไม่คิดมากกับมัน เพราะมันต้องมีเรื่องความเป็นจริงของชีวิตตัวละคร มันมีเหตุผลของมันครับ ไม่ได้จูบเพื่อเรียกเรตติ้ง พอเล่นฉากจูบจริงกับเกรซก็ไม่ได้รู้สึกเขินเพราะสนิทกันมาก เหมือนเราจูบน้องสาว ก็ฮาๆ ดีครับ

แค่ตอนแรกของละคร "สารวัตรเถื่อน" ก็คว้าเรตติ้ง 8.0 แล้ว แซบเวอร์!!

เรามีส่วนร่วมช่วยเสนอแนะในละครเรื่องนี้ยังไงบ้าง?
ในฉากบู๊ผมก็มีช่วยเสนอแนะบางท่า ในบางเรื่องผมช่วยจัดคิวบู๊ด้วย แต่เรื่องนี้ (สารวัตรเถื่อน) เขาค่อนข้างเตรียมพร้อมมาพอสมควร เขาจะมีทีมบู๊มาเลย แล้วเขาจะมีแบบที่เขาต้องการ ซึ่งเราก็รับฟังตลอด ผมไม่เหนื่อยเลย มาถึงปุ๊บเขาพร้อม เขาซ้อมคิวมาแล้ว พอเราไปถึงเขาก็จะบอกว่าทำยังไงๆ เราก็จำแล้วทำมันง่ายกว่าจะต้องมาแบบเอาแบบนี้ดีไหม หรือเปลี่ยนเป็นแบบนี้ไหมแล้วมันจะงงครับ แต่ในบางครั้งเราก็เสนอว่าเพิ่มแบบนี้ไหม คือเขาก็มีความเกรงใจว่าเขาจัดเราเบาไป ขอหนักกว่านี้ บางฉากผมโดนมัดกับเก้าอี้ ผมก็บอกเขาว่าถีบจริงเลย แต่ผมเชื่อว่าเขามีวิธีเซฟ บางฉากก็บอกให้ตบหน้าจริงเลย อีกฉากผมโดนนัส (อานัส ฬาพานิช) ต่อยจนสลบ ผมก็บอกว่ามันเก่งนะ ต่อยไม่สลบหรอก ให้เอาโซ่มารัดคอเลย วันรุ่งขึ้นก็ปวดคอมากเพราะตอนเอาโซ่รัดผมก็เกร็งคออะ แต่ก็ว่าไม่ได้เพราะเราเสนอเอง เจ็บตัวตลอด ไม่มีวันไหนไม่เจ็บตัว เล่นบู๊ก็ต้องมีเจ็บช้ำนิดหน่อยเป็นเรื่องปกติครับ สนุกดี ผมอาจจะโรคจิตนิดหน่อย โดนแล้วได้อารมณ์ดี (ยิ้ม)

คนมองว่าเราเป็นพระเอกนักบู๊ไปแล้ว กี่เรื่องก็บู๊ตลอด?
ตอนแรกก็ดีใจมากเลยนะ รู้สึกเป็นเกียรติมาก นึกถึงช่อง 7 นึกถึงบู๊แล้วนึกถึงเรา เพราะมันไม่ได้ง่ายนะ คนเป็นนักแสดงเล่นละครไม่ใช่ทุกคนนะที่จะได้ชื่อว่าเป็นพระเอกนักบู๊ พระเอกนักรัก อย่างเราบู๊แล้วเขาชื่นชอบในการแสดงของเรา แต่ตอนนี้ก็ไม่อยากให้มองว่าเป็นแค่พระเอกนักบู๊ เราทำอะไรได้เยอะ บางทีคนคาดไม่ถึงก็ดีใจ อย่างในละคร “เงา” มันก็ฉีกแนวไปเลย เหนื่อยมาก เรื่อง “คาดเชือก” เป็นละครบู๊ แต่ผมเล่นตลกติงต๊อง กวนประสาท คนก็ไม่คิดว่าผมจะเล่นตลกเฮฮาอะไรได้ “เพลิงพระนาง” ก็ดีครับ บางคนคิดว่าเราเล่นแต่บู๊ แต่พอมาเล่นเรื่องอื่นแล้วคนไม่คาดหวังว่าเราจะเล่นได้ พอออกมาแล้วคนก็แปลกใจว่าเราเล่นแบบนี้ได้ด้วย ผมเป็นนักแสดงต้องเล่นได้ทุกบทบาทครับ จะร้ายหรือดีก็เล่น เล่นได้หมด ไม่ใช่เป็นนักแสดงที่เล่นได้แค่บทเดียวครับ

เคลลี่กับอีกหนึ่งบทบาทในละครฟอร์มยักษ์ "เพลิงพระนาง"

งั้นถามถึงละคร “เพลิงพระนาง” เรื่องนี้เป็นไงบ้าง?
สนุกดีครับ ตอนแรกเกร็งว่าภาษาจะยากมาก พูดยากมาก แต่พอไปถ่ายทำจริงๆ รู้สึกสนุกที่ได้พูดแบบนี้ ได้แต่งตัวแบบนี้ แปลกดี พีเรียดอย่างเดียวไม่พอแล้ว เราเล่นเป็นเจ้าด้วย ต้องพูดราชาศัพท์ ยากมาก ต้องทำการบ้านสูง แต่พอพูดแล้วมันก็เข้าปาก ถ่ายออกมาได้แต่ละฉากผมก็ดีใจจัง ผมว่าเราเป็นนักแสดงก็มีบุญ เพราะชีวิตนี้ไม่ได้เกิดเป็นเจ้า แต่มาแสดงเป็นเจ้าครับ ไม่ได้เป็นตำรวจแต่มาแสดงเป็นตำรวจ ก็ดีใจที่ได้แสดงบทบาทที่หลากหลาย เพราะในชีวิตจริงเราไม่ใช่ไง เรื่องนี้ต้องทำการบ้านเยอะทั้งการพูดจา การวางตัว แอ็กติ้ง การเดินทุกอย่างก็อยากทำให้ดี แต่มันคงมีผิดพลาดบ้าง มันเป็นละครพีเรียดอยู่ในวัง เราก็อาจจะไม่ได้เป๊ะทุกอย่าง แต่คนก็ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่ ไม่ใช่มานั่งเกร็งแขน มีพิธีตลอดเวลา เราก็ต้องมีความสบาย แต่การคุยภาษาอาจจะไม่ได้สบายๆ ผมก็เตรียมตัวด้วยการดูหนังเจ้าของไทย หนังฝรั่ง หนังจีน ที่สำคัญคือคุยกับผู้กำกับ เขาต้องทำการบ้านหนักกว่าเราอีก คือมันยาก แต่มันก็ไม่เกินความสามารถของเราครับ เรื่องนี้ก็ไม่พ้นบู๊อีก เพราะต้องไปขี่ม้าฟันดาบอีกครับ

บรรยากาศการถ่ายทำในเรื่องนี้เป็นไงบ้าง?
สบายครับ ชอบ ดีเลยครับ อั้มก็รู้จักกันมาอยู่แล้ว ยุ้ยก็น่ารัก ทุกคนน่ารักครับ ช่วยๆ กัน ตอนแรกคิดว่าจะเครียด แต่จริงๆ พอพูดบทผิดก็ขำๆ กัน ไม่ได้มาซีเรียส เราตั้งใจทำงานแต่ไม่ได้เกร็งกับมัน ทุกคนตั้งใจอยู่แล้วและดูสนุกกับงาน เรื่องนี้ถ่ายค่อนข้างยาก มันมีคุ้มหลายคุ้ม ดีเทลมันเยอะมาก ก็ต้องใจเย็นนิดนึงกับละครเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่าการวางตัวละครเขาก็วางโอเค ผมเล่นตั้งแต่ตอนหนุ่มจนถึงตอนมีลูก จะให้เอาเด็กอายุ 20 มาเล่นเหรอ ก็ต้องคนวัยผมแหละครับ

ประกบ 2 นางเอกตัวแม่ อั้ม-ยุ้ย

กลัวไหมว่ามาประกบคนดังๆ ทั้งนั้น อาจจะโดนคนอื่นๆ กลบหมด?
เรื่องต้องมาประกบคนดังๆ ผมไม่ได้กลัวเลย เพราะผมโชคดีที่ตั้งแต่เข้าวงการมา ผมได้ร่วมงานกับคนที่มีฝีมือดีเยอะ ได้เรียนรู้ได้วิชาเหมือนเขาเป็นครู ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ใครเล่นละครดีเราถือว่าเราโชคดี เขาเป็นครูเรา เราได้พัฒนาฝีมือไปกับเขา พอรู้ว่าได้มาร่วมงานกับอั้ม (พัชราภา ไชยเชื้อ), ยุ้ย (จีรนันท์ มะโนแจ่ม), กระติ๊บ (ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) พี่เหมียว (ชไมพร จตุรภุช), พี่เมฆ (วินัย ไกรบุตร) เขาฝีมือดีทั้งนั้น เราก็ดีใจเจอคนฝีมือดี เราจะต้องพัฒนาฝีมือตัวเอง ทำให้ดีที่สุด ถามว่ากลัวโดนกลบไหม คือเรื่องนี้เป็นเรื่องเพลิงพระนาง เราเป็นผู้ชายก็อยากเล่นเรื่องของผู้ชาย แต่เราเป็นนักแสดงก็อยากเล่นหลากหลายบท ถือว่าผมโชคดีที่ผู้ใหญ่ให้มาแสดงเรื่องนี้เพราะเป็นละครฟอร์มยักษ์มาก มีดาราชั้นนำของประเทศที่ล้วนแล้วมีฝีมือดี ก็ยินดีกับการที่ผู้หญิงเล่นนำนะ ผมก็ชอบ แล้วผมได้ดูการแสดง พอได้อ่านบทมันสนุกครับ คำมันคม เวลาปะทะกันด่ากันสนุกมากอะ อ่านบทแล้ววางไม่ลงเลย

ตอนวางตัวให้เราเล่นเรื่องนี้ก็มีกระแสวิจารณ์ด้านลบเยอะเหมือนกันว่าไม่เหมาะสม?
ก็ได้เห็นมาบ้าง แต่ไม่ได้ใส่ใจกับมัน เรื่องนี้ใครๆ ก็อยากเล่นน่ะ ถ้าเป็นคนอื่นเล่นก็มีกระแสออกมาอยู่ดี ก็ต้องมีคนพูดว่าอยากให้คนนั้นคนนี้เล่นก็เป็นเรื่องปกติ คือเราเป็นนักแสดงก็เป็นปกติอยู่แล้วว่าเราเล่นเรื่องนี้ก็มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา อาจจะคิวไม่ได้ ผมไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น เพราะในเมื่อผู้ใหญ่มองว่าเราเหมาะ แม้กระทั่งตัวอั้มก็มองว่าเราเหมาะ เราก็ต้องทำให้ดี เรามีหน้าที่คือทำการแสดงให้ดีที่สุด บางทีที่บอกว่าคนโน้นคนนี้เหมาะ แต่ถ้าเอาคนนั้นคนนี้มาเล่น เขาก็อาจจะบอกว่าอีกคนเหมาะกว่าก็ได้ ก็ปล่อยเขาไปดีกว่า เขาก็วิจารณ์ตลอดแหละ ผมโดนวิจารณ์ทุกเรื่องทุกฝ่ายเลย แต่ถ้าเราคิดมากกับมันก็ทำให้เครียดไปเปล่าๆ บางทีเขาไม่ได้วิจารณ์แค่เรื่องนักแสดงอย่างเดียว เขาวิจารณ์เรื่องอื่นอีก ก็จับผิดไปเลยครับ ยิ่งจับผิดก็แปลว่าเขาก็ดูทุกตอน อยากให้จับผิดทุกตอนเลยครับ แปลว่าคุณดู ผมก็ดีใจ

บางคนก็วิจารณ์แรงมาก บอกว่าเราแก่ไป รู้สึกยังไงบ้าง?
เรื่องที่คนมองว่าผมแก่ไป ผมเป็นนักแสดงก็ตั้งใจทำงาน ผมมองฮอลลีวูดเป็นแรงบันดาลใจ แต่เดี๋ยวนี้เมืองไทยก็ดีขึ้นนะ นักแสดงฝีมือดี พอมีอายุมากขึ้นจะทิ้งขว้าง ไม่ให้ความสำคัญกับเขา กว่าเขาจะสะสมฝีมือประสบการณ์มาได้เขาทุ่มเทมาเยอะ นักแสดงฮอลลีวูดหลายคนอายุเยอะแล้วก็ยังกรี๊ดกันอยู่ ยังเป็นพระเอก ยังเล่นบู๊ ยิ่งอายุเยอะยิ่งมีประสบการณ์ คนยิ่งนับถืออยากเอาเขามาเล่น แต่เมืองไทยกลายเป็นพออายุมากก็บอกอยากได้เด็กใหม่ แต่ก็ไม่ได้ดูความเหมาะสมกับคาแรกเตอร์ ผมว่าดูความเหมาะสมของบทบาทดีกว่า ไม่ใช่บทโตมากแต่เอาเด็กมาเล่น เขาก็ไม่เก็ตหรอก เข้าไม่ถึงกลุ่มคนดูที่เป็นคนวัยทำงาน มันก็มีละครหลายแบบทั้งละครวัยรุ่นวัยทำงานครับ ที่บางคนบอกว่าสงสารนักแสดงอาวุโส อยากทำบุญช่วยเขา ผมว่านักแสดงอาวุโสหลายคนเขาก็อยากทำงาน ทำไมไม่เอาบทดีๆ มาให้เขาล่ะ เวลาผมเจอนักแสดงรุ่นใหญ่ผมแทบกราบเลย เพราะผมถือว่าเขาเป็นครูของผม ถ้าเขามีอะไรอยากสอนผมก็อยากรับครับ เวลาถ้าเล่นละครมีรุ่นน้องแล้วถ้าผมมีอะไรอยากบอกเขา ผมก็บอกหมดช่วยหมดเท่าที่ช่วยได้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามครับ

กับเรื่องเสื้อผ้าที่มีคนวิจารณ์มาก่อนหน้านี้ ได้อ่านแล้วรู้สึกยังไง?
ที่มีคนวิจารณ์เรื่องเสื้อผ้า คุณรู้ไหมว่าเขาก็เป็นทีมเดิมที่ทำเวอร์ชั่นแรก คุณเป็นใครไปว่าเขา มันเป็นงานเขาน่ะ บางทีก็พูดไปโดยที่คุณไม่รู้น่ะ คือการวิจารณ์เป็นสิทธิ์อยู่แล้ว ในฐานะนักแสดงหรือทีมสร้างเราต้องรับฟัง เพราะทำให้เราปรับปรุงในบางอย่างได้ แต่บางทีการวิจารณ์ไม่ได้มาด้วยเหตุผลอะไรนอกจากความคิดส่วนตัว บางทีเราไปว่าเขา แต่จริงๆ แล้วเขาทำการบ้านมาหนักนะครับ เขาทำมาตั้งแต่ภาคแรก เขาอยู่ทางเหนือแล้วชีวิตเขาอยู่กับทางนี้ เขาน่าจะละเอียดพอสมควรแล้วครับ อยากให้เห็นใจเขานิดนึง เขาเตรียมงานมาเป็นปีไม่ใช่ง่ายๆ นะ อั้มยังไม่มีปัญหาเลย บอกว่าชุดสวยฉากสวย นักแสดงคนอื่นก็ไม่มีปัญหา แล้วคุณเป็นใครทำไมมาตัดสินแทนเขา ไม่ได้ใส่ใจก็ไม่ได้แปลว่าไม่เห็นความสำคัญนะ แต่เราต้องรับทั้งคำชมและติ คำติมันดีครับ ทำให้เราไม่นิ่งดูดาย ต้องละเอียด ต้องทำการบ้าน ไม่ได้คุยกับพี่ตุ๊กตา (จิตรลดา ดิษยนันทน์) ถึงเรื่องนี้ แต่เห็นใจพี่ตุ๊กตานะ เขาก็เป็นคนทำเวอร์ชั่นแรก แล้วมาทำเวอร์ชั่นนี้ คนอยากให้ทำ พอทำแล้วติโน่นนี่ ก็ต้องเห็นใจผู้จัดนิดนึง เวลาทำละครรีเมคอย่าเอาไปเปรียบเทียบ ผมไม่สามารถพูดได้ว่าจะดีกว่าเดิม แต่มันเป็นเวอร์ชั่นของเราตามยุคสมัยนี้ มันก็ต้องมีความแตกต่าง ทำแล้วเหมือนเดิมจะทำทำไม ถ้าทำไปแล้วมันเหมือนเราไปก๊อบปี้ แล้วผมไม่บังอาจเอาตัวเองไปบอกว่าผมจะทำดีกว่าเขา แต่ผมจะพยายามสุดฝีมือของผม มันคือละคร มันคือความสนุก ไม่ใช่การแข่งขัน ผมไม่คิดแข่งขันกับใคร อยากทำงานให้มีคุณภาพครับ

ถามถึงเรื่องความรักช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?
ก็ดีครับ มันก็ราบรื่น ค่อยๆ ไปเนอะ คบกันมาก็หลายเดือนแล้ว น้องเป็นคนสวีตนะ หมายความว่าใส่ใจ อ่อนโยน ไลน์มาถามว่าเป็นไงบ้าง ตื่นเช้ามาก็ไลน์มากู๊ดมอร์นิ่ง เป็นกำลังใจให้นะ เหนื่อยไหม เป็นห่วงเป็นใยตลอด จะนอนก็กู๊ดไนท์นะคะ ฝันดี ผมถือว่าเป็นคนสวีต คุยแล้วน่ารัก ใส่ใจ ผมก็รู้สึกดีนะ เพราะผมก็เป็นคนอย่างนั้นไง ชอบเอาใจใส่ดูแล ถามว่าอายุห่างกันเยอะมากทำให้มีปัญหาไหม ก็ไม่มีปัญหา ถ้ามีปัญหาก็คงคบกันไม่ได้ แล้วน้องเขาโตไง ไม่ใช่เด็ก เพราะเด็กสำหรับผมคืออายุ 17-18 ปี แต่นี่เขาจะเรียนจบปริญญาโทอยู่แล้ว ก็เป็นผู้ใหญ่นะครับ แม่ผมอายุช่วงนี้เขาก็แต่งงานมีลูกแล้ว แต่คนเราคบกันก็ยังมีอะไรที่ต้องจูนเข้าหากัน ดังนั้นเรื่องของอายุที่ห่างกันผมไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนี้ เพราะผมมองว่าตัวผมเองก็ยังไม่ได้โต อาจจะมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี เราก็ยังมองตัวเองว่าเราเป็นผู้ชายทำอาชีพนักแสดง อาจยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่มาก ผมเองก็มีเพื่อนรุ่นน้องห่างกันเป็นสิบปี ผมว่าความเป็นเพื่อนไม่เกี่ยวกับอายุ แต่เกี่ยวกับเรื่องของความชอบที่เหมือนกัน ความคิด นิสัยใจคอที่เข้ากันได้ บางทีคนอายุเท่ากันคบกันยังเลิกกันเลย ไม่เกี่ยวกับอายุหรอก เกี่ยวกับนิสัย ไลฟ์สไตล์ ความคิดที่แตกต่างกันมากกว่า ผมว่าความรักมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนซับซ้อนครับ

เบื่อไหมที่พอเราคบกับใครคนก็วิจารณ์ โดนจับผิดตลอด?
ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะมาด่าหรือมาจับผิดทำไม เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ใน 10 ปี ผมคบผู้หญิงมา 2 คน คนก็หาว่าผมเจ้าชู้ แล้วคำว่าเจ้าชู้ของคุณคืออะไร แต่ผมคบผมจริงใจนะ ผมเปิดเผยตลอด ปิดก็ด่า เปิดก็ด่า แล้วจะให้ผมอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตเหรอครับ ทุกคนก็อยากมีความรัก การที่คนมีความรักแล้วมันไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ มันไม่ได้เป็นเรื่องซ้ำเติมนะ มันเป็นเรื่องน่าเห็นใจครับ มันเจ็บปวดนะเวลาคบกันแล้วต้องเลิกน่ะ มันทรมานนะ แล้วผู้หญิงที่ผมคบแต่ละคนก็อย่างน้อย 3-4 ปี ไม่มีใครอยากเลิกหรอก แต่ด้วยเหตุผลมันเป็นเรื่องของคนสองคน มันไม่สามารถอธิบายได้ ผมเชื่อว่าทุกคนก็เคยเจอมาว่าทำไมคบแล้วต้องเลิก แต่บังเอิญเราเป็นนักแสดงก็ถูกจับตามองตลอด แต่ผมบอกเลยว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่สามารถพูดได้ในฐานะผู้ชาย แล้วมันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่พูดแล้วโดนด่าดีกว่า ผมไม่ออกไปบอกให้ทุกคนเข้าใจหรอก เพราะผมเป็นลูกผู้ชายครับ ผมจะไปพูดให้คนอื่นเสียแล้วผมดูดี ผมไม่ทำครับ อยากจะด่าก็ด่าไป

ผมอยู่ในวงการนี้มาเกือบ 20 ปีแล้ว ผมเชื่อว่าผมวางตัวไม่เคยมีเรื่องเสียหายต่อหน้าที่การงาน ไม่เคยก่อเรื่องวิวาทหรือยาเสพติด หรืออะไรก็ตาม ผมทำงานแล้วผมมีความรับผิดชอบ ไม่งั้นก็ไม่มาอยู่ตรงนี้หรอกครับ แต่ถ้าเรื่องส่วนตัวจะมาด่ายังไงก็ห้ามไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวครับ แต่ผมว่าเวลาคนจับตามองเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะคิดในแง่ดีคือเขาสนใจชีวิตผม แต่มันก็ลำบากนะ มีช่วงนึงผมก็ท้อนะ ด่าจังเลย ผมให้เวลาตัวเองมานานแค่ไหน ผมก็ชัดเจนนะ ไม่ได้มีคนอื่นแล้วเลิก ผมคบทีละคน แล้วการที่เราเจอใคร เราไม่รู้หรอกว่าเรื่องของวันเวลาจะเจอเมื่อไหร่ บางคนอาจจะเป็นปีก็ไม่ได้เจอ แต่บางคนอาจจะเจอวันรุ่งขึ้นก็ได้ มันว่าไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องของความรัก เป็นเรื่องพรหมลิขิตครับ

เคลลี่และนาย ชนุชตรา แฟนสาววัยใส

กับน้องนาย เราเริ่มมองอนาคตด้วยกันบ้างไหม?
อ๋อ ไม่ได้มองไปแบบนั้น ผมคบกับใครก็ตาม ผมก็หวังว่าเขาคือคนสุดท้ายได้แต่งงานกันมีอนาคตอยู่แล้ว ผมคบจริงจัง ผมจริงใจ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาที่เหมาะสมตรงนั้นมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือครอบครัว มันมีเวลาของมัน แต่ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีหรือกลัว แต่มันเป็นเรื่องความพร้อม นี่อาจจะเป็นเรื่องนึงของอายุที่ต้องเข้าใจว่าเราคบกับคนเรื่องอายุ บางทีเราพร้อมแต่ผู้หญิงอาจไม่พร้อม เราคบกับคนที่เป็นนักแสดงด้วย มันก็ไม่เหมือนคนทั่วไปในเรื่องการมีครอบครัวแต่งงาน เราเป็นผู้ชายก็ต้องเป็นฝ่ายรับอยู่แล้ว จะให้ไปว่าฝ่ายหญิงก็ไม่ดี เวลาคนมองความพร้อมไม่ใช่แค่พร้อมฝ่ายเดียว มันต้องพร้อมทั้งคู่ ความพร้อมมันมีหลายอย่างทั้งเรื่องอายุ หน้าที่การงาน ถามว่าคิดว่าอีกสักกี่ปีคงยังระบุไม่ได้ ผมไม่อยากแต่งแล้วหย่านะพูดตรงๆ คนเราต่างพ่อแม่ ผมอยู่ต่างประเทศมาครึ่งชีวิต ผมมาเมืองไทยเหมือนเป็นประเทศใหม่เลยนะ เรียนรู้ทั้งภาษา วัฒนธรรม ผมไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยเลย ผมมาเมืองไทยตอนอายุ 20 กว่าๆ ผมก็ต้องขอความเห็นใจในเรื่องการพูดอธิบาย บางครั้งผมอาจใช้คำผิดถูกไปบ้าง ผมมาที่นี่ก็เรียนรู้ใหม่หมด ฉะนั้นเวลาผมคบกับใครผมก็ต้องทำความเข้าใจความรู้จัก กว่าจะจูนเข้าหากันได้ต้องใช้เวลา ดังนั้นไม่อยากรีบร้อนอะไร แต่ถ้าสมมติคนนี้ใช่เลยยังไงก็ต้องใช้เวลา ผมไม่อยากหย่าเพราะพ่อแม่ผมหย่ากันตั้งแต่เด็ก ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น

ครอบครัวมีเร่งบ้างไหมเรื่องแต่งงาน?
ไม่เลยครับ ก็เพิ่งคบกันด้วยครับ พูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีด้วยครับ ซึ่งน้องเองก็ได้เจอคุณแม่ผมบ้างครับ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก ผมเองก็ได้เจอทางครอบครัวของน้องบ้าง แต่ผมก็อยากให้เข้าใจอย่างนึงว่านักแสดงก็เหมือนคนทั่วไป คบหากันก็ต้องมีสเต็ปเหมือนทุกคนแหละครับ มันก็มีเวลาของการรู้จักกัน จีบกัน พอมั่นใจอยากคบหาเป็นแฟนก็คบหากันไปเรื่อยๆ มองอนาคต มันก็เป็นสเต็ปเวลาของมัน แต่พอเป็นนักแสดง แค่เห็นมากับใครก็คิดว่าเป็นแฟนกันแล้ว มันข้ามสเต็ปไปหมดน่ะ ผมก็ทำทุกอย่างตามวัฒนธรรม อย่างตอนที่ไปงานวันเกิดด้วยกันก็พูดกันว่าเคลลี่เปิดตัวแฟน โอ้โห ไวจัง แต่โอเคไม่เป็นไร เพราะผมทำอะไรก็ไม่เคยปิดบังครับ แต่จะเป็นแฟนไม่ได้จนกว่าจะต้องเจอผู้ใหญ่ นี่คือสิ่งที่สำคัญ เราต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ การที่เราได้เจอผู้ใหญ่แล้วให้เขารู้ว่าเราคบหากันถึงค่อยพูดได้ว่าเป็นแฟน ไม่ใช่ให้ผู้ใหญ่มาอ่านใน นสพ.แล้วเฮ้ย เป็นแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่บอกเลย แบบนั้นไม่ได้ครับ แต่พอผมไม่พูดว่าเป็นแฟนก็โดนว่าอีก ไม่ใช่ไม่ยอมรับ แต่คุณไม่ให้เวลาผมรู้จักกันเลย

น้องนายเองตั้งรับกับข่าวไว้มากแค่ไหน เพราะน้องเข้ามาไม่นานก็เจอข่าวเยอะเหมือนกัน?
เขาโอเคครับ เขาหนักแน่นเพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ผมไม่ชอบให้คนไปว่าน้อง การที่เขาคบกับผมแล้วเขาโดนว่า ผมก็รู้สึกเสียใจ รู้สึกผิด แต่ดีที่เขาหนักแน่น ไปว่าเขาทำไม เขาทำอะไรผิดหรือไม่ดีตรงไหน อยากด่าก็ด่าผมอย่างเดียวเถอะ อย่าไปว่าเขาเลยครับ ผมเป็นผู้ชายผมรับได้ครับ กับเขาตอนนี้พูดได้ว่าเขาเป็นแฟน เพราะผมได้เข้าไปคุยกับผู้ใหญ่รับรู้แล้วครับ เพราะเราไม่ใช่เด็กๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การจะพูดว่าใครเป็นแฟน ผมต้องจริงใจ ต้องซีเรียสแล้วครับ พอผู้ใหญ่ไฟเขียวผมก็สามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็นแฟน เพราะสบายใจทุกฝ่าย ไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังครับ

สุดท้ายฝากอะไรถึงแฟนๆ กันหน่อย?
ก็ฝากละคร "สารวัตรเถื่อน" ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี 20.30 น. ทางช่อง 7 ครับ ส่วนละคร "เพลิงพระนาง" กำลังถ่ายทำอยู่ นอกจากนี้จะมีละครใหม่อีกเรื่อง (น้ำเซาะทราย) ก็ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่ให้โอกาส แฟนๆ ละครที่ติดตามมาตลอดตั้งแต่ละครเรื่องแรก หรือแฟนๆ ละครใหม่ด้วยครับ ละครแต่ละเรื่องผมก็ตั้งใจทำเต็มที่และทำให้ดีที่สุดครับ เป็นกำลังใจให้ด้วยแล้วกันครับ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    64.7%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    35.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement