เจาะเรียงความเคล้าน้ำตา หนูยอมรับน้อยใจวาสนา ขอสานฝันมีบ้านให้ย่า - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

เจาะเรียงความเคล้าน้ำตา หนูยอมรับน้อยใจวาสนา ขอสานฝันมีบ้านให้ย่า

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.พ. 2559 05:31
57,251 ครั้ง


“หนูเขียนเรียงความฉบับนั้น ด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนา ว่า ทั้งที่ได้เกิดมาเป็นถึงลูกของหมอแล้ว เหตุใดการใช้ชีวิต จะเรียนก็เรียนได้ไม่เต็มที่ ซ้ำร้ายเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ก็พบเจอแต่ความยากลำบาก นอกจากนี้ ยังรู้สึกว่า หากไประบายความในใจกับคุณย่า ก็กลัวว่าจะทำให้ท่านเสียใจได้ เมื่อเห็นว่าทางโรงเรียนเปิดโอกาส จึงตัดสินใจเขียนระบายความรู้สึกไป”

นี่คือคำบอกเล่าประโยคแรก ของการสนทนาระหว่าง นายฮกหลง แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ และ ด.ญ.อารดา วงศ์ดีเลิศ หรือ น้องไอซ์ เจ้าของเรียงความสุดซาบซึ้งใจ ที่กำลังแชร์กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เวลานี้  

น้องไอซ์ และ นางบุญนาค จับศรทิพย์ ดูแลรดน้ำปลูกผักสวนครัว

โดยเรียงความเปื้อนด้วยคราบน้ำตาดังกล่าว ถูกส่งให้ครูในงานวันแม่ เมื่อครั้งที่น้องไอซ์ เรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี แล้วเหตุไฉน เรียงความฉบับนี้ถึงได้แทรกซึมไปถึงทุกอณูความรู้สึกของคนไทย แฟนไทยรัฐออนไลน์ที่ยังไม่ได้อ่าน วันนี้ นายฮกหลง ได้หยิบยกมาให้ทุกท่านได้ลองทัศนาดูแล้ว ในบรรทัดต่อจากนี้ไป...

สวัสดีท่านผู้ปกครอง และคุณครูที่เคารพรักทุกท่าน หนูชื่อ เด็กหญิงอารดา วงษ์ดีเลิศ ขณะนี้หนูกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 หนูอยากเล่าชีวิตของหนูให้ทุกท่าน และเพื่อนทุกคนได้รับรู้ว่าชีวิตที่ขาดทั้งพ่อและแม่เป็นอย่างไร

แต่ยังโชคดีที่หนูมีคุณย่าเลี้ยงหนูมาแทนคุณพ่อและคุณแม่ได้อย่างดีที่สุด คุณพ่อของหนูชื่อ นายแพทย์กฤษดา วงษ์ดีเลิศ เรียนจบจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้ารับราชการทำงานมาหลายจังหวัด ครั้งล่าสุดย้ายมาเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ในปี พ.ศ. 2544 ส่วนแม่ของหนูชื่อ คุณแม่อารมณ์ วงษ์ดีเลิศ มีกิจการเปิดร้านเสริมสวยอยู่ที่กรุงเทพฯ หนูเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว คุณพ่อและคุณแม่ของหนูก็เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เมื่อทุกท่านฟังแล้วชีวิตของหนูน่าจะสมบูรณ์พร้อม แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน

คุณย่าเล่าให้หนูฟังว่า หนูกับญาติของแม่เดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด รถเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนในรถเสียชีวิตพร้อมกันหมด เหลือเพียงหนูซึ่งมีอายุได้เพียง 5 เดือน รอดชีวิต หนูยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ที่คุณพ่อไม่ได้เดินทางไปด้วย

น้องไอซ์ต้องลาออกจากโรงเรียน เพื่อหารายได้ช่วยย่า โดยรับจ้างทั่วไป

คุณพ่อของหนูเป็นแพทย์ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เคารพในจรรยาบรรณแพทย์อย่างเคร่งครัด มีจิตใจดี หลายครั้งที่รักษาคนไข้ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย คุณพ่อกับคุณย่าเลี้ยงหนูมาด้วยความรักและความเมตตา ไม่ทำให้หนูรู้สึกว่าขาดแม่

แต่ชะตาฟ้าลิขิตเล่นตลกกับครอบครัวหนู เมื่อหนูอายุได้ประมาณ 2 ขวบ คุณย่าเล่าว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวของหนูอีก

วันหนึ่งคุณพ่อรักษาคนไข้ที่มีอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต ด้วยความเป็นห่วงคนไข้ ขณะที่พ่อกำลังปั๊มหัวใจให้คนไข้ คุณพ่อไม่ได้ใส่ผ้าปิดปาก ปรากฏว่าคนไข้ได้อาเจียนใส่คุณพ่อ ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ทางปาก คุณพ่อไม่ได้คำนึงความปลอดภัยของตนเอง จึงไม่ได้ทานยาเพื่อป้องกัน

ต่อมาไม่นานคุณพ่อก็เริ่มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายแล้วลามไปที่สมองอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดก็เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 30 กว่าปี เท่านั้น ซึ่งขณะนั้นหนูเองก็ยังจำหน้าพ่อไม่ได้ เพราะหนูก็มีอายุเพียง 2 ขวบ เท่านั้น หนูไม่เข้าใจว่าครอบครัวของหนูทำเวรกรรมอะไรไว้ ถึงต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้

ปัจจุบันนี้หนูมีเพียงคุณย่าที่มีอายุถึง 75 ปี ส่งเสียเลี้ยงดูให้หนูได้เรียนหนังสือ โดยมีอาชีพขายขนมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประทังให้สองชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ หนูสงสารคุณย่ามาก สิ่งที่หนูทำได้ดีที่สุดในเวลานี้คือ ตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นเด็กดี ช่วยเหลือคุณย่าทุกอย่างเท่าที่เด็กอายุขนาดหนูพึงจะทำได้

น้องไอซ์ต้องไปหาหมออยู่เป็นประจำ เนื่องจากป่วยเป็นลมชัก

ขณะนี้หนูอาศัยอยู่ที่บ้านของคนอื่นที่เขาให้ความเมตตา โดยที่ไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกันเลย ทุกเย็นหนูกับย่า จะมาช่วยกันขายขนมบนทางเท้า ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนทุกวัน ต้องพยายามขายให้หมด ไม่หมด ก็ขาดทุน เพราะครอบครัวของหนูมีเงินน้อยมาก แค่หมุนขายของไปวันๆ เท่านั้น หลายครั้งมีผู้ใจบุญมาช่วยซื้อขนมจนหมด

ทุกวันนี้หนูได้รับความเมตตาจากโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) แห่งนี้เป็นอย่างมาก ครูทุกคนให้ความเอ็นดู หนูได้รับทุนการศึกษา ได้รับประทานอาหารกลางวันฟรี รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ โรงเรียนจ่ายให้หนูหมด แต่หนูไม่รู้ว่าเมื่อหนูจบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้แล้ว ชีวิตหนูจะเป็นอย่างไรต่อไป

หนูคิดแต่เพียงว่าการศึกษาและความรู้เท่านั้น ที่หนูจะสามารถนำไปแลกกับการทำงานในอนาคตได้ ท่านทั้งหลาย และเพื่อนๆ ที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ หลายคนมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความพร้อมในการเรียน หนูอยากจะบอกทุกคนว่า เมื่อมีโอกาสแล้ว ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ และรักคุณพ่อ คุณแม่ให้มากๆ อย่าให้เหมือนกับหนูที่ไม่มีคุณพ่อคุณแม่ให้รักแต่หนูมีคุณย่าที่ประเสริฐที่สุด ที่ไม่เคยทอดทิ้งหนูเลย เราสองคน ทุกข์สุขมาด้วยกัน

หนูสัญญาว่าหนูจะดูแลคุณย่าแทนคุณพ่อหนูอย่างดีที่สุดที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างหนูจะทำได้ ขอบคุณสำหรับทุกท่าน ที่อดทนฟังประวัติชีวิตของหนู สวัสดีค่ะ

ด.ญ.อารดา วงศ์ดีเลิศ

ข้างต้น คือเรื่องราวที่ ด.ญ.อารดา เขียนไว้ เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน และเรื่องได้ถูกแชร์ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ในเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากมีการทำจดหมายเวียน จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อขอความช่วยเหลือครอบครัว "วงศ์ดีเลิศ"...

น้องไอซ์ต้องลาออกกลางเทอม ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.4 เพราะปัญหาเรื่องโรคลมชัก

ขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่าน หนูขอตั้งเป้าสานฝันมีบ้านให้คุณย่า

“ปัจจุบัน หนูอาศัยอยู่กับคุณย่า ที่ไม่ค่อยแข็งแรงนักกันเพียงสองคน เราไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว ที่ผ่านมาคุณย่าดูแลหนูอย่างดีที่สุดเท่าที่ท่านจะสามารถทำได้แล้ว อย่างไรก็ดี หลังจากเรื่องราวของหนู แพร่หลายออกไป ก็ได้มีผู้ใจบุญมากมาย แสดงตัวมาให้ความช่วยเหลือครอบครัวเล็กๆ ของหนูกันอย่างล้นหลาม หนูไม่รู้จะสรรหาคำขอบคุณใด มาขอบพระคุณทุกท่านเหล่านั้นได้หมด ขอบพระคุณจากใจจริงๆ ค่ะ” น้ำเสียงสุดแสนยินดีที่แฝงเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตา ของน้องไอซ์ ฝากมากับนายฮกหลง ถึงผู้มีพระคุณทุกๆ ท่าน ที่ให้ความเมตตา

ส่วนความฝัน หลังมีผู้ใจบุญเข้ามาโอบอุ้มนั้น น้องไอซ์ กล่าวกับ นายฮกหลง ว่า ณ เวลานี้ มีความฝันว่าอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง เพื่อให้คุณย่าได้พักผ่อน เพราะท่านทำงานหนักมาเยอะแล้ว อีกทั้ง เงินรายได้ที่ได้มาจากการออกไปทำงานรับจ้างทั่วไป จะได้นำไปใช้สำหรับการรักษาโรคประจำตัว คือ โรคลมชัก รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆในบ้านอย่างเต็มที่ แทนที่จะต้องเจียดส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าเช่าบ้านทุกเดือนๆ จนมีเงินไม่พอใช้จ่าย เหมือนในอดีต

ขณะที่เป้าหมายเรื่องการศึกษาเล่าเรียนนั้น น้องไอซ์​ กล่าวว่า ณ เวลานี้ มีความต้องการจะเข้าเรียนที่วิทยาลัยอาชีวศึกษากบินทร์บุรี สาขาบัญชี มากที่สุด เพราะอยู่ใกล้ที่พัก สามารถเดินทางไปเรียนได้สะดวก อีกทั้ง ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษากบินทร์บุรีเอง ก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือดูแลเรื่องการศึกษาอีกด้วย

ร่องรอยความทรงจำ เกี่ยวกับคุณพ่อหมอ ผู้เสียสละ       

เมื่อได้ยินคำถามนี้ จากนายฮกหลง ด.ญ.อารดา เงียบงันไปพักใหญ่ๆ ก่อนเอ่ยตอบกลับมาว่า ตอนคุณพ่อเสีย หนูเพิ่งมีอายุเพียง 2 ขวบ ความทรงจำต่างๆ เกี่ยวกับคุณพ่อ ส่วนใหญ่จะมาจากคำบอกเล่าของคุณย่า ที่ว่า คุณพ่อ ท่านเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ในฐานะหมอมาก รวมทั้งยังรักครอบครัวมากอีกด้วย...  

เมื่อได้ฟังคำบอกเล่ามาถึงบรรทัดนี้ นายฮกหลง เชื่อว่า แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ทุกท่าน คงอยากทำความรู้จักกับ นายแพทย์กฤษดา วงศ์ดีเลิศ คุณพ่อหมอ ของ น้องไอซ์ ซึ่งตามคำบอกเล่าของบุตรสาว ท่านเป็นบุคคลที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากได้อุทิศตัวเองช่วยเหลือผู้ป่วย โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเนื่อย จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต

นายแพทย์กฤษดา วงษ์ดีเลิศ คุณพ่อหมอ ของ น้องไอซ์

ในวันนี้ เราจะให้บุคคล 2 ท่าน ที่คนหนึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นอดีตผู้บังคับบัญชา ได้มารื้อฟื้นความทรงจำถึงบุคคลที่น่ายกย่องผู้นี้ให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านได้รับฟังกัน

ท่านแรก นพ.พงศธร สร้อยคีรี ผอ.รพ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี อดีตเพื่อนร่วมรุ่น แพทยศาสตร์จุฬาฯ กับ คุณพ่อน้องไอซ์ รื้อฟื้นความทรงจำเท่าที่พอจำได้ ก่อนเล่าให้นายฮกหลง ฟังว่า ได้เข้าเรียนแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมกับ นพ.กฤษดา เมื่อปี พ.ศ.2529 โดยส่วนตัวก็ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกัน เนื่องจากตอนเรียนไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน กฤษดา มีเลขที่นั่งอยู่ที่ ตัว K ส่วนของผม อยู่ที่ตัว P ด้วยเหตุนี้ ทำให้ไม่รู้ข้อมูลส่วนตัวมากนัก รู้เพียงว่าเขาจบโรงเรียนโยธินบูรณะ หลังจากเรียนจบปี พ.ศ.2534 แยกย้ายกันทำงานในปี พ.ศ.2535 ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ต่างคนต่างแยกย้ายไปรับราชการตามต้นสังกัด

ตัวผมเองได้มาทำงานอยู่ปราจีนบุรี โดยที่ไม่ทราบว่าเขาไปทำงานใช้ทุนที่ไหน ทราบแต่เพียงว่าย้ายไปทำงานที่ รพ.กบินทร์บุรี อยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อประมาณปี พ.ศ.2544 หรือ 2545 จากนั้นก็มารู้ทีหลังว่าเขาได้เสียชีวิต โดยตอนที่เสีย ไม่มีเพื่อนคนไหนทราบเรื่องเลย จนกระทั่งเพื่อนที่อยู่โรงพยาบาลชัยภูมิ ไปเห็นเฟซบุ๊กของครูน็อต สานิตย์ ที่โพสต์ เรียงความของน้องไอซ์ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวโพสต์เข้ากลุ่มไลน์นักเรียนแพทย์ในรุ่น และอยากให้มีการตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

"หลังทราบเรื่องก็เลยเดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อตรวจสอบ ได้เจอคุณครูของน้องไอซ์ และทราบว่าน้องเรียนจบ ม.3 แล้ว ไม่ได้เรียนต่อ จากนั้น ก็เลยพาไปที่บ้านเช่าใกล้ๆ กับโรงเรียน จากที่ได้พบกับครอบครัวนี้ รู้สึกน่าสงสารมาก ไม่มีญาติที่ไหน อยู่กันเพียง 2 คน คุณย่าเอง ตอนนี้ อายุ 79 ปี รับเงินเบี้ยยังชีพ 700 บาท ต่อเดือน ประทังชีวิตแค่การขายของเล็กๆ น้อยๆ แต่คุณย่า ยังแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว เจ้าของบ้านที่ให้เช่า จะให้อยู่ฟรี คุณย่าก็ไม่ยอม เวลาไหนไม่มีก็ขอติดไว้ก่อน มีเงินเมื่อไหร่ก็จะนำมาชำระที่ติดไว้ทุกครั้ง เมื่อเห็นดังนั้น จึงได้ตกลงกับกลุ่มเพื่อนว่า...ยังไงเราต้องช่วยน้องและคุณย่าให้ได้! เพื่อให้น้องและคุณย่ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้เรียนอย่างที่ตั้งใจไว้” คุณหมอพงศธร กล่าวอย่างหนักแน่น

หลังจากข่าวแพร่ออกไป นพ.โชคชัย สาครพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี หลังจากทราบเรื่อง ก็ให้การสนับสนุนและได้แนะนำว่า ควรช่วยเหลือเพราะเป็นกลุ่มเพื่อนที่เรียนแพทย์ด้วยกัน จึงร่วมกันเปิดบัญชีชื่อ "กองทุนเพื่อ น.ส.อารดา วงศ์ดีเลิศ" เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้บริจาคเข้ามาเป็นจำนวนมาก และยิ่งมีการแชร์กันในโซเชียลมีเดีย ก็ยิ่งได้รับความสนใจบริจาคกันเข้ามาเพิ่มขึ้น สิ่งที่อยากทำให้น้องไอซ์ในเวลานี้คือ เราจะช่วยครอบครัว อยากให้ทุนการศึกษา อยากให้คุณย่าได้อยู่สบายขึ้น อยากจะให้ทุนการศึกษาจนจบสูงที่สุด จากนั้นก็กลับมาทำงานเพื่อเลี้ยงดูคุณย่าได้ ใจจริงทางโรงพยาบาลกบินทร์บุรี อยากจะให้มาทำงานเป็นพยาบาล แต่เนื่องจากน้องเป็นโรคลมชัก จึงอาจไม่ค่อยสะดวก อีกทั้ง น้องไอซ์ เองก็กลัวเรียนไม่ไหวด้วย” เพื่อนร่วมรุ่นคุณพ่อน้องไอซ์ กล่าวด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์   

ยอมรับ ยังไม่แน่ใจเพื่อนร่วมรุ่นเสียชีวิตเพราะอะไร เร่งประสานรักษาโรคลมชักน้องไอซ์

ขณะที่การเสียชีวิตของ นพ.กฤษดา นั้น นพ.พงศธร กล่าวกับนายฮกหลง ว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเสียชีวิตเพราะอะไร ติดเชื้อในกระแสเลือด ได้อย่างไร รู้แต่เพียงตามที่น้องไอซ์ เขียนเรียงความ แต่โดยปกติแล้ว ผู้ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ หากติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นเชื้ออะไร แล้วอยู่ในขั้นกระจายเชื้อโดยทางเดินหายใจ ก็จำเป็นต้องหยุดทำงานอยู่แล้ว ถ้าหากไม่หยุด ก็จะเป็นการนำเชื้อไปให้คนอื่น แต่โรคบางโรคไม่ได้ติดต่อทางลมหายใจก็ไม่เป็นไร ก็สามารถดำรงชีวิตในสังคมปกติได้ แต่หากหมอท่านนั้น มีภูมิคุ้มกันไม่ดี แต่หากมีการป้องกันที่ดี ก็สามารถทำงานทางการแพทย์ได้

ส่วนอาการป่วยของ น้องไอซ์ ที่ป่วยเป็นโรคลมชักนั้น ทราบว่า จะมีอาการชักบ้างเป็นบางครั้ง ตอนนี้จึงได้ประสานกับเพื่อนที่เชี่ยวชาญโรคนี้ เพื่อมาช่วยดูอาการน้อง เบื้องต้น ทราบว่ามีอาการชักบางเวลา และตอนนี้ก็กินยาอย่างต่อเนื่อง หากได้รับการช่วยเหลือแบบนี้ เชื่อว่าอาการน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะความเครียดน้อยลง

ทั้งนี้ ผอ.รพ.ประจันตคาม ยอมรับว่า เคสนี้ถือเป็นเคสแรก ไม่เคยเกิดขึ้นกับกลุ่มแพทย์จุฬาฯ มาก่อน พวกเราเพิ่งรู้จริงๆ ว่าลูกเพื่อนลำบากขนาดนี้ ในกลุ่มเพื่อนบอกว่า "หันมองลูกเพื่อน แล้วหันมามองลูกเรา...ยังไงก็ต้องช่วยเหลือ"

อดีตผู้บังคับบัญชา ยืนยัน พ่อน้องไอซ์ เป็นหมอที่ดี

ขณะที่ นพ.โชคชัย มานะดี ผอ.รพ.กบินทร์บุรี ซึ่งเคยเป็นผู้บังคับบัญชา หมอกฤษดา เมื่อปี พ.ศ.2544 ให้สัมภาษณ์กับนายฮกหลง ว่า คุณหมอกฤษดา เป็นคนร่าเริง เอาใจใส่กับคนไข้รวมถึงบรรดารุ่นน้องที่มาฝึกงานเป็นอย่างดี จนได้รับเสียงชื่นชมมากมาย เพียงแต่เราไม่ทราบว่าคุณพ่อน้องไอซ์ เป็นโรคภูมิต้านทานต่ำ ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ติดเชื้อง่ายและหายยาก หากมีการป้องกันที่ดีก็ไม่มีปัญหากับอาชีพแพทย์

อย่างไรก็ดี คุณหมอกฤษดา ทำงานให้เราเพียง 6 เดือนเท่านั้น จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนลูกสาวของหมอกฤษดา มารักษาที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี อยู่แล้ว แต่ตอนแรกเราไม่ทราบ เพราะน้องเองก็เข้ามารักษาตัวตามปกติ ใช้บัตรทอง ส่วนเรื่องการรักษานั้น ตอนนี้สามารถควบคุมอาการชักได้แล้ว โดยให้น้องไอซ์ทานยา แต่ในลำดับต่อไป คือจะให้น้องเขาไปตรวจที่สถาบันประสาทวิทยา เพื่อจะดูว่าหากใช้วิธีการผ่าตัดจะหายหรือไม่ ถ้าผ่าตัดแล้วหายขาด ก็อาจจะส่งตัวน้องเขาไปรักษา ซึ่งล่าสุด สถาบันประสาทวิทยา ได้ติดต่อกลับมาแล้วว่า ยินดีที่จะรักษาให้ฟรีตามสิทธิบัตรทอง

ขณะที่ การให้ความช่วยเหลือครอบครัวนั้น เบื้องต้นจะช่วยเหลือน้องไอซ์ จนจบปริญญาตรี และหากเป็นไปได้ ก็อยากให้ทำงานที่โรงพยาบาลกบินท์บุรี ส่วนเงินช่วยเหลือที่ทางเพื่อนจากคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ เปิดบัญชีเอาไว้นั้น ทางโรงพยาบาล จะมีการแต่งตั้งกรรมการ 3 คน ในการช่วยกันดูแล โดยในเบื้องต้น จะให้เงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สัปดาห์ละ 1,400 บาท ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน เดือนละ 1,800 บาท จนกว่าน้องจะมีรายได้ จบปริญญาตรี

ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา

นายกแพทยสภา ยอมรับไม่เคยเจอกรณีลูกหมอ ตกยากขนาดนี้    

ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวกับ นายฮกหลง ว่า เรื่องการช่วยเหลือ มีสาธารณสุขจังหวัดดูแลอยู่แล้ว สิ่งที่ทางแพทยสภาทำได้ คือการเผยแพร่ข่าวเพื่อให้สมาชิกทั่วประเทศได้ทราบ ว่ามีลูกของนายแพทย์ต้องเผชิญชีวิตอย่างยากลำบาก เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องน่าเศร้า ตอนที่พ่อของน้องไอซ์เสียใหม่ๆ ก็ไม่มีใครทราบ หากมีคนทราบก็น่าจะได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่ตอนที่น้องเขา 2 ขวบ ถึงวันนี้ ก็ผ่านมานานนับสิบปี ถือเป็นการเสียโอกาสที่เราจะยื่นมือเข้าช่วย

นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าที่ผ่านมา ทางแพทยสภา ไม่เคยเจอกรณีแบบนี้มาก่อน เพราะปกติหากมีอะไรก็มักจะมีการส่งข่าวกันให้ได้รับทราบ นอกจากนี้ นายแพทย์กฤษดา เองก็มีสังกัด หากมีการส่งเรื่องให้ความช่วยเหลือตั้งแต่แรก ก็จะเป็นโอกาสที่ดีแก่เด็กและครอบครัว ส่วนจะมีการตั้งกองทุนหรือมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือในกรณีแบบนี้อีกหรือไม่ นายกแพทยสภา กล่าวว่า นี่เป็นแนวคิดที่ดี ที่จริงก็ควรมีมูลนิธิในการช่วยเหลือเรื่องต่างๆ เหล่านี้กับแพทย์หรือญาติคนอื่นๆ แต่เราเองก็ต้องระมัดระวัง เพราะอาจมีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างไปหลอกคนอื่นได้

อ่านจากเรียงความเคล้าน้ำตาเรื่องนี้ ส่วนตัว นายฮกหลง ยังมีความสนใจใคร่รู้ในอีก 2 ประเด็น นั่นคือ โรคลมชัก ที่น้องไอซ์ ยังต้องเผชิญ รวมถึง โรคภูมิต้านทานต่ำ ที่คร่าชีวิตของ คุณพ่อน้องไอซ์ ด้วยเหตุนี้ นายฮกหลง จึงได้เชื้อเชิญ นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และ รศ.นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มาให้ความรู้กับแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน....

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผู้เชี่ยวชาญโรคลมชัก

ทำความรู้จักโรคลมชัก คืออะไร สาเหตุ และวิธีการรักษา?

โดย นพ.ธนินทร์ จับเข่าคุยกับนายฮกหลง ว่า โรคลมชัก เกิดจากสมองมีการสร้างคลื่นไฟฟ้าผิดปกติ จนทำคนไข้มีลักษณะพฤติกรรมผิดปกติ เช่น เกิดอาการ เกร็งกระตุก เกร็ง หรือมีอารมณ์ผิดปกติ ณ ขณะนั้น หรือพฤติกรรมแปลก ที่มักจะซ้ำเหมือนเดิม เช่น ดิ้นเหมือนเดิมทุกเช้า ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ มีหลายสาเหตุ เช่น 1. เกิดจากพันธุกรรม 2. มีการติดเชื้อในสมอง 3. มีการผิดปกติของเนื้อสมองมาตั้งแต่เด็ก 4. มีประวัติประสบอุบัติเหตุทางสมอง 5. มีปัญหาตั้งแต่การคลอด 6. มีปัญหาสมองขาดออกซิเจน

ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัยของมนุษย์ โดยสิ่งสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ก็คือ การชักของผู้ป่วยแต่ละครั้ง โดยเฉพาะหากนานเกินปกติ ที่มักจะกินเวลาเพียง 1-2 นาที ไปเป็นเกินกว่า 5 นาที อาจจะทำให้สมองตายเพราะขาดออกซิเจนได้

ส่วนการรักษา สำคัญเลยคือ ต้องหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการชักให้ได้ ว่า เกิดจากอะไร เช่น อาจจะเกิดจากมีเนื้องอกในสมอง มีเส้นเลือดหรืออาจมีเส้นเลือดแตกในสมองหรือไม่ โดยหากพบก็มีโอกาสจะรักษาให้หายขาดได้ โดยการรักษาก็มีทั้งการผ่าตัด หรือการให้ยา โดยในกรณีผู้ป่วยที่ต้องกินยานั้น ข้อสำคัญที่ควรทราบก็คือ ยาที่ใช้รักษาอาการกันชัก มีราคาค่อนข้างสูง คือ โดยเฉลี่ยต่ำสุด คือเม็ดละ 50 สตางค์ - 1 บาท สูงสุด 60-100 บาท ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย โดยบางรายอาจต้องกินยาหลายเม็ดต่อ 1 วันก็มี เพราะฉะนั้น เฉลี่ยบางรายอาจเสียเฉพาะค่ายาถึง 2-3 หมื่นบาท ต่อเดือน แต่ยังโชคดีที่คนไทย สามารถใช้บัตรทองในการรักษาได้ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมตัวยาที่ใช้รักษาถึง 60-70 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อพบผู้ป่วยมีอาการเป็นโรคลมชักนั้น มีวิธีการดังต่อไปนี้ 1. อย่าตกใจ 2. อย่าให้คนมุง 3. จับนอนตะแคงราบกับพื้นศีรษะต่ำ 4. ดึงของที่อยู่ในปากออกให้มากที่สุด 5. ห้ามนำของแข็งงัดปาก งัดลิ้น เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บจนฟันหัก ซึ่งหากฟันที่หักเกิดหลุดลงไปในหลอดลม อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ 6. รีบนำตัวส่ง รพ.

โรคภูมิคุ้มกันต่ำ สุดอันตราย ต้องหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยง

ขณะที่ รศ.นพ.นิพนธ์ ได้มาให้ความรู้กับ นายฮกหลง สำหรับประเด็นการติดเชื้อในบุคคลที่เป็นโรคภูมิต้านทานต่ำ ส่งผลร้ายแรงถึงทำให้เสียชีวิตได้จริงหรือ ว่า ในหลักการของการติดเชื้อนั้น 1. เชื้อจะต้องมีมากพอสมควร เวลาเข้าสู่ร่างกาย 2. ผู้รับเชื้อต้องอยู่ในภาวะที่ร่างกายอ่อนแอ ยกตัวอย่างเช่น เวลามีคนไอ หรือจามใส่เรานั้น เชื้อไวรัส จะถูกแพร่ออกมาเป็นจำนวนมาก หากเราแข็งแรง เชื้อเหล่านั้นก็ไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ แต่หาก ณ เวลานั้น ร่างกายเราไม่แข็งแรง มีภูมิต้านทานต่ำ เราก็จะติดเชื้อได้แน่นอน เพราะฉะนั้นในบุคคลที่เป็นโรคภูมิต้านทานต่ำ ก็มักจะมีภาวะเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคได้ง่ายกว่าคนปกติ และเมื่อติดเชื้อแล้วก็จะมีอาการค่อนข้างรุนแรง เพราะร่างกายไม่มีตัวฆ่าเชื้อโรคนั่นเอง 

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิต้านทานต่ำ มีหลายสาเหตุ เช่น อาจจะเกิดจากกินยาบางชนิด ที่ไปกดภูมิต้านทานไว้ เช่น ยาต้านมะเร็ง หรืออาจเป็นโรคที่เกี่ยวกับเลือด เช่น เบาหวานรุนแรง หรือโรคไต เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดขึ้นมาเป็นภูมิคุ้มกันได้มากพอ 

***สำหรับผู้ใจบุญ ที่อยากให้ความช่วยเหลือน้องไอซ์ สามารถบริจาคได้ที่ บัญชีธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาประจันตคาม ชื่อบัญชีกองทุนสวัสดิการ เพื่อ น.ส.อารดา วงศ์ดีเลิศ เลขที่บัญชี 02-006-7-47791-5***        

นายฮกหลง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ 
สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    22.1%
  • ไม่ชอบ
    1.8%
  • สนุก
    0.6%
  • ประหลาดใจ
    1.0%
  • เสียใจ
    0.9%
  • ให้กำลังใจ
    73.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement