เจ้าของ 2 อู่ให้ปากคำดีเอสไอ โต้เอี่ยวนำเข้า-จดประกอบรถ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เจ้าของ 2 อู่ให้ปากคำดีเอสไอ โต้เอี่ยวนำเข้า-จดประกอบรถ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 17:42
2,197 ครั้ง


เจ้าของอู่รับจ้างประกอบรถเบนซ์ 'สมเด็จช่วง' เข้าให้ข้อมูลดีเอสไอ ระบุเป็นแค่ช่างซ่อมรถคันดังกล่าว ไม่เกี่ยวนำเข้า-ปลอมเอกสาร ด้าน 'เจ้าของอู่ เอ็นพี การาจ' ปัดเอี่ยวจดทะเบียนประกอบรถ ..

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 ก.พ.59 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าบริษัทแอนซีทรานสฟอร์เมอร์ จำกัด ซึ่งเป็นอู่รถผู้รับจ้างประกอบรถยนต์โบราณ และเป็นผู้ประกอบรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ของสมเด็จช่วงที่ตกเป็นข่าว เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังพบว่าตนเองมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้อง

โดยนายวิชาญ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาให้ข้อมูลกับทางดีเอสไอเพิ่มเติม โดยข่าวออกมาที่ตนเยอะมาก เพราะทำรถเบนซ์คันนี้ขึ้นมา ถ้าไม่ทำคงไม่วุ่นวายขนาดนี้ ทั้งนี้ ยอมรับว่าเป็นที่อู่เป็นคนทำตัวรถคันดังกล่าว แต่ก็ต้องแยกออกเป็นเรื่องๆ เช่น การนำเข้า การจดประกอบ การเสียภาษี และการจดทะเบียนรถ

"ถ้าเปิดอู่ซ่อมรถรับจ้างทำงานและเป็นความผิดก็ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร ส่วนถ้าเป็นเรื่องของเอกสารการยื่นตามที่ต่างๆ นั้นจะเป็นใบเสร็จหรือลายเซ็น ตรงส่วนนั้นก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปหาข้อมูล แต่ในขั้นตอนของผมเป็นอู่รับจ้างทำงาน ซึ่งเรื่องการนำเข้าและรายละเอียดขั้นตอนอื่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจดประกอบรถอยู่แล้ว รวมทั้งการยื่นเอกสารของทางราชการค่อนข้างวุ่นวาย ผมเป็นช่างทำไม่เป็น" นายวิชาญ กล่าว

นายวิชาญ กล่าวอีกว่า ที่อู่มีลูกน้องเพียง 4-5 คน อุปกรณ์บางชิ้นต้องอาศัยร้านคนอื่นเลย และไม่ใช่อู่ทำรถพระ สำหรับมูลค่าการซ่อม 4 ล้านบาท แต่ไม่ใช่อู่ตนอย่างเดียว แยกไปยังบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งทางอู่ของตนรู้จักกับ หจก.อ๊อด 89 และร่วมทำเฉพาะรถเบนซ์คันนี้คันเดียว และไม่ได้มีหุ้นส่วนอะไรกัน นอกจากนี้ รถเบนซ์คันดังกล่าวมาซ่อมที่อู่ เพราะว่าอู่เรามีประสบการณ์เรื่องรถโบราณ ส่วนเรื่องใครจะทำอะไรทั้งต่อทะเบียนหรือเสียภาษีเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถ

ต่อมา นางกาญจนา มากเหมือน เจ้าของอู่ เอ็นพี การาจ ซึ่งเป็นอู่ประกอบรถยนต์ที่จดทะเบียนถูกต้อง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับผู้ปลอมลายมือชื่อ และแอบอ้างชื่ออู่ เอ็นพี การาจ ไปจดประกอบรถรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ โบราณ เลขทะเบียน ขม 99 ของสมเด็จช่วง ซึ่งนางกาญจนา ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจดประกอบรถคันดังกล่าว และไม่เคยเห็นรถคันดังกล่าวด้วย แต่ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ นายชลัช นิติฐิติวงษ์ เพื่อนของสามี เป็นผู้แนะนำ และนำเอกสารขอใบอนุญาตประกอบอุตสาหกรรม หรือ จดประกอบรถยนต์ มาให้และพาไปยื่นขออนุญาต ที่กรมสรรสามิตร ด้วย จากนั้นก็ไม่พบนายชลัช อีก และยืนยันว่าที่ผ่านแม้มีใบอนุญาต แต่ก็ไม่เคยประกอบรถยนต์ เนื่องจากไม่มีช่างผู้เชี่ยวชาญ รับเพียง เคาะ พ่น สี เท่านี้ พร้อมยืนยันว่า ไม่รู้จัก อู่วิชาญ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส และ นายสมนึก ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้รับจ้างไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า จะต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้นำเอกสารไปยื่นที่กรมสรรพสามิต และกรมการขนส่งทางบก ส่วนนายชลัช อยู่ระหว่างการประสาน เพื่อให้เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ และเบื้องต้นทราบจากกระแสข่าวว่า สมเด็จช่วง ไม่ต้องการครอบครองรถคันดังกล่าว จากนี้ดีเอสไอจะขอเข้าพบกับสมเด็จช่วงเพื่อสอบถามความต้องการ พร้อมนำรถของกลางมาดูแล จะสอบถามสมเด็จช่วง เพื่อยืนยันลายเซ็นที่ปรากฏในเอกสารครอบครองรถ ว่าใช่ลายเซ็นสมเด็จช่วงหรือไม่ ซึ่งหากไม่ใช่จะนำลายเซ็นส่งตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป

วันเดียวกัน นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า พร้อมเข้าไปตรวจสอบหากดีเอสไอ ประสานความร่วมมือในการขอข้อมูล แต่การจะเข้าไปตรวจสอบภาษีสรรพสามิต จะต้องรอให้คดีถึงที่สิ้นสุดก่อน เมื่อคดีสิ้นสุดกรมฯ จะเข้าไปประเมินภาษีใหม่ และยืนยันไม่ปกป้องผู้ที่กระทำผิด หากพบว่าเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตมีส่วนรู้เห็น จะลงโทษตามกฎหมาย.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    6.9%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    37.9%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    55.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement