ร้อง สคบ. 'ดร.เซปิง' เรียกแสนห้า ทำหน้าเด็ก! ถึง รพ. มีแต่รูปทำช่วงล่างผู้หญิง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ร้อง สคบ. 'ดร.เซปิง' เรียกแสนห้า ทำหน้าเด็ก! ถึง รพ. มีแต่รูปทำช่วงล่างผู้หญิง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 17:30
15,053 ครั้ง


สาวเจ้าของ บ.น้ำผึ้งดัง โร่ร้อง สคบ.โดน ดร.เซปิง เรียกค่าทำเฟซออฟแสนห้า มัดจำสองหมื่น แต่พอถึง รพ.พบว่ามีแต่รูปหมอทำช่วงล่างให้ผู้หญิง เลยไม่ยอมทำ ขอเงินคืนกลับโยกโย้ เตือนอย่าหลงเชื่อ ส่วนทนายชี้ น่าจะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 ก.พ.59 น.ส.โสภา เริงเสมอ อายุ 47 ปี เจ้าของ บ.ภัทรธำรงค์ ดำเนินกิจการจำหน่ายน้ำผึ้งซันฟอเรสต์ พร้อมด้วยนายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความจากสมาคมศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย เข้าร้องทุกข์ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ชั้น 1 อาคารศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ

น.ส.โสภา กล่าวอ้างว่า ที่ตนเดินทางมาพร้อมกับทนายความวันนี้ เนื่องจากตนเป็นผู้เสียหายที่ติดต่อทำศัลยกรรมใบหน้ากับ ดร.เซปิง โดยก่อนหน้านั้นตนคิดว่าจะทำตาสองชั้น ก็ไปค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต พบเพจของหมอชลธิศ ลินนรัชดานันท์ จึงโทรไปสอบถาม กลับพบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ดร.เซปิง ตนจึงแจ้งว่าจะทำตาสองชั้น ทาง ดร.เซปิง ได้ชวนให้ทำทั้งหน้าเพราะมีโปรโมชั่นพิเศษในราคา 1 แสน 5 หมื่นบาท มีการดึงหน้าทำให้ดูอ่อนกว่าวัย ตนยังไม่ตกลง หลังจากนั้น ดร.เซปิง ก็ติดต่อมาเรื่อยๆ พร้อมกับนำภาพผลงานการทำหน้าส่งมาให้ดูทางไลน์ และแจ้งให้โอนเงินมัดจำจำนวนสองหมื่นบาท กระทั่งวันที่ 4 ก.พ. ตนโอนเงินเข้าบัญชี น.ส.ทิฐินันท์ ธนภาศโชติอนันต์ ธนาคารกสิกรไทย

ต่อมา ดร.เซปิงได้ไลน์มาแจ้งให้งดน้ำ งดอาหาร และให้ไปที่ รพ.กมลเวชแทน บอกว่าเป็นโปรพิเศษได้ทำที่โรงพยาบาลเลย ติดต่อหมอที่ชั้น 2 พอเจ้าหน้าที่นำตนขึ้นไปพบหมอ ปรากฏว่าไม่ใช่คุณหมอชลธิศ พร้อมแจ้งว่าต้องใช้เวลาผ่าตัดและพักฟื้นหลายวัน ตนจึงเอะใจโทรไปหา ดร.เซปิง ก็อ้างว่าเป็นโปรโมชั่นพิเศษ ทำที่นี่ดี มีแถมมากมาย แต่ตนดูภาพที่ทางโรงพยาบาลทำให้ลูกค้า พบว่าเป็นการทำช่วงล่างผู้หญิงทั้งหมด ตนจึงคิดว่าการกระทำแบบนี้มันหลอกลวงกันชัดเจน จึงติดต่อขอคืนเงินก็ถูกบ่ายเบี่ยง ไม่สามารถติดต่อเจ้าของบัญชีได้


อย่าไรก็ตาม เมื่อติดต่อไปทาง ดร.เซปิง บอกว่า จะเอาเงินไปให้เอง ตนรออยู่เป็นชั่วโมง พอมาถึง ตนจึงเข้าไปต่อว่า ดร.เซปิง เขากลับบอกว่าเงินมีเยอะ จะคืนให้ อย่าพูดว่าเขาแบบนี้ และพยายามโน้มน้าวให้ตนทำศัลยกรรมจะได้ลดพิเศษ ตนเห็นว่าการกระทำแบบนี้เป็นการหลอกลวงกัน ซึ่งอันตรายมาก หากตกลงศัลยกรรมใบหน้าแล้วผลออกมาไม่สวยดั่งใจหวัง แล้วยังจะมีผลต่อร่างกายอีกหรือไม่ ตนจึงไม่ยอมทำ กลับถูกบังคับให้นำบัตรประชาชนมาถ่ายเอกสาร พร้อมถ่ายภาพตอนรับเงินค่ามัดจำคืนสองหมื่นบาทอีกด้วย ตนจึงไปปรึกษากับทาง นพ.ชลธิศ ซึ่งได้อนุเคราะห์ส่งทนายความมาช่วยดูแลและดำเนินการแจ้ง สคบ.

"อยากจะเตือนประชาชนว่า อย่าไปหลงเชื่อโฆษณาในอินเทอร์เน็ต ควรตรวจสอบข้อมูลและสถานที่ให้ชัดเจนก่อนที่จะโอนเงิน" น.ส.โสภา กล่าวในที่สุด

ทางด้านนายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้พาผู้เสียหายมาร้องเรียน เนื่องจากทางผู้เสียหายได้เข้าไปร้องเรียนกรณีที่เกิดขึ้นกับทางสมาคมฯ และเชื่อว่ายังมีเหยื่อที่หลงเชื่ออีกจำนวนมาก ทาง นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมฯ จึงได้ให้ทีมทนายความคอยดูผู้เสียหายที่นำชื่อ นพ.ชลธิศไปแอบอ้าง เชื่อว่ามีผู้เสียหาอีกหลายรายที่ไม่กล้าเข้าร้องเรียน ซึ่งหากมีก็จะช่วยอำนวยความสะดวกในด้านคดีให้ ส่วนการดำเนินคดีทางอาญานั้นทาง นพ.ชลธิศ ได้แจ้งความไว้ที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยาแล้ว

"เรื่องที่ ดร.เซปิงมารู้จักกับ นพ.ชลธิศนั้น ทราบว่า ดร.เซปิง แนะนำลูกค้ามาให้ และแนะนำตัวว่าเป็นลูกสาวท่านประจวบ คุณหมอก็ไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งเกิดเรื่องขึ้น เชื่อว่าคงจะมีผู้เสียหายอีกหลายรายเข้าแจ้งความ ซึ่งก็จะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน" ทนายความกล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.3%
  • ไม่ชอบ
    8.3%
  • สนุก
    8.3%
  • ประหลาดใจ
    75.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement