บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มท.1 มอบนโยบาย อปท. ช่วยสร้างปรองดองในชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบาย 17 อปท. ภาคเหนือ ขอช่วยสร้างความปรองดองในชาติ แบ่งสีไม่ว่า แต่อย่าพาคนมาตีกัน หวั่นขัดแย้งการเมือง ลุกลามถึงศาสนา หากไม่แก้ ประเทศถึงทางตันแน่...

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 59 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย และคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภาคเหนือ ทั้ง 17 จังหวัด

โดย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังมีเวลาทำงานอีกประมาณ 1 ปี รับรองว่าไม่มียืดเยื้อหรือเลื่อนเลือกตั้งแน่ๆ นายกรัฐมนตรี จึงอยากบริหารงานให้เป็นไปตามรูปแบบที่ควรจะเป็น ตนจึงต้องมาพูดคุยกับพวกท่านในวันนี้ เพราะงานส่วนหนึ่งอยู่ที่พวกท่าน ซึ่ง อปท. มีหน้าที่ดูแลประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในจุดที่ล่อแหลม เปราะบาง ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ทั้งนี้รัฐบาลมองเห็นว่าประเทศเราบริหารงานโดยไม่ได้ยึดกรอบนโยบาย ถามว่าบริหารโดยพรรคการเมืองดีไหม ก็ต้องบอกว่าดี แต่ส่วนใหญ่เป็นพรรคพวกกัน ไม่ใช่พรรคการเมือง

ดังนั้น รัฐบาลนี้จึงอยากใช้เวลา 1 ปีเศษๆ นี้ บริหารงานโดยใช้ยุทธศาสตร์ระยะยาว โดยมีแผนงานโครงการ ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และการปฏิรูปที่สอดคล้องกับนโยบายลงไปในพื้นที่ ซึ่งท่านจะต้องเป็นผู้จัดทำแผนโครงการมา ท้องถิ่นต้องทำงานอย่างเต็มที่บนพื้นฐานของความต้องการของประชาชน งานในส่วนของท่าน รัฐบาลประเมินทั้งหมด มีการจัดทำแบบฟอร์มประเมินผู้ว่าฯ ตามแนวทางที่ตนได้พูดไปทุกเรื่อง ถ้าตั้งใจทำงานจะสำเร็จไม่สำเร็จไม่ต้องกลัว แต่ต้องทุ่มเท เอาใจใส่ ชาวมหาดไทยต้องช่วยกัน ยืนยันว่าไม่มีใครยุบใครได้

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการประชารัฐนั้น เราไม่ได้ต่อต้านเรื่องประชานิยม ทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นคนร่วมคิดร่วมทำ รัฐบาลจึงเห็นว่าปีนี้จะทำอะไรก็แล้วแต่ ให้มาจากระดับล่างคือประชาชน โดยให้หน่วยงานของรัฐบาลไปช่วยสะท้อนความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด นอกจากนี้ในเรื่องความปรองดอง ที่ต้องพูดเพราะอนาคตของชาติท่านต้องสร้าง ประเทศ เราไม่เคยมีปัญหาเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา แต่ปัญหาของเราคือความชอบที่ไม่ตรงกัน ซึ่งคุณจะชอบสีอะไรก็ได้ แต่อย่าเอามาเป็นเงื่อนไขหรือพาคนมาตีกัน ถ้าคนในชาติร้าวฉานไปแล้ว เราจะไม่มีทางพัฒนาอะไรได้เลย ดังนั้น ที่ตนเน้นว่าอย่าให้คนตีกันนั้นไม่ได้กลัวใครจะอยู่จะตาย แต่ชาติจะพังพินาศ ท่านมีหน้าที่ทำอย่างไรก็ได้ให้คนปรองดองกัน ขณะนี้ความขัดแย้งลุกลามมาที่ศาสนาที่เกิดจากคนๆ เดียว แต่เอาคนทั้งประเทศมาตีกัน ตนไม่ขอพูดเพราะจะเป็นประเด็น แต่ขอว่าเราขัดแย้งเรื่องการเมืองแล้วอย่าขัดแย้งเรื่องศาสนาอีกเลย ไม่อย่างนั้นประเทศจะถึงทางตันแน่ๆ.