จับร้านลอบขายยากลุ่ม 'แอนติฮีสตามีน' วัยรุ่นดื่มทำให้คึก ก่อนก่ออาชญากรรม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

จับร้านลอบขายยากลุ่ม 'แอนติฮีสตามีน' วัยรุ่นดื่มทำให้คึก ก่อนก่ออาชญากรรม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.พ. 2559 16:37
1,930 ครั้ง


รักษาราชการแทน ผบช.น. แถลงผลการระดมล่อซื้อยาอันตรายกลุ่ม "แอนติฮีสตามีน" หลังพบกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกจับกุมในหลายคดี นำไปผสมเครื่องดื่มทำให้เกิดอาการมึนเมา คึกคะนอง ก่อนลงมือก่อเหตุสร้างปัญหาสังคม เบื้องต้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิด 62 ร้าน เตือนห้ามขาย ขู่ฝ่าฝืน คาดโทษทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.พ.59 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ร่วมแถลงผลการระดมการล่อซื้อยาอันตราย ตัวยากลุ่มแอนติฮีสตามีน ในพื้นที่ กทม. สามารถจับกุมผู้กระทำผิด 62 ราย 62 ร้านขายยา พร้อมของกลางจำนวนมาก

พล.ต.ต.ศานิตย์ เปิดเผยว่า การระดมกวาดล้างตัวยาอันตรายดังกล่าว สืบเนื่องจาก ช่วงที่ผ่านมามีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุอุกฉกรรจ์หลายพื้นที่ใน บช.น. เช่น กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย จับกุม แก๊งอั้ม เสือใหญ่ ก่อเหตุปล้นทรัพย์มากกว่า 7 ครั้ง โดยใช้มีดอีโต้ฟันผู้เสียหายและปล้นทรัพย์สองพ่อลูก บริเวณซอยศรีนครินทร์ 11 พื้นที่ สน.ประเวศ ผู้เสียหายเป็นพนักงานบริษัทไทยออแกไนซ์ ถูกแทงด้วยของมีคม ที่แขนทั้ง 2 ข้าง และเหตุปล้นทรัพย์ พนักงานเอสแอนพี หน้าตึกชินวัตร ทาวเวอร์ 2 พื้นที่ สน.บางซื่อ ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธมีดปล้นทรัพย์ ขณะกำลังนั่งเล่นไอแพด โดยผู้ต้องหาแต่ละคดี ส่วนใหญ่รับสารภาพว่าก่อนลงมือก่อเหตุ ได้เสพยาทามาดอล โปรโคดิล (ตัวยากลุ่มแอนติฮีสตามีน) หรือที่เรียกติดปากสั้นๆ ว่า "ดูดโปร" ที่นิยมในวัยรุ่น เมื่อเสพเข้าไปจะมีอาการมึนเมาครองสติไม่ได้

ด้าน พล.ต.ต.จารุวัฒน์ เผยว่า ยาอันตรายในกลุ่มของแอนติฮีสตามีน จะผสมทามาดอล ผสมน้ำอัดลม และใส่น้ำแข็ง เมื่อดื่มเข้าไปจะมึนเมา คึกคะนอง เพราะว่าเหตุหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ซึ่งครั้งนี้เจ้าหน้าที่ระดมกว่า 3 วัน สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดรวม 62 ราย 62 ร้านขายยา จึงอยากขอเตือนร้ายขายยาทุกร้าน อย่าเห็นแก่กำไรเล็กน้อย เนื่องจากมันจะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น เพราะคนที่ซื้อไปกินก็จะไปก่อเหตุอาชญากรรม เหมือนที่ รรท.ผบช.น. พูดไว้ว่า ยาพวกนี้ตรวจไม่พบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องเน้นไปจับกุมร้านจำหน่าย

มีโทษข้อหาที่ดำเนินคดี คือ 1.มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (อัลปราโซแลม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท 2.ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 3.ขายยาชุด จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท 4.ร่วมกันขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท 5.ขายยาปัจจุบันนอกเวลาทำการ ปรับ 2,000-10,000 บาท 6.ไม่จัดทำบัญชียาที่ซื้อและขายตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ปรับ 2,000-10,000 บาท และ 7.ขายยาอันตรายในระหว่างที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ปรับ 1,000-5,000 บาท ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    66.7%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    33.3%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement