มือใหม่มือเก่ากับการขับเข้าโค้ง เคล็ดไม่ลับเอาตัวรอดในโค้ง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

มือใหม่มือเก่ากับการขับเข้าโค้ง เคล็ดไม่ลับเอาตัวรอดในโค้ง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.พ. 2559 10:05
13,999 ครั้ง


การขับรถเข้าทางโค้งด้วยความเร็วสูงจนไม่สามารถควบคุมทิศทางได้อีกต่อไปกลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง ตามมาด้วยการบาดเจ็บสาหัสหรือหนักกว่านั้นก็ถึงแก่ชีวิต ถนนหนทางทุกเส้นทางในประเทศไทยและในโลกใบนี้ต้องมีทางโค้ง ไม่ว่าจะเป็นโค้งหักศอก โค้งขึ้น-ลงเนิน โค้งตาบอด โค้งยูเทิร์น ทางที่ไม่ตรงวกไปวนมาเหล่านี้เป็นกับดักอันตรายของนักขับที่ปราศจากความระมัดระวังหรือไม่คุ้นชิน หากขับรถเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ไม่สัมพันธ์กับทางโค้งรวมถึงฝีไม้ลายมือในการควบคุมรถยนต์ที่ย่ำแย่แถมยังใช้ความเร็วสูงหวดเข้าไปในโค้งแบบขาดความระมัดระวัง อุบัติเหตุที่ตามมาบางครั้งนอกจากชีวิตของตนเอง ยังมีชีวิตของคนในรถและเพื่อนร่วมทางที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกด้วย

นอกจากวิธีขับเข้าโค้งที่ถูกต้องแล้ว ช่วงล่างของรถยนต์แต่ละประเภทนั้นยังส่งผลต่อการทรงตัวและการยึดเกาะของรถ ลักษณะของรถยนต์ที่ขับไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถออฟโรดเอสยูวีหรือครอสโอเวอร์ รถสปอร์ตหรือแม้แต่รถบรรทุก สภาพของยาง ลักษณะของทางโค้งและอุณหภูมิตลอดจนสภาพอากาศก็เป็นตัวแปรสำคัญในการขับขี่บนทางโค้ง ตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มหักพวงมาลัยเข้าสู่โค้งไปจนถึงการออกจากปลายโค้ง หากทำได้อย่างถูกต้องถูกวิธีก็จะช่วยให้คุณสามารถรอดพ้นจากอุบัติเหตุที่ไม่พึงประสงค์จะให้เกิด

รถยนต์ทุกประเภทที่วิ่งด้วยความเร็วสูงในโค้งจะเสียการทรงตัวไม่เหมือนกับการขับบนทางตรง ในโค้งนั้น รถยนต์ยังต้องการช่วงล่างและยางสภาพดีที่ช่วยให้การยึดเกาะกับผิวถนนลดลงน้อยที่สุด เมื่อเริ่มหมุนพวงมาลัยเข้าโค้งจะมีแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือ Centrifugal Force และถ้าไม่ขับเร็วมากจนเกินไป แรงดังกล่าวก็จะไม่มีผลต่อการทรงตัวในโค้งหรือหากมีก็น้อยจนไม่ทำให้รถเสียอาการเสียหลักหรือเสียการทรงตัว แต่เมื่อขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เนื่องจากรถยนต์สมัยใหม่ส่วนใหญ่มีเครื่องยนต์ที่ทรงพลังมากขึ้นและมีช่วงล่างรวมถึงยางที่ดีขึ้นทำให้เกิดความมั่นใจมากจนเกินไปตามมาด้วยการขับเร็วจนเกินไปแบบไม่รู้ตัว

เมื่อใดก็ตามที่ใช้ความเร็ว น้ำหนักของรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงแล้วอยู่บนทางที่ไม่ตรง แรงบวกปฏิกิริยาและมวลของวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วซึ่งเรียกว่าโมเมนตัมนั้นจะมากน้อยหรือรุนแรงขนาดไหนขึ้นอยู่กับอัตราส่วนระหว่างความเร็วกับมวลที่เคลื่อนที่และสภาพของโค้งเป็นตัวกำหนด ความเร็วจึงส่งผลร้ายในการขับเข้าโค้งและทำให้เกิดพลาดพลั้งโดยมีสาเหตุหลักก็คือขับเร็วมากจนเกินไปนั่นเอง

ประสิทธิภาพของยางจะลดลงทันทีที่ขับเร็วในโค้ง เกิดจากแรงเหวี่ยงและตามมาด้วยอาการเสียหลัก ในโค้งซ้ายน้ำหนักของรถจะเหวี่ยงออกไปทางด้านขวาหรือหากเป็นโค้งขวาน้ำหนักของรถจะเหวี่ยงออกทางด้านซ้ายหรือพูดง่ายๆ ก็คืออาการเหวี่ยงจะเกิดขึ้นในด้านที่ตรงกันข้ามกับโค้งเสมอ เมื่อขับด้วยความเร็วสูงแล้วเห็นโค้งอยู่ข้างหน้า ก่อนที่จะเริ่มหักพวงมาลัยในหัวโค้งต้องลดความเร็วด้วยการถอนคันเร่งหรือแตะเบรกลดเกียร์ลงต่ำเมื่อพบเจอกับโค้งอันตรายที่มีป้ายแจ้งเตือน ควรหักพวงมาลัยอย่างนิ่มนวลแบบค่อยเป็นค่อยไปและใช้ความเร็วต่ำกว่าตอนขับทางตรง การขับเข้าและออกจากโค้งอย่างปลอดภัยหมายถึงผู้ขับสามารถรักษาประสิทธิภาพของการยึดเกาะระหว่างยาง ช่วงล่างและผิวถนน หากกระทำการใดๆ ก็ตามที่เป็นการลดแรงยึดเกาะดังกล่าว ไม่ว่าจะขับเร็ว สะบัดพวงมาลัยในโค้ง เปลี่ยนเกียร์กลางโค้งหรือแม้แต่เหยียบเบรกแรงๆ ในโค้งอาจตามมาด้วยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการเสียการทรงตัว

1-ไม่ควรเปลี่ยนเกียร์ในโค้งเมื่อขับเร็วหรือแม้แต่เหยียบคลัตช์หรือเลี้ยงคลัตช์ในรถที่ใช้เกียร์ธรรมดา

2-รถเกียร์ออโตที่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ก็ควรลดเกียร์ลงก่อนที่จะเริ่มหักพวงมาลัยเข้าโค้ง

3-ไม่เปลี่ยนความเร็วแบบฉับพลันทันทีในโค้ง

4-ไม่หมุนพวงมาลัยแรงๆ หรือกระชากสะบัดพวงมาลัยกลางโค้งอย่างเด็ดขาด

5-มองให้ไกลก่อนจะขับเข้าโค้ง รวมถึงคาดเดาสถาณการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยคิดไปในทางลบเอาไว้ก่อนเสมอ

ประสิทธิภาพของรถยนต์ที่ขับก็ยังส่งผลในโค้ง ระบบบังคับเลี้ยว แรคพวงมาลัย แรงดันลมยางและสภาพของยาง โช้คอัพ น้ำหนักบรรทุก เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อการขับเข้าโค้งทั้งสิ้น รถเอสยูวีที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถยนต์ทั่วไป ระบบขับเคลื่อน เช่น ขับเคลื่อนล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา มีผลแตกต่างกันในการขับเข้าโค้ง ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถที่มีติดตั้งในรถยนต์รุ่นใหม่และเข้ามาช่วยให้การทรงตัวดีขึ้นนั้นไม่ควรคิดที่จะพึ่งพาระบบช่วยทรงตัวและมั่นใจในรถของตนเองมากจนเกินไปตามด้วยการขับเร็วจนเกิดอาการแหกโค้ง ระบบช่วยทรงตัวอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อขับเร็วจนเกินขอบเขตข้อจำกัดของระบบช่วยทรงตัวก็จะไม่มีอุปกรณ์อะไรที่จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากการแหกโค้งไปได้เลย

อาการอันเดอร์สเตียร์ (understeer) หรือหักพวงมาลัยไม่เข้าเกิดขึ้นกับรถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า สำหรับรถขับหน้าจะเรียกว่าอาการหน้าดื้อโค้ง วิธีแก้ไขก็คือเหยียบเบรกลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง ส่วนอาการโอเวอร์สเตียร์ (oversteer) หรือท้ายปัดที่มักเกิดขึ้นกับรถขับเคลื่อนล้อหลัง จะเกิดอาการในลักษณะเมื่อใช้ความเร็วเลี้ยวโค้งสูงมากจนส่วนท้ายเริ่มบานออก เช่น ขับเข้าโค้งขวา เมื่อขับเลี้ยวขวาแรงๆ ในรถขับหลัง ท้ายจะเริ่มบานกวาดออกทางด้านซ้าย หรือเลี้ยวซ้ายด้วยความเร็วที่มากเกินไปจนส่วนท้ายของรถยนต์บานปัดออกทางด้านขวา แก้ไขด้วยการหักพวงมาลัยแก้คืนสวนทางกัน เช่น เมื่อท้ายบานออกขวาก็หมุนพวงมาลัยไปยังทิศทางที่ตรงกันข้ามแต่ต้องไม่หมุนมากจนเกินไปและไม่ควรใช้เบรกอย่างรุนแรง ทั้งอาการ understeer และ oversteer ที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าและล้อหลัง รวมถึงขับเคลื่อน 4 ล้อ แก้ได้ด้วยการลดความเร็วอย่างนิ่มนวลแต่ต้องทำก่อนที่จะเข้าโค้ง หมุนพวงมาลัยในจังหวะที่พอดี ใช้ความเร็วเท่าที่ สามารถเลี้ยวได้อย่างปลอดภัยในระยะที่คุณมองเห็น โค้งมุมแคบหรือโค้งหักศอกต้องลดความเร็วทุกครั้งก่อนเข้าโค้ง ประเมินสภาพผิวถนนในโค้ง เครื่องหมายจราจรแจ้งความเร็วที่ใช้ในโค้งโดยเฉพาะนักขับที่ไม่ชินเส้นทาง หากไม่มีเครื่องหมายคอยบอกความเร็วในโค้งหรือป้ายแจ้งเตือนคุณต้องยึดเอาความเร็วต่ำเป็นหลักในการขับเข้าโค้งที่ไม่คุ้นชินเอาไว้ก่อน

การใช้เกียร์หรือใช้อัตราทดของเกียร์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพของโค้ง ควรเปลี่ยนเกียร์ที่มีความสอดรับกับทางโค้งก่อนที่จะพุ่งเข้าสู่โค้งนั้นๆ การเปลี่ยนเกียร์กลางโค้งเมื่อขับเร็วนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ ควรใช้เกียร์ที่มีช่วงความยืดหยุ่นใกล้เคียงกับความเร็ว เกียร์ต่ำ เช่น เกียร์ 1 -2 - 3 ใช้สำหรับขับในทางโค้งหักศอกขึ้น-ลงเนินสลับไปมาอย่างต่อเนื่องและมีความสูงชัน นอกจากจะต้องพิจารณาถึงสภาพของโค้งและความเร็วที่จะใช้แล้ว สภาพของผิวถนน สภาพอากาศและคาบเวลาที่ขับ ทัศนวิสัยที่สามารถมองเห็น ระดับของความลาดเอียงในโค้งซึ่งอาจต้องเร่งความเร็วเมื่อเจอเข้ากับโค้งขึ้นเนินที่ชันสุดๆ เป็นตัวแปรที่มีความหลากหลายมากต้องพึงระวังให้ดี เกียร์ที่เลือกใช้และความเร็วที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญและมีส่วนช่วยทำให้คุณขับเข้าโค้งได้อย่างปลอดภัย เข้าช้าออกเร็ว คือสิ่งที่นักขับทุกคนพึงระลึกอยู่เสมอเมื่อขับเข้าโค้ง ก่อนเข้าโค้งจึงต้องลดความเร็วลงมาจนถึงอัตราความเร็วที่ปลอดภัยและทำให้คุณสามารถควบคุมพวงมาลัยได้อย่างไม่ลำบากยากเย็นนักเนื่องจากการลดความเร็วก่อนที่จะเข้าสู่โค้ง เมื่อหัวรถเริ่มพ้นจากทางโค้งก็ค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นมาโดยกดคันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไป จนหัวรถเริ่มเข้าสู่ทางตรงก็เปลี่ยนขึ้นสู่เกียร์สูงให้สอดรับกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น วิธีการขับเข้าโค้งขั้นพื้นฐานเหมาะกับโค้งทั่วๆ ไปที่มีรัศมีของจุดจำกัดที่กว้างโดยสามารถสังเกตการณ์ยังจุดที่จะออกจากโค้งได้อย่างชัดเจน ยกเว้นทางโค้งที่แคบ โค้งตาบอด โค้งมุมแคบที่คุณมองไม่เห็นปลายโค้งหรือทางออกจากโค้งและมีจุดจำกัดในการมอง ควรยึดหลักเร็วแค่พอดี เลี้ยวง่ายและสามารถหยุดได้ในระยะที่คุณสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    86.2%
  • ไม่ชอบ
    10.6%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    3.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement