'จุ๋ย-วรัทยา'หายเหนื่อยกระแส"ผีริ้วทอง"ปังเว่อร์ เผยควง'พุฒ' ทำบุญ(ร่วมชาติ)หลังเจอดราม่าหนัก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'จุ๋ย-วรัทยา'หายเหนื่อยกระแส"ผีริ้วทอง"ปังเว่อร์ เผยควง'พุฒ' ทำบุญ(ร่วมชาติ)หลังเจอดราม่าหนัก

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.พ. 2559 08:01
4,240 ครั้ง


กำลังหลอนสะพรึง! สำหรับ “ผีริ้วทอง” ในละคร “กำไลมาศ” ทางช่อง 3 นางเอกสาว จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ตกปากรับคำแบบไม่ลังเล ทั้งๆ ที่เป็นคนกลัวผีขึ้นสมอง แต่รู้สึกไม่ได้เล่นจะเสีย ดายกว่า ไหนๆ ผีริ้วทอง “ปัง” ขนาดนี้ ไม่รอช้าคว้าสาวจุ๋ย มาย้อนวันวานกับการทำงานให้ฟัง ยิ่งเชือดเฉือนอารมณ์ข้นคลั่กกับ เจนี่ เทียนโพธิสุวรรณ ชนิดไม่มีใครยอมใคร แต่เวลาพักกองนั่งเม้าท์มอยกองแตก เป็นมิตรภาพดีๆ ที่เกิดขึ้น และขาดไม่ได้เรื่องราวความรักกับหนุ่มพุฒ-พุฒิชัย แฟนๆ ต่างรอคำตอบเมื่อไหร่จะเรียกแฟน? “คนดังนั่งคุย” จัดให้!!

กระแสตอบรับล่ะเป็นยังไง

“กระแสดีมากเลยค่ะ คนจะเรียกริ้วทองหรือไม่ก็เรียกกำไลมาศ คนแก่ๆ เรียกกำไล พี่ๆ แม่บ้าน เวิร์คพ้อยท์ที่สนิทกันไปเดินตลาดจะรู้ได้ว่าเรื่องไหนกระแสดีหรือไม่ดี พี่ๆเค้ามาบอกแม่ค้าพูดถึงกันเยอะ” ทำไมถึงตัดสินใจเล่นบทนี้เพราะเป็นคนกลัวผีไม่ใช่เหรอ “คือเป็นคนกลัวผีมาก วันที่พี่หน่องโทร.มาอยากให้เรารับบทนี้เป็นบทที่ท้าทาย พี่หน่อง-อรุโณชามองตัวนี้นึกถึงจุ๋ย อาจจะเป็นพี่หน่องโทร.มาเอง ผู้ใหญ่มั่นใจน่าจะดีซึ่งเราก็ยินดี ตอนนั้นยังไม่รู้ใครเล่น เราติดตามบ่วง สาปภูษา เรารู้แนวทางละครผี น่าติดตาม การันตีน่าสนใจ” เจอกระแสชื่นชมขนาดนี้ทำให้หายเหนื่อย “หายเหนื่อยนะ ทุกเรื่องเล่นละครจะไม่คาดหวังจะต้องดีเท่าเรื่องนี้สิหนะ เรตติ้งทะลุ ไม่ได้คิดเวลาทำงานเราเต็มที่สุด” ตอนแต่งหน้าผีกลัวส่องกระจกดูตัวเองกลัวไหม “ตอนแรกนโยบายผีสวยไม่มีเละ แต่เรานี่แหละไปยุเค้า หนูอยากให้น่ากลัวกว่านี้ บางทีสวยไป ตอนที่พี่เอฟเฟกต์แต่งถูกบรีฟ อย่าเละมากนะ จุ๋ยก็บอกใส่ไปก่อน พี่เอาเต็มที่ ถ้ามีฉากต้องหลอนจุ๋ยก็อยากให้มันถึงขีดสุด”

ร่วมงานกับเจนี่เป็นยังไง

“พี่เจนี่เป็นคนน่ารักมาก เรามองภาพแรกพี่นักแสดงเกินเอื้อมเหลือเกิน เราเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ เราไม่เคยทำงานกับเค้า พี่เจนจะเป็นคนยังไงนะ? ด้วยความพี่เจนจะเป็นผู้หญิงแมนๆ พอทำงานร่วมงานเลยคลิกกัน แล้วทำงานกับพี่หญิง รฐาอีกคน เราจะเม้าท์มอยเจอกันกองแตก ซึ่งไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน กลายเป็นได้เพื่อนใหม่ในกองนี้เหมือนกัน” ทำลายกำแพงกันยังไงถึงสนิทได้ไว “พี่เจนเป็นคนทำลายนะ พี่เจนเป็นคนตลก โชว์บ้าบอ จุ๋ยในภาพแรกถ้าคนไม่รู้จักก็จะเป็นคนนิ่งๆ ดุจะแค่เป็นหน้าตา โทนเสียงต่ำๆ แต่พอทำลายกำแพงจะกลายเป็นบ้าๆ บอๆ ชอบหัวเราะกันเสียงดัง จากภาพแรกๆ ที่มองพี่เจนเกินเอื้อมกลายเป็นเราคุยกันง่าย สบายใจ พี่เจนบอกเสมอเวลาเล่นละครส่งอารมณ์กันนะ จะเล่นดีฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก เล่นมาเต็มส่งไปร้อยทำให้ละครสนุก คนที่ได้กำลังเป็นคนดูซึ่งมันจริงไม่ต้องมาแข่งกันเลย จุ๋ยชอบคนนิสัยแบบนี้เพราะจุ๋ยไม่ชอบทำงานแข่งกับใคร ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเพราะทุกคนคือเพื่อนกันมันดีมากๆ”

นานๆ รับละครทีเพราะเลือกเยอะรึเปล่า

“ไม่ใช่ค่ะ จุ๋ยทำรายการ 3-4 รายการเลยไม่ค่อยมีเวลา ละครมีรับเรื่องนึงต่อจากฝันเฟื่องเพราะฉะนั้นคิวค่อนข้างเต็ม ก่อนหน้าพี่หน่องติดต่อเราต้องปิดให้ได้แต่ก็เกิน แล้วตอนนี้มารับเมียหลวง วันจันทร์อีก คิวแทบไม่ได้เลยปีนี้รู้สึกหนักกับการทำงานมาก” ละครออนไปพุฒได้ดูละครจุ๋ยแล้วว่าไง “เค้าบอกว่าบางซีนน่าสงสารไม่อยากดู ถูกเหยียบหน้า สุดยอดอะ” ตอนถ่ายส่งรูปให้ดูก่อน “เค้าก็เห็นเพราะจุ๋ยลงไอจีตลอดอยู่แล้ว มีบางวันผิวถลอก ปากดำปากแดง”

ช่วงนี้ที่แน่นๆ พิธีกรฟาดไปกี่รายการ

“ตอนนี้มี 4 รายการชิงร้อยชิงล้าน ชิงช้าสวรรค์โอทอป ชิงช้าสวรรค์คอนเทสต์ และ Let Me In Thailand กระแสดีมาก คนให้ความสนใจเกี่ยวกับชีวิตคน” ถือว่าเยอะไปรึเปล่า “ไม่นะ พิธีกรแบ่งได้ รายการใช้ชีวิตดูดีมีเวลาพักผ่อน มีละครก็ทิ้งไม่ได้ เราโตมาจากละคร ผู้ใหญ่บอกให้เล่นก็จำเป็น” เวลาให้กับตัวเอง จุ๋ยถึงขั้นถอนหายใจ “คือเวลาที่ให้กับตัวเองอยากทำอะไรไม่ค่อยมี ถ้าคนธรรมดาเสาร์-อาทิตย์หยุด แต่เรายังถ่ายละครแต่แบ่งเวลาเท่าที่มีให้ครอบครัวด้วย ช่วงนี้พ่อแม่มาตรวจร่างกาย ถ้าจุ๋ยมีเวลาก็จะพาไป ช่วงนี้ถี่หน่อย พ่อจุ๋ยเป็นมะเร็ง แต่ผลมันดีมากผ่านมา 5 ปีมาเช็กผลต่อเนื่อง” พ่อเป็นแบบนี้ทำให้เราระวังเรื่องสุขภาพมากขึ้น “พ่อเป็นลำไส้ น่าจะมาจากนิสัยการกินมากกว่า กินเครื่องใน กินของร้อน น่าเป็นผลจากตรงนั้นแต่จุ๋ยกินผัก ผลไม้มากกว่ามาหลายปี” ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่มีเหตุจูงใจอะไร “จุ๋ยนับถือพระพิศเนศทำให้เราไม่ค่อยอยากกินสัตว์ใหญ่ เนื้อวัว เนื้อหมูไม่ทาน มีช่วงนึงโยโย่ อ้วนกินแบบนี้กลายเป็นน้ำหนักลงเรื่อยๆ และออกกำลังกายด้วย ทำงานหนักด้วย ไม่ได้ตั้งใจลด แต่เราควบคุมอาหาร
ยิ่งพ่อเราเป็นแบบนี้เรายิ่งต้องดูแลตัวเองมากขึ้น”

ธุรกิจอะไรสกินแคร์ ViV Skin ทำมานานแค่ไหน

“ทำมาหลายปีและธุรกิจอาหารเสริม คอลลาเจน ควบคุมน้ำหนัก กินเองด้วย ขายด้วยในแต่ละตัวจุ๋ยต้องพิสูจน์ถึงมาขาย ทุกอย่างการันตีปลอดภัย” ทำธุรกิจเพราะกระแสนิยมรึเปล่า “ถ้ากระแสนิยมคงเลิกทำไปแล้ว แต่เราทำต่อเนื่องไม่ได้หายไปไหน เราทำเพราะอยากมั่นคงจริงๆ จุ๋ยไม่ได้เรียนสายการแสดง เรียนสายบริหารมาเหมือนเราใช้ความรู้ พอทำธุรกิจทำให้เราโตมากขึ้นและเห็นอะไรมากขึ้น” สิ่งที่ได้จากการทำธุรกิจ “เรามีการงานที่มั่นคง เราสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เราได้ทำตามความฝัน เหมือนเราได้เงินจากธุรกิจ ซึ่งไม่ได้มาจากหน้าตาหรือการแสดง อายุมากขึ้นอาจไม่ได้แสดงแต่ธุรกิจแก่ขึ้นเรายังทำได้ เงินได้ยากกว่าแต่ได้ใช้วิชาการตลาดเยอะแยะ”

กับกระแสข่าวของพุฒเจอกระแสดราม่าให้กำลังใจยังไงบ้าง

“ส่วนตัวก็ให้กำลังใจ รู้สึกว่าทุกเรื่องผ่านมาแล้วเป็นบทเรียนถึงแม้จะเป็นเจตนาที่ดี เค้าต้องการทำความดี ต้องการช่วยทีมงานให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เอาคนหมู่มากกลับบ้านไปก่อนเพราะมันดึกมากแล้ว จริงๆ จุ๋ยก็อยู่ในกองวันนั้นแต่ไม่ได้อยู่ใกล้มากแค่พอรับรู้เรื่องราวเหตุการณ์มันเป็นยังไง มาจากเจตนาดี แต่ทำให้เราคิดทำอะไรต้องรอบคอบเพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ เราต้องระวังมากกว่าคนปกติทั่วไปเท่านั้นเอง จุ๋ยทำได้แค่ให้กำลังใจและอย่าท้อที่จะทำความดีกับใคร เพียงแค่ต้องคิดมากขึ้น” เป็นเหมือนน้ำผึ้งหยดเดียว “จุ๋ยไม่ได้ยินเองว่ายังไง ด้วยการทำงานด้วยกันมา 2 ปี รู้ว่าเค้านิสัยยังไง ไม่ใช่คนที่ต้องการจะทำร้ายใครอยู่แล้ว” พุฒโดนข้อหาดังแล้วหยิ่ง ดังแล้วเปลี่ยนไป “ในมุมของจุ๋ยที่รู้จักรู้สึกไม่ได้มองว่าเค้าเปลี่ยนไปแต่เราต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปของเค้า ความมีชื่อเสียงของเค้า คนที่ต้องการเข้าหาเค้ามากขึ้นไม่ว่าเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว คนนิยมชมชอบ พอมันมากขึ้นคอนโทรลไม่ได้ เราเข้าใจเพราะเราผ่านตรงนี้มา 10 ปีแล้ว นิสัยส่วนตัวก็ยังเจียมเนื้อเจียมตัวเหมือนเดิม”

ช่วงก่อนไปไหว้พระมาด้วยกัน

“ใช่ค่ะ จุ๋ยเป็นคนเดือนนึงต้องไปทำบุญ นานเกินไปที่เราไม่ได้ทำบุญจะไม่สบายใจ ถ้าเค้าอยากไปก็ยินดี” ไปครั้งนี้เกี่ยวกับเค้าเจอข่าวไม่ดีด้วยหรือเปล่า “จริงๆ ทำกันอยู่ทุกเดือนแต่เป็นจังหวะพอดีเพื่อความสบายใจด้วย เค้าว่างช่วงเช้าเลยไปเพราะช่วงบ่ายมีละคร” พอไปทำบุญร่วมงานบ่อยๆ เหมือนเป็นการทำบุญร่วมชาติหรือเปล่า “จริงๆ จุ๋ยทำบุญร่วมกับทุกคนนะไม่ใช่แค่พุฒคนเดียว ปกติชวนเพื่อนไปด้วย” ดึงพุฒทำบุญมากขึ้น “ผู้ชายจะเป็นแบบนี้อยากแต่ไม่ริเริ่มต้องมีคนแนะนำ พอพาไปชอบเลยนะ สบายใจจริงๆ และเราทำให้พ่อแม่ด้วย เบื้องหลังที่เราทำบุญจะเขียนถึงคุณพ่อ คุณแม่ กฐินจะมีชื่อพ่อแม่ สิ่งที่เราทำไปไม่รู้จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดแต่เป็นสิ่งที่ดี นอกจากตอบแทนพ่อแม่ การทำบุญนึกถึงครอบครัว ผู้มีพระคุณเป็นสิ่งที่ทำได้ในชาตินี้”

กับพุฒถือว่าเป็นคนพิเศษ สรุปตอนนี้เรียกแฟนได้ไหม

“ทุกคน ต้องการคำตอบนี้ (ยิ้ม) แต่ไม่ได้จำเป็น สำหรับเราสองคน คำบางคำไม่จำเป็นต้องเจาะจง เราละในฐานะที่เข้าใจก็แล้วแต่ จุ๋ยว่าสบายใจกว่า เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแล้ว เรารู้อยู่แล้วทำอะไรกันอยู่แค่นี้ก็พอแล้ว” มองตาก็รู้ใจ “ไม่ขนาดนั้นแต่ค่อนข้างรู้จักกันพอสมควร” คนลุ้นเยอะ “ส่วนลุ้นเราใช้เวลาลุ้นไปพร้อมๆกันดีกว่า จุ๋ยเองเราไม่รู้หรอกอนาคตหรือวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ณ ปัจจุบันนี้เราอยากทำให้มันดีที่สุด ทุกๆครั้งที่มีความรักหรือรู้จักใครสักคน เราไม่ได้อยากให้มันไม่ดีแต่ถ้าเมื่อไหร่ไม่มีความสุขหรือกดดันตัวเอง เราแค่เดินออกมาเท่านั้นเอง” ที่ไม่เปิดเผยสถานะแฟนเพราะผู้ใหญ่ขอพุฒเดี๋ยวเรตติ้งตกรึเปล่า “ที่เราทำทุกวันนี้ก็ไม่ได้ปิดบังอะไรนะคะ” ช่วงหลังๆ แต่งตัวแฝดกันบ่อย “ไม่เชิงเหมือนกันแต่มีของเหมือนกันหลายอย่าง ชอบอะไรคล้ายกัน เป็นความบังเอิญมีอันนี้ด้วยเหรอ เหมือนกันเป๊ะเลยไปไหนมีธีมกันเล็กน้อย ถ่ายรูปจะได้ออกมาสวย” สร้างครอบครัวของจุ๋ยพร้อมมีหรืออยากมีเวลาโสดแบบนี้ไปก่อน “จุ๋ยไม่เคยปิดกั้นเลยนะ ระยะเวลาที่ผ่านมามีอะไรมากมาย ต่อไปนี้ไม่รู้ชีวิตไปทางไหนแต่ก็มีบ้างที่เริ่มมองแต่ไม่ได้กะเกณฑ์เดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้แต่ด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิก็พร้อมแหละ”.

อ่านนิยายเรื่อง "กำไลมาศ" ได้ที่นี่

ทีมข่าวบันเทิง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    83.5%
  • ไม่ชอบ
    15.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement