วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวบ้านฉวาง แห่กราบไหว้เรือโบราณ หลังโผล่ในแม่น้ำตาปี

ชาวบ้านฉวาง แห่จุดธูปกราบไหว้เรือโบราณ หลังดำน้ำหาปลาในแม่น้ำตาปี เห็นมีไม้โผล่ขึ้นมาจากทรายใต้น้ำ ดูลักษณะคล้ายเรือ จึงเลิกหาปลา แล้วขุดทราย จนเห็นเป็นลำเรือ ตัดสินใจบอกผู้นำชุมชนนำ ช่วยกันนำขึ้นจากน้ำ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 18 ก.พ. 59 นายสมพงษ์ มากมณี นายอำเภอฉวาง จ.นครศรีธรรมราช นำผู้สื่อข่าวไปดูเรือโบราณ หลังจากได้รับแจ้ง ที่หมู่ 2 ต.ไสหร้า อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ว่า มีชาวบ้านออกดำน้ำหาปลาในแม่น้ำตาปี พบเรือโบราณขนาดใหญ่ คาดว่า จะเป็นเรือที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี จมอยู่ในทรายกลางแม่น้ำตาปี ในสภาพสมบูรณ์ ขณะนี้ชาวบ้านช่วยกันเอาขึ้นมาไว้ริมแม่น้ำตาปี หมู่ที่ 2 ต.ไสหร้า อ.ฉวาง วัดความยาวเรือได้ 6.8 เมตร กว้าง 0.80 ซม.และมีลักษณะหัวท้าย-กว้างตรงกลางแคบ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายสำราญ ประจักร อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 หมู่ 2 ต.ไสหร้า อ.ฉวาง อาชีพกรีดยาง ซึ่งเป็นผู้พบเรือโบราณดังกล่าวเล่าว่า ช่วงนี้น้ำในแม่น้ำตาปีลดลงจนสามารถลงไปหาปลาได้จึงชวนเพื่อนๆ เอาหน้ากากไปดำน้ำหาปลา ดำน้ำไปได้ระยะหนึ่ง เจอท่อนไม้โผล่ขึ้นมาลักษณะเป็นโพลงจึงขุดทรายไปเรื่อยๆ จนเห็นเป็นเรือมีรูปลักษณ์ที่แปลก จึงหยุดหาปลา และพยายามเอาเรือลำดังกล่าวขึ้นมาไว้บนหาดทรายริมแม่น้ำตาปี จึงแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบเมื่อชาวบ้านทราบข่าวมาดูจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ นำธูปเทียน มากราบไหว้

ด้าน ธรรมศักดิ์ เดชารัตน์ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ที่ 2 ต.ไสหร้า อ.ฉวาง อาชีพภาครูปหนังตะลุง เล่าให้ฟังว่าเมื่อหลายปีก่อน เคยขุดได้ในบริเวณเดียวกันนี้ มาลำหนึ่งแล้วแต่สภาพไม่สมบูรณ์ ไม่เหมือนกับลำนี้ที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ และมีรูปร่างที่แปลกไปจากเรือลำอื่นที่เคยเห็นโดยทั่วไปตนจึงทำพิธีบอกกล่าวขอเอาเรือลำนี้ไปเก็บรักษาไว้ที่ศาลาของตนเอง ที่ได้สร้างไว้ให้กับเรือลำที่พบครั้งแรกได้อยู่คู่กัน

ด้านนายสมพงษ์ มากมณี นายอำเภอฉวาง เห็นว่าเรือลำดังกล่าวเป็นเรือที่ชาวบ้านขุดใช้สมัยก่อนในอำเภอพิปูนอำเภอฉวาง เพราะสมัยก่อนผู้คนทั้งสองอำเภอจะสัญจรไปมาทางน้ำอาจเกิด และขุดเรือใช้กันเองโดยการใช้ต้นไม้ขนาดใหญ่ขุดเป็นลำเรือ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จคาดว่าเกิดน้ำท่วมพัดพาเรือที่ขุดไว้มาจมทรายกลางแม่น้ำตาปี ที่หมู่ 2 ต.ไสหร้า จนมีคนดำน้ำหาปลามาพบเจอ จึงขุดคุ้ยทรายที่ทับถมเรือลำดังดังกล่าวออกนำขึ้นมาเก็บรักษาไว้ให้ชาวบ้านและลูกหลานในหมู่บ้านไสหร้าและใกล้เคียงได้ชื่นชมต่อไป.