เจ๊ติ๋ม โต้ล้มละลาย! ทีวีดิจิตอลแค่พัง! ทีวีพูลฟุบหนักแต่ไม่เจ๊ง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เจ๊ติ๋ม โต้ล้มละลาย! ทีวีดิจิตอลแค่พัง! ทีวีพูลฟุบหนักแต่ไม่เจ๊ง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 21:30
10,115 ครั้ง


ติ๋ม พันธุ์ทิพา หรือ ติ๋ม ทีวีพูล แถลงข่าวพร้อมทนายความยันไม่ล้มละลายแน่นอน หนังสือในเครืออีก 3 เล่มยังไม่ปิด ฟุ้งธุรกิจโซเชียลกำลังเดินหน้าไปได้ดี ส่วนทีวีพูลฟรีก๊อบปี้ เป็นการเสนอข่าวสั้นๆ ว่าในทีวีพูลเล่มวางขายจะมีข่าวอะไรบ้าง ส่วนกรณีกับ กสทช. ยืนยันตนเองไม่ผิด กสทช.เป็นฝ่ายผิด ที่ยังไม่มีความพร้อมกับการทำทีวีดิจิตอลตามที่โปรโมตเอาไว้ก่อนหน้านี้ และได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวไปเมื่อวันที่ 15 ก.พ. กับศาลปกครองเรื่องระงับให้แบงก์จ่ายเงินให้ กสทช. จะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อนถึงจะจ่าย

หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาอย่างหนาหูว่า เจ้าแม่แห่งวงการบันเทิงอย่าง ติ๋ม พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามว่า ติ๋ม ทีวีพูล กลายเป็นเสือสิ้นลายกำลังจะล้มละลาย เพราะทีวีดิจิตอล ซึ่งหลังจากที่ปล่อยให้กระแสข่าวดังกล่าวออกมานานพอสมควร ล่าสุด ติ๋ม ทีวีพูล ก็ตัดสินใจแถลงข่าวชี้แจงถึงเรื่องข่าวลือดังกล่าวที่ออฟฟิศทีวีพูล ซอยลาดพร้าว 101 ว่า

“เหตุผลที่ต้องแถลงข่าววันนี้นะคะ เพราะว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา เราได้รับจดหมายจากทาง กสทช. ว่าให้นำเงิน 1,748,808,000 บาท เอาไปจ่ายกับ กสทช.ภายใน 30 วัน มิฉะนั้นจะดำเนินการตามอะไรของเค้า เราเลยได้ทำเรื่องขอคุ้มครองที่ศาลปกครองกลางไปเมื่อวันจันทร์ แต่เรื่องก็ยังไม่ได้ออกมาว่าจะนัดไต่สวนกันวันไหน รู้สึกว่าเอกสารยังไม่มา กำลังตามเรื่อง แต่จะนัดไต่สวนกันในเร็วๆ นี้ ก็คงจะได้เห็นเราเจอกับ กสทช.อีกครั้งที่ศาลนะคะ เรื่องราวที่เราจำเป็นจะต้องแถลงข่าว เนื่องจากว่าได้ประชุม AE คนขายคนโฆษณาของบริษัทเรา ซึ่งเรามีธุรกิจอยู่ 2 อย่าง คือทำนิตยสารอยู่ 3 เล่ม ทีวีพูล สไปซี่ สตาร์นิวส์ ซึ่งมีข่าวลือมาว่าจะปิดแต่มันไม่เป็นความจริง และธุรกิจทำรายการทีวีอยู่ช่อง 5 ชื่อรายการ ทีวีพูลไลฟ์ และมีช่อง 44 เป็นดาวเทียม เราไม่ได้ทำดิจิตอล แต่เราก็ยกผังดิจิตอลมาทำที่ดาวเทียม ทำร่วมกับมูฟวี่ ฮิต และธุรกิจที่กำลังเติบโตมากคือโซเชียล และเว็บไซต์ ก็อยู่ในอันดับต้นๆ และภายในปีนี้เราจะขึ้นอีก 2 เว็บและ 2 เฟซบุ๊ก

และธุรกิจอีกอย่างคือ เดอะบลูม ที่เขาใหญ่ มีห้อง 200 ห้อง รับธุรกิจสัมมนา มีแพลนจะดึงนักท่องเที่ยวจากเพื่อนบ้าน เพราะเปิด AEC เลยประชุมเซลส์ของทุกฝ่าย เลยได้รู้ว่าลูกค้าตกใจกับข่าวที่บอกเราจะล้มละลาย เค้าเลยไม่กล้าที่จะจองคิวลงทัวร์ กระแสล้มละลายมันแรงมาก มันทำลายธุรกิจของเรา ขนาดเซลส์เก่าๆ ของเราที่ดีลกับลูกค้ามานานยังเจอปัญหาเรื่องกระแสล้มละลายเลย และเรื่องนี้ยังกระทบไปถึงครอบครัวของเราด้วย รู้สึกว่ามันเริ่มซีเรียสมากแล้วสำหรับครอบครัว คือที่ไม่ออกมาพูดตั้งแต่ก่อนหน้านี้ คือมั่นใจมากว่าเราไม่ผิด กสทช.เป็นฝ่ายผิด คนดีทำไมต้องถูกลงโทษ เราเป็นคนเคร่งครัดกับศาสนามาก เพราะอย่างนี้เลยต้องนัดเจอกัน บอกให้ทุกคนรู้ว่าเราจะเดินไปในทิศทางไหน คดีกับ กสทช. เรื่องราวจะดำเนินไปถึงจุดไหน ซึ่งต้องให้ทนายพูด”

ไม่ล้มละลายนะคะ ติ๋มสู้ตายค่ะ
ติ๋ม ทีวีพูล ควงทนายแถลงข่าวไม่ได้ล้มละลายตามกระแสข่าวลือ

สุชาติ ชมกุล ทนายความ ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของเรื่องการฟ้องร้อง กสทช. กลับ และการขอคำสั่งศาลระงับการยึดแบงก์การันตีกับศาลปกครองกลาง ว่า

“เรื่องที่ฟ้องคดีกับ กสทช. ทางพี่น้องสื่อมวลชนก็คงจะตามข่าวกันมาตลอด เพราะว่าเป็นผลกระทบต่อวิชาชีพของพวกเรา การที่ ไทยทีวีออกมาฟ้อง กสทช.เนื่องจากว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม คือ กสทช. ไม่ได้ทำตามแผนแม่บท เราได้ฟ้อง กสทช.ไป คดีอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของศาล ซึ่งมีคนถามมาเยอะว่าการที่เราไปออกอากาศอีก 3 เดือน เป็นการต่อสัญญาหรือไม่ตรงนั้น ขอยืนยันวันนั้นที่มีการพูดคุยกันเรายืนยันว่าเราต้องการยกเลิกเท่านั้น เราไม่ทำแล้ว เพราะว่ากสทช. ไม่ได้ปฏิบัติตามคำมั่น ก็มีการพูดคุยทาง กสทช. ก็ได้บอกมาว่าขอเวลาอีก 3 เดือน มาร่วมมือกัน ส่วนที่ กสทช. จะให้เราจ่ายเงินงวดที่ 2 ก็ไม่มีเลยนะครับ ในรายงานกระบวนพิจารณาไม่ได้พูดถึงเลย เพราะวันนั้นมีแค่การไกล่เกลี่ยและพูดกันว่าเรื่องเงินไม่ต้องพูด เพราะวันนี้ไทยทีวีเป็นฝ่ายฟ้อง กสทช.พันกว่าล้าน ยังไม่รู้ผลว่าไทยทีวีต้องจ่ายเงินให้ กสทช. หรือว่า กสทช. จะต้องเป็นผู้จ่ายเงินให้ไทยทีวี อันนี้ไม่ต้องพูดเลยว่าใครจะเป็นคนจ่ายให้ใคร

ทนายสุชาติ ชมกุล อธิบายเรื่องราวการฟ้องร้องของไทยทีวีกับ กสทช.

ก่อนที่จะเข้าเจรจาวันนั้น ได้มีหนังสือจาก กสทช. ที่จะยึดแบงก์การันตีเราประมาณ 1,600 กว่าล้านเศษ เราไปยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในวันนั้นด้วย ปรากฏว่าวันนั้น คณะกรรมการ กสทช. มา 2 ท่าน มาระงับ โดยแถลงศาลว่า กสทช. ยังไม่เคยมีมติที่จะยึดแบงก์การันตี มีปรากฏในงานกระบวนพิจารณา อันนี้ทางผู้พิพากษาก็ถามว่า ในเมื่อไม่มีมติหนังสือออกมาได้อย่างไร แล้วที่มายื่นคำร้องจะทำอย่างไร ก็คุยกัน ปรากฏว่า กสทช. ตอบว่าการทำงานล้อหลังแซงล้อหน้า ไปตีความหมายกันเอาเอง ไม่ขออธิบาย วันนั้นวันที่ 15 ก.พ. เราก็ยื่นคำร้องขอถอนคุ้มครองชั่วคราว เพราะเราเชื่อว่า เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ณ วันนี้เราเป็นฝ่ายฟ้องคดี เป็นฝ่ายผู้เสียหาย เราเชื่อว่าศาลจะเมตตาเราในการคุ้มครองชั่วคราวให้เราไม่ต้องจ่ายเงินให้ กสทช. จนกว่าคดี หรือจะมีคำพิพากษาของศาลจนถึงที่สุดให้เราจ่าย ในเมื่อไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด เราก็ยังไม่ต้องจ่าย มีข่าวออกมาว่าจะต้องจ่ายแบงก์การันตี มีหนังสือออกมา 1,700 กว่าล้านเศษ อันนั้นเป็นแค่การทำตามระเบียบของ กสทช. ถ้า กสทช. ไม่ทำ เป็นการละเว้น ละเลย อันนั้นเราไม่ก้าวล่วง

ในชีวิตยังไม่เคยทำอะไรล้มเหลว เป็นโปรเจกต์แรกในชีวิตที่ทำแล้วมันล้มเหลว

ส่วนเรื่องของการจะยึดแบงก์การันตีตามหลักจริงๆ กสทช. จะต้องไปฟ้องศาล เพราะมันมีเรื่องพิพาทกันอยู่ในศาล ยังไม่ทราบว่าใครจะต้องจ่ายใคร และยังไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายผิดสัญญา มีความเสียหายแค่ไหน มีความเสียหายอย่างไร ใครจะต้องเป็นผู้จ่าย แล้วต้องจ่ายแค่ไหนอย่างไร วันนี้เรายังไม่รู้ ควรให้ศาลมีคำพิพากษาให้ถึงที่สุดก่อนว่าใครจ่าย ถึงวันนั้นเรามีจ่าย ไม่ต้องกลัว เงิน 1,600 กว่าล้าน แบงก์การันตีเรา 1,600 กว่าล้าน หลักทรัพย์เรามีมูลค่ามากกว่า แต่ความเสียหายมันเกินจะเยียวยา ผลกระทบตรงนี้จะมากกว่า กับพนักงานธุรกิจต่างๆ ของทีวีพูล หรือ ไทยทีวี อีกหลายพันล้าน อีก 7-8 ปีกว่าจะเสร็จคดี อาจจะสูงขึ้นถึงหมื่นล้าน ตรงนี้ใครจะรับผิดชอบ ลูกน้องเรา พนักงานเรากว่า 4-5 ร้อยคน ครอบครัวเค้าอีก วันนี้ใครจะรับผิดชอบ จะต้องใช้กฎหมายและคำพิพากษาของศาลจะดีกว่าครับ ศาลจะนัดฟังคำร้องวันที่ 23 ก.พ. นี้ เวลา 13.00 น. ยื่นคำร้องขอคุ้มครองกรณีแรกเราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด เราเป็นฝ่ายผู้เสียหาย เราเป็นฝ่ายฟ้องร้องคดี 2 ให้ศาลคุ้มครองเรื่องที่แบงก์จะจ่ายเงินให้ กสทช.เราจะต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุดด้วย วันนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่าใครจะเป็นคนจ่ายเงินให้ใครกันแน่ ทุกฝ่ายต้องรอคำพิพากษาให้ถึงที่สุดก่อน กสทช.จะยึดช้ายึดเร็วก็ได้เงินอยู่แล้ว แต่ถ้ายึดตอนนี้จะส่งผลกระทบ”

ซ้าย ทนายสุชาติ ชมกุล กลาง ติ๋ม พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ขวา ทนายวีรวัฒน์ วรรณกุล

หลังจากนั้น ติ๋ม ทีวีพูล ก็ได้เปิดเผยความรู้สึกถึงเรื่องนี้ต่อว่า “มานั่งคิดเล่นๆ แปลกใจมากว่าเราไม่ได้เป็นคนผิด แล้วทาง กสทช. เป็นที่ประจักษ์ทั้งประเทศว่าเค้าผิดอะไร เค้าผิดแน่นอน เพราะลูกค้าของพี่ก็บอกว่าเค้าผิด ถ้าอำนาจรัฐมันสามารถข่มเหงประชาชนได้อย่างนี้ สังคมมันก็คงจะยุ่งเหยิง เลยเขียนปิดท้ายไว้ด้วยว่า เอกชนผิดรัฐให้เอกชนรับผิดชอบ แต่พอรัฐผิดรัฐยังให้เอกชนรับผิดชอบ มันคือความยุติธรรมในสังคมไทยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเรามั่นใจว่าไม่ผิด มันเป็นที่ประจักษ์ ถามใครๆ ก็ได้ว่างานนี้ กสทช. ผิดหรือเปล่า รับรองได้ว่าทุกคนต้องตอบว่า กสทช. ผิด ตั้งแต่เรื่องกล่อง ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แจก 2.9 ล้าน ผ่านมาจะ 2 ปีแล้วก็ยังไม่แจก แผนประชาสัมพันธ์ที่จะต้องทำก็จะไม่เป็นรูปธรรมเลย ยังไม่ได้เห็นเลยว่าประชาสัมพันธ์ไม่เหมือนที่เมืองนอก เค้าเต็มที่มา บิลบอร์ด 2 ข้างถนน วิทยุ โทรทัศน์ ไปตรงไหนก็เจอ เป็นเรื่องตื่นเต้นของเค้า แต่ของเราเงียบมาก ทีวีดิจิตอลมีความสำคัญต่อประเทศมาก เพราะมันเป็นสื่อสาธารณะ คนจนคนรวยมีสิทธิ์เท่ากันที่จะได้รับเสพ ทุกประเทศมีสื่อทีวีดิจิตอล ไม่มีประเทศไทยไม่มี คลื่นความถี่เป็นของมีค่า ถ้าทำเป็นดิจิตอลเป็นช่องได้เยอะ คลื่นเหลือก็ไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของชาติ จะมาใช้ระบบอนาล็อกเดิมๆ มี 4-5 ช่อง มันก็ไม่ใช่ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว 

ยืนยันทีวีพูลไม่ปิดแน่นอน

เราได้ฟ้อง กสทช. และศาลคงจะเมตตาและเข้าใจ เพราะเราขึ้นศาลมา 2 ครั้งแล้ว เราก็เช็กกระแสสังคมตลอด ถามเรื่องนี้ทุกคนก็บ่นก็ว่ากันหมด ที่มาวันนี้ก็เป็นดิจิตอลก็เยอะใช่มั้ย ก็ทราบกันว่าเป็นอย่างไร พวกเราเหนื่อยกันแค่ไหน กสทช. ทำร้ายเราอย่างไรบ้าง ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปอย่างนี้ พวกที่เป็นเจ้าของในวันที่เราประมูลได้ คุยกันสนุกสนาน ดีใจที่ได้ เพราะไม่มีใครคิดไม่คาดฝันว่าจะเป็นอย่างนี้ เงินที่สะสมมาตลอดชีวิต ทุ่มเทให้กับงานนี้ทั้งหมด เพราะคิดว่ามันเป็นชิ้นโบแดง ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และเชื่อว่า ถ้ากสทช. ทำทุกอย่างตามที่ได้ให้คำมั่น โฆษณา ออกรายการต่างๆ ถ้าเค้าทำตามไม่มีใครเจ็บตัว ทุกคนอยู่ได้ แต่ตอนนี้ถามว่ามีใครไม่เจ็บตัวบ้าง เจ็บตัวกันทุกคน เพียงแต่ว่าใครจะทนมากหรือทนน้อย เราก็ยังเตือนคนอื่นให้มีสติมั้ย ไม่ใช่เจ็บก็ยังทน ถ้าไม่เยียวยาแต่ดันทุรังจะทำต่อ แต่ไม่เป็นไร แม้จะออกจากกลุ่มดิจิตอลแล้วก็ยังฝันอยากจะให้ดิจิตอลเกิดอย่างแข็งแรง เค้าต้องเยียวยา ต้องแก้ไขปัญหา ไม่ใช่โยนปัญหาไปให้ผู้อื่น กสทช. เป็นผู้สร้างปัญหาเอง เป็นคนทำผิดเอง ต้องแก้ปัญหาเอง ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เค้าอยู่ได้ เรายืนยันเลยว่าเค้าเป็นคนผิด พวกเราไม่ใช่ไม่เก่งนะคะ 17 บริษัท 24 ช่อง เราอยู่กันจนเชี่ยวชาญ

ในชีวิตยังไม่เคยทำอะไรล้มเหลว เป็นโปรเจกต์แรกในชีวิตที่ทำแล้วมันล้มเหลว มันน่าเชื่อมั้ยว่าคนเก่งๆ 24 ช่อง เลือดสาดกันหมดเลย มีใครบ้างไม่เจ็บตัวในวันนี้ วันนี้ขอเป็นหน่วยออกมา ถ้าไม่ออกมาสู้วันนี้ กสทช.ก็จะเดินช้ากว่านี้เยอะ เชื่อว่าอาจจะยังไม่คิดอะไรด้วยซ้ำ ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไร พอเริ่มมีการฟ้องส่งไป 12 ข้อว่าต้องแก้อะไรบ้าง เริ่มต้นแต่ไม่สำเร็จ การประชาสัมพันธ์ไม่เห็นรูปธรรม กล่องก็ยังมีปัญหา คุณภาพกล่องก็ยังไม่ได้มากมายปัญหา”

มั่นใจว่า กสทช. เป็นฝ่ายผิด

ข่าวลือที่จะปิดทีวีพูลไม่จริง?

“ไม่ปิดแน่นอนค่ะ เพราะนี่คือบ่อเงินบ่อทองของลูก เราไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับ ทีวีพูล สตาร์นิวส์ และสไปซี่แล้ว ให้ลูกมาๆ ดูแล ธุรกิจหนังสือ 3 เล่มยังดีอยู่ แต่มันไม่ดีเท่ากับของเดิม”

ทีวีพูลมีทำเป็นฟรีก๊อบปี้เพราะอะไร?
“คือฟรีก๊อบปี้เป็นความคิดของเรา ยอดขายหายไป 30 เปอร์เซ็นต์ เราแคร์กับลูกค้าที่ซื้อโฆษณาของเรามาก กลัวเค้าลงโฆษณาแล้วจะไม่ได้ผล ถ้าจะลดราคาโฆษณาเงินก็จะหายไป ก็เลยเอาโฆษณาทั้งเล่ม มาร่วมแล้วเขียนข่าวปูสไตล์โซเชียลสั้นๆ ว่าเล่มจริงจะมีข่าวอะไรบ้าง โดยมีหน้าข่าวแค่ 4 หน้าแล้วให้คนไปยืนแจก”.

เจอหนักขนาดนี้ พี่ติ๋มยังยิ้มได้
กดไลค์กันหน่อย
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    5.0%
  • ไม่ชอบ
    7.5%
  • สนุก
    17.5%
  • ประหลาดใจ
    8.8%
  • เสียใจ
    5.0%
  • ให้กำลังใจ
    56.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement