วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาร์ค' หวั่นดีเบต ทำขัดแย้งบานปลาย ฟันธงจัดก็ไม่จบ

"มาร์ค" ชี้ ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แนะ ดู รธน.ประกอบ เกรงเพิ่มความขัดแย้ง ติงจัดดีเบตพระลดขัดแย้ง หวั่นบานปลาย ฟันธงจัดก็ไม่จบ

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.59 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอว่า ตนรู้สึกแปลกใจว่าทำไมต้องมีการเร่งในการออกร่างกฎหมายนี้ โดยที่ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตรงนี้ เพราะจะต้องไปขึ้นอยู่กับกฎหมายสูงสุด อีกทั้งการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นั้น ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป ถ้าเราจะเขียนเอาไว้ในปีนี้ แล้วอีก 20 ปี สังคมโลกเปลี่ยนแปลงไปจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าต้องการแก้ปัญหาบ้านเมืองที่ไร้ทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่ว่ารัฐบาลแต่ละชุดเข้ามา มักจะทำอะไรก็ตามใจชอบแต่คิดวิธี แต่ทางออกที่ดีควรเป็นการกำหนดลักษณะของเป้าหมายชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนอยู่ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐในร่างรัฐธรรมนูญ
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนจึงเห็นว่าควรกำหนดให้มีการกำหนดเป้าหมายของชาติ ในบางเรื่องที่ไม่ต้องมาโต้แย้งกัน น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แนวคิดแบบนี้ค่อนข้างที่จะเป็นแนวคิดจากลักษณะของระบบราชการ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าทั้งการร่างรัฐธรรมนูญหรือนโยบายหลายอย่างของรัฐบาลในขณะนี้ ค่อนข้างจะมีรากฐานความคิดแบบราชการอยู่มาก ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดีเสมอไป แม้จะมีความมั่นคงและความมีเสถียรภาพ แต่จุดอ่อนส่วนใหญ่ คือ ไม่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้ รวมทั้งการที่จะตอบสนองกับความต้องการของประชาชนด้วย ซึ่งยังไม่รวมถึงนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งอาจเข้ามาแล้วเปลี่ยนแปลง ก็จะเป็นปัญหา ตนจึงมองว่าการเขียนลักษณะนี้ สปท.พยายามบอกว่า ไม่ได้มีบทลงโทษ แต่ในร่างกฎหมายนั้นเขียนว่ายุทธศาสตร์นี้ก่อให้เกิดหน้าที่ จึงต้องดูว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนอย่างไร ซึ่งอาจถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมืองอีกว่าคนนั้นทำตามยุทธศาสตร์หรือไม่ หรือเป็นการไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ ตนจึงเห็นว่าเรื่องนี้สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก

ส่วนถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ระบุให้พระสงฆ์ทั้ง 2 ฝ่าย ดีเบตหาทางออกร่วมกันนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การจัดให้มีการดีเบตต้องมีกติกากำหนดประเด็นรูปแบบให้ชัดเจน และข้อยุติของความขัดแย้ง ที่ยังถกเถียงกันอยู่ในแต่ละเรื่องว่ามีเรื่องใดบ้าง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญ และความละเอียดอ่อนของเรื่องเหล่านี้ โดยต้องดำเนินการทุกอย่างตรงไปตรงมา อย่าทำให้กลายเป็นปมความขัดแย้งขึ้นมา เป็นฝักเป็นฝ่ายแล้วลุกลามไปในหลายๆ มิติ

"ผู้รับผิดชอบยังไงก็ต้องมีหน้าที่เบื้องต้น ในการคลี่คลายสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่า ถ้ามีเวทีดีเบตแล้วทุกอย่างจะจบ ยกตัวอย่าง เช่น ปมเรื่องของการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชฯ ที่มหาเถรสมาคม ระบุ นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่จะทำเรื่องนี้เพื่อจะทูลเกล้าฯ ท่านเหล่านี้ก็ยังจะต้องเกี่ยวข้องในการที่จะแก้ปัญหา" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ "ถ้าผมขอท่านนายกรัฐมนตรีได้" ว่า ผมจะขอให้ท่านนายกฯ ล้มเลิกความคิดให้พระดีเบตกัน เรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชฯ เพราะจะขยายความขัดแย้งไปถึงระดับรากของสังคมไทย หน้าที่ของรัฐบาล คือ ทำให้คนรักกัน สามัคคีกัน ไม่ใช่ทำให้คนเกลียดกัน ท่านจะตัดสินใจอย่างไรก็ตัดสินใจไปภายใต้ข้อเท็จจริง และภายใต้กฎหมายที่ท่านมี.