ฝ่าย ก.ม.วัดปากน้ำฯ ยัน'สมเด็จช่วง' ไม่ทราบขั้นตอนนำเข้า-จดประกอบรถ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ฝ่าย ก.ม.วัดปากน้ำฯ ยัน'สมเด็จช่วง' ไม่ทราบขั้นตอนนำเข้า-จดประกอบรถ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 18:32
2,068 ครั้ง


"สุวพันธ์" เผยนายกฯ ห่วงสถานการณ์วงการสงฆ์ เร่งเดินสายทำความเข้าใจ ด้านฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ยัน "สมเด็จช่วง" ไม่ทราบขั้นตอนการนำเข้า และกระบวนการจดประกอบรถ อย่าเหมารวม ว่าผู้ครอบครองจะผิดไปด้วย...

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 59 นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวภายหลังการร่วมงานอบรมและสอบความรู้พระอุปัชฌาย์ รุ่นที่ 51 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนมาทำความเข้าใจกับพระสงฆ์ทุกฝ่าย เนื่องจากนายกฯ ห่วงสถานการณ์ของวงการสงฆ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งนายกฯ อยากให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความผ่อนคลายลงไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง โดยการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่จำเป็นต้องจัดเวทีดีเบต แต่สามารถสร้างความเข้าใจให้แก่คณะสงฆ์ทุกฝ่ายได้ เพราะเท่าที่ทราบความเห็นของพระสงฆ์แต่ละฝ่ายยังมีความแตกต่างกัน ซึ่งบางรูปก็พร้อมเข้าร่วมดีเบตแต่บางรูปก็ยังไม่พร้อมจะดีเบต ดังนั้น เชื่อว่าการเดินสายทำความเข้าใจน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ทั้งนี้ ได้หารือร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายวิษณุให้ข้อแนะนำว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับคณะสงฆ์ทุกฝ่ายว่า รัฐบาลมีความจริงใจต่อการแก้ปัญหา และพร้อมจะหาทางออกร่วมกับคณะสงฆ์ นายกฯ มีความเคารพต่อคณะสงฆ์และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ทุกรูป ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่น ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิด และไม่อยากให้ความเห็นที่แตกต่างเหล่านี้ขยายตัวในวงกว้าง เราต้องหาวิธีแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ไม่ใช่ทำลาย อยากให้คณะสงฆ์ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจ

เมื่อถามว่า กรณีดีเอสไอ ออกมาระบุว่า การนำเข้ารถเบนซ์โบราณที่วัดปากน้ำผิดกฎหมายทุกขั้นตอน จะมีผลกระทบต่อการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 หรือไม่ นายสุวพันธ์ กล่าวว่า ต้องขอดูผลสรุปของดีเอสไอก่อน ซึ่งต้องพิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบด้าน

ในวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายศุภภัทร์พจน์ นิติศธร ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ว่า ได้ชี้แจงต่อดีเอสไอตั้งแต่ต้นแล้วว่า ผู้บริจาคซื้อรถคันดังกล่าวจากนายวิชาญ รัษฐปานะ ซึ่งนายวิชาญจะให้ใครนำเข้า หรือจะให้ใครจดประกอบถูกต้องหรือไม่ ทางผู้บริจาคก็ไม่ทราบ เมื่อผู้บริจาคนำรถคันดังกล่าวมาถวายสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ท่านก็ไม่ทราบว่ารถดังกล่าวจะนำเข้า หรือมีกระบวนการจดประกอบอย่างไร เนื่องจากผู้บริจาคซื้อรถจากนายวิชาญในรูปแบบการเหมา หมายถึงว่า นายวิชาญจะนำเข้าอย่างไร จะจดประกอบอย่างไร เป็นเรื่องที่นายวิชาญดำเนินการเองทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า รถยนต์คันดังกล่าว เป็นชื่อของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จะมีผลอย่างไรหรือไม่ นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวว่า มีชื่อหรือไม่มีชื่อคงไม่ใช่ประเด็น เพราะประเด็นการนำเข้าและกระบวนการจดประกอบนั้น ไม่เกี่ยวกับผู้บริจาคและสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อย่านำไปเหมารวมกันว่า เมื่อรถนำเข้าและจดประกอบไม่ถูกต้อง ผู้ครอบครองจะผิดไปด้วย ส่วนเงินที่จ่ายค่ารถคันดังกล่าวนั้น ได้ให้การต่อดีเอสไอไปว่า มี 2 ส่วน คือส่วนแรกจำนวน 1 ล้านบาท เป็นชื่อผู้บริจาคสมทบซื้อรถคันนี้ไว้ในพิพิธภัณฑ์ มีชื่อชัดเจน ส่งให้ดีเอสไอไปแล้ว

ส่วนที่สองคือ เงินผู้บริจาคผ่าน พระมหาศาสนมุนี หรือเจ้าคุณแป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 3 ล้านบาท โดยเจ้าคุณแป๊ะนำเงินบริจาคส่วนนี้จ่ายในการซื้อรถทั้งหมด สำหรับขั้นตอนจากนี้ไป เมื่อพบว่าผู้นำเข้าและจดประกอบไม่ถูกต้อง ดีเอสไอต้องสอบต่อว่า ผู้ครอบครองมีเจตนารู้เห็นหรือไม่ ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายของวัดปากน้ำฯ ก็พร้อมจะให้ข้อมูลต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    25.3%
  • ไม่ชอบ
    31.6%
  • สนุก
    10.5%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    1.1%
  • ให้กำลังใจ
    31.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement