ศาลอุทธรณ์ ยืนยกคำร้อง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ฟ้องคณะ “คสช.” - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ศาลอุทธรณ์ ยืนยกคำร้อง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ฟ้องคณะ “คสช.”

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 16:43
1,273 ครั้ง


ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกคำร้องกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ฟ้อง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ คสช. รวม 5 คน เหตุมาตรา 48 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวมีผลบังคับใช้ ละเว้นโทษยึดอำนาจให้แล้ว ด้านกลุ่มเตรียมยื่นฎีกาขอเวลา 30 วัน

วันนี้ (18 ก.พ. 59) ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมด้วยทนายอานนท์ นำภา ได้เดินทางมาฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมพวก รวม 15 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับพวกรวม 5 คน ซึ่งเป็นคณะ คสช. ประกอบด้วย พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นกบฏล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักรโดยใช้กำลังประทุษร้าย และกระทำการสะสมกำลังพลหรืออาวุธ หรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 และ 114 กรณีที่พวกจำเลยร่วมกันยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น ยกคำร้องกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ฟ้อง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ คสช. รวม 5 คน เหตุมาตรา 48 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวมีผลบังคับใช้ ละเว้นโทษให้แล้ว ด้านกลุ่มเตรียมยื่นฎีกาขอเวลา 30 วัน

โดยในชั้นอุทธรณ์นี้ โจทก์ได้ยกเหตุผลแย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น ชี้ว่าการออกมาตรา 48 มาละเว้นโทษเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นการผิดครรลองประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้ว มีความเห็นเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น คือ มาตรา 48 มีผลประกาศใช้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแล้ว ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่ว่ามาตรา 48 ถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตยหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นคนละส่วนที่ต้องพิจารณาแยกกัน ออกจากเนื้อหาในคำร้องนี้ จึงเห็นสมควรให้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกคำร้อง

ทั้งนี้ นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ สมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับและหนึ่งในผู้ร้องกล่าวว่า ในส่วนที่ศาลอุทธรณ์มีความเห็นว่ามาตรา 48 เป็นคนละส่วนที่ต้องแยกพิจารณาออกไปเป็นคนละส่วนนั้น ทางกลุ่มจะไปหารือเพื่อดำเนินการ ไม่ว่าจะในทางกิจกรรม หรือในทางกฎหมาย ตามที่ศาลได้แนะนำมาต่อไป

ด้าน นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชนและหนึ่งในผู้ร้องกล่าวว่า ทางกลุ่มจะยื่นขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยในคดีนี้ต่ออย่างแน่นอน แม้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะมีความเห็นไปในทางเดียวกัน แต่โดยประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ผู้ร้องสามารถขอให้ทั้งสองศาลทำความเห็นขึ้นไปถึงศาลฎีกา เพื่อให้ศาลฎีการับคำร้องพิจารณาคดีได้ ทั้งนี้หากศาลฎีกายอมรับคำร้องของกลุ่ม ก็จะถือเป็นกรณีแรกในประวัติศาสตร์ ที่จะมีการพิจารณาคดีฟ้องคณะรัฐประหาร ไปจนถึงชั้นศาลฎีกา ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างบรรทัดฐานว่าการรัฐประหารเป็นความผิดหรือไม่ในที่สุด

สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้การเข้ายึดและการควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของจำเลยทั้งห้ากับพวกในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ภายหลังได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2557 ฉบับชั่วคราว ลงวันที่ 22 ก.ค. 2557 โดยบัญญัติการละเว้นความผิดและความรับผิดไว้ในมาตรา 48 ว่า บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำในนามการควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ของหัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้กระทำ และคำสั่งจากหัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อันได้กระทำไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้น โดยการกระทำดังกล่าวทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ เพื่อให้มีผลบังคับในทางรัฐธรรมนูญ ทางนิติบัญญัติ ทางด้านบริหาร และอำนาจตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอื่นๆ ไม่ว่าในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำหรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ ทั้งกระทำในวันดังกล่าว หรือกระทำภายหลังซึ่งเป็นการกระทำอันผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทำนั้นพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งห้าตามฟ้อง จึงพ้นจากความผิดและความรับผิดตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 48 คดีของโจทก์ทั้ง 15 คน จึงไม่มีมูลที่ศาลจะรับไว้พิจารณา พิพากษายกคำร้อง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2558.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    58.6%
  • ไม่ชอบ
    27.3%
  • สนุก
    11.1%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    3.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement