“ไม่มีใครแทนพี่ได้” อาลัยรัก 9 ปี จากใจเธอคนนี้ ถึง ‘ดีเจโจ้-อัครพล’ คนบนฟ้า - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

“ไม่มีใครแทนพี่ได้” อาลัยรัก 9 ปี จากใจเธอคนนี้ ถึง ‘ดีเจโจ้-อัครพล’ คนบนฟ้า

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 05:30
133,886 ครั้ง


แม้ว่าจะผ่านมากว่า 9 ปีแล้ว สำหรับการจากไปของดีเจหนุ่มอารมณ์ดีผู้สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้คนฟังอยู่เสมอ ‘ดีเจโจ้-อัครพล ธนะวิทวิลาศ’ ที่จากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็งตับ ด้วยวัยเพียง 35 ปี แต่ก็ยังเชื่อเหลือเกินว่า ชื่อ 'โจ้-อัครพล' นั้น จะยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคนอย่างแน่นอน...

โดยเฉพาะ ผู้หญิงคนนี้ ‘จุ๊บ นันทิยา พุทธาโภคาทรัพย์’ อดีตคนรักของ 'ดีเจโจ้ อัครพล ธนะวิทวิลาศ' อย่างที่ทราบกันดีว่า ตำนานความรักที่ทรงพลังของทั้งคู่ ใกล้จะดำเนินเข้าสู่การเริ่มต้นชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุข ภาพความฝันที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วก็กลับกลายเป็นฝันร้ายภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน...

เมื่อวันเวลาวกมาถึงเดือนแห่งความรักอีกครั้ง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงไม่พลาดที่จะถ่ายทอดเรื่องราวความรักของทั้งคู่ ที่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจพรากจากกันได้ หรืออาจต้องใช้คำว่า "รักที่ไม่มีวันตาย" ของผู้หญิงคนนี้ ‘จุ๊บ-นันทิยา’ ที่ไม่ว่าจะมีรักใหม่อีกสักกี่ครั้งก็ต้องเป็นอันจบลง เพราะเธอยังคงรำลึกอยู่เสมอว่า “ไม่มีใครแทนที่พี่โจ้ได้”

‘ดีเจโจ้-อัครพล ธนะวิทวิลาศ’ ดีเจหนุ่มอารมณ์ดี ที่จากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็งตับ ด้วยวัยเพียง 35 ปี

พบกันครั้งแรก ดีเจโจ้-อัครพล ส่งสายตาจีบก่อน! 

นางสาวนันทิยา พุทธาโภคาทรัพย์ หรือ จุ๊บ เปิดคลินิกเสริมความงามของเธอ ให้ทีมข่าวฯ เข้าไปร่วมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความรักของเธอ และ 'ดีเจโจ้-อัครพล' ว่า จุ๊บและพี่โจ้ พบกันครั้งแรกในงานคอนเสิร์ตที่พี่โจ้เป็นพิธีกรอยู่ ตอนนั้นจุ๊บอายุเพียง 16 ปี ก็ไปดูคอนเสิร์ตกับกลุ่มเพื่อน ระหว่างนั้น เห็นดวงตาที่สวยงามของผู้ชายคนนี้มองมาที่จุ๊บ แต่จุ๊บก็ไม่ได้สนใจ เพราะรู้สึกว่าเขาไม่หล่อ ซึ่งตอนนั้นพี่โจ้ยังไม่ได้เข้ามาอยู่ค่ายเอไทม์มีเดีย เขายังไม่มีชื่อเสียง รู้จักเขาแค่เพียงในชื่อ "ดีเจโจ้แหนม" เท่านั้น จนทราบในภายหลังว่าเพื่อนจุ๊บได้ให้เบอร์จุ๊บไปกับพี่โจ้ ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นยุคของเพจเจอร์อยู่ พี่โจ้ก็ใช้การส่งข้อความมาจีบผ่านเพจเจอร์อยู่บ่อยครั้ง กระทั่งมีโอกาสได้ไปทานข้าวด้วยกัน และจุ๊บก็เห็นถึงความน่ารักและความเสมอต้นเสมอปลายของเขามาโดยตลอด ซึ่งก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราทั้งคู่เริ่มคบกัน... 

นางสาวนันทิยา พุทธาโภคาทรัพย์ หรือ จุ๊บ

สมัยที่เราสองคนเริ่มคบกันใหม่ๆ พี่โจ้จะมารอรับจุ๊บ ตั้งแต่ 05.00 น. เพื่อไปส่งที่โรงเรียนทุกเช้า และเป็นเช่นนี้สม่ำเสมอ ประกอบกับพี่โจ้เขาเป็นคนมีจิตใจดีมาก ใครอยู่ด้วยก็มีความสุข เพราะเขาเป็นคนที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างเสมอ เช่นเดียวกับภาพที่ทุกคนรู้จัก เพราะไม่ว่าจะครอบครัว เพื่อน หรือคนรอบข้าง ก็จะรู้ว่าพี่โจ้เป็นคนที่น่ารักมาก สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้จุ๊บหลงรักเขาโดยที่ไม่ต้องมีเงื่อนไขเลยว่า แฟนฉันต้องหล่อต้องรวย เพราะจุ๊บรักทุกอย่างที่เป็นพี่โจ้ รักเสียง รักรอยยิ้ม และรักดวงตาคู่นั้นของเขา... 

ซึ่งแม้ว่าความรักของจุ๊บและพี่โจ้จะดูหอมหวาน มีความสุข แต่ในระหว่างที่คบกันนั้น ก็ทราบในภายหลังว่าพี่โจ้แอบไปกิ๊กกับเพื่อนร่วมงาน และคุยกับคนอื่นอยู่บ้าง นั่นก็ทำให้เราทั้งคู่ทะเลาะกัน จุ๊บเลยเลือกที่จะเดินออกจากชีวิตเขา และไปคบกับคนใหม่ เพราะด้วยความที่ในช่วงนั้นจุ๊บยังเด็ก จึงคิดเพียงแค่ทำมาทำกลับ แต่ก็ไม่เกิน 3 วัน พี่โจ้ก็กลับมาง้อจุ๊บ ขอคืนดีและสัญญาว่าจะไม่ทำแบบเดิมอีก... 

รูปปั้นกระต่ายที่พี่โจ้ซื้อเป็นของขวัญให้จุ๊บ เพราะรู้ว่าจุ๊บชอบกระต่ายมาก
มัธยัสถ์ เก็บเงิน วาดฝันสร้างอนาคตด้วยกัน 

จนกระทั่ง เราทั้งคู่ตกลงกันว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านเป็นเรือนหอด้วยกัน ช่วงนั้นอะไรประหยัดได้ก็ช่วยกันประหยัด เวลาพี่โจ้มารับที่บ้าน คุณแม่จะทำข้าวใส่กล่องเตรียมไว้ให้ ระหว่างทางจุ๊บจะป้อนข้าวพี่โจ้ หรือเสื้อผ้าพี่โจ้ก็จะเอามาซักที่บ้านจุ๊บ เพื่อช่วยกันประหยัดค่าซักรีด กินข้าวนอกบ้านเรียกว่านับครั้งได้ เพราะแค่ซื้อน้ำส้มสักแก้วยังคิดแล้วคิดอีก จนเมื่อพี่โจ้เริ่มมีชื่อเสียงและเข้าหุ้นกับพี่เอก กฤษณา วารินทร์ เปิดบริษัท มหัศจรรย์งานโชว์ ซึ่งแม้รายรับจะมากขึ้น แต่ก็มีอุปสรรคและปัญหากระจุกกระจิกเข้ามาให้แก้ไขตลอดเวลา แต่เราทั้งคู่ก็จับมือสู้ผ่านไปด้วยกันตลอด เพราะในวันที่พี่โจ้ทุกข์หรือท้อ จุ๊บก็ไม่เคยไปไหน ยืนอยู่ข้างๆ เขาตลอด เขามักบอกให้จุ๊บชื่นใจอยู่เสมอว่า “หนูเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่มีวันนี้”

จุ๊บ นันทิยา พุทธาโภคาทรัพย์ อดีตคนรัก ดีเจโจ้ อัครพล
ตำนานความรักอันทรงพลัง ของ 'ดีเจโจ้ อัครพล' กับ 'จุ๊บ นันทิยา'

และในที่สุดความฝันก็เป็นจริง เราทั้งคู่ซื้อบ้านด้วยเงินสดที่พยายามอดออมกันมา ช่วงนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่เราสองคนมีความสุขกับการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน และจะตกแต่งบ้านด้วยกัน รวมถึงวาดฝันกันไว้ว่าปลายปี 2549 เราจะแต่งงานและมีลูกด้วยกันทันที ซึ่งจุ๊บหวังจะเป็นเจ้าสาวของพี่โจ้ตลอดเวลา รอคอยวันนั้นอย่างตื่นเต้น เราทั้งคู่หาซื้อหนังสือแต่งงานทุกฉบับ ช่วยกันเลือกชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าว แหวนแต่งงาน สถานที่จัดงาน เราช่วยกันวาดฝันและเตรียมงานมาเป็นระยะ ทุกอย่างดูราบรื่นและเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก จนเมื่อปลายปี 2548 เราตั้งใจไว้ว่า หลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งปีแล้ว ก็วางแผนไปเที่ยวฮ่องกงกัน แต่จู่ๆ พี่โจ้ก็มีอาการท้องเสียไม่หยุด ร่างกายอ่อนเพลียมาก 

ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่น กระทั่ง ดีเจโจ้เริ่มป่วย...

หลังจากนั้น จุ๊บก็พาพี่โจ้ไปโรงพยาบาล แพทย์คลำท้องและเอกซเรย์ ปรากฏว่า ตับโต พบก้อนเนื้อที่ตับประมาณ 10 เซนติเมตร ถ้าเทียบกับเนื้อที่ตับที่มีอยู่ 16 เซนติเมตร ถือว่าค่อนข้างใหญ่ ซึ่งตอนนั้นหมอบอกทันทีว่า พี่โจ้เป็นมะเร็งตับ ในระยะที่ 3 ซี่งเป็นระยะที่ไม่มากและไม่น้อย โดยแพทย์สันนิษฐานว่าพี่โจ้เป็นมะเร็งมานานเกือบปีแล้ว ซึ่งต้องบอกว่ามะเร็งที่ตับค่อนข้างลุกลามเร็วมาก จึงต้องใช้วิธีการสกัดตัวมะเร็งให้ฝ่อลงก่อน จึงค่อยตัดชิ้นเนื้อที่เสียออก แต่ก็ไม่ต้องถึงกับให้คีโม เพราะส่วนตัวพี่โจ้เอง เขาก็ไม่อยากรักษาด้วยคีโมบำบัดอยู่แล้ว

‘ดีเจโจ้-อัครพล ธนะวิทวิลาศ’ ดีเจหนุ่มอารมณ์ดีผู้สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้กับคนฟัง

เราทั้งสองคนยืนรับฟังประโยคนั้นด้วยกัน จุ๊บรู้สึกได้ว่า พี่โจ้ใจสู้มากและสุดยอดมากในวินาทีนั้น พี่โจ้ถามหมอว่า “ผมจะอยู่ได้อีกกี่เดือน ถ้าอยู่ได้ไม่นาน ผมจะใช้ชีวิตอยู่กับแฟนให้เต็มที่” เมื่อพี่โจ้พูดประโยคนี้ออกไป จุ๊บแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้หนักมาก เพราะยังทำใจไม่ได้ และยังรับเหตุการณ์ตรงหน้านี้ไม่ได้ พี่โจ้ได้แต่กอดจุ๊บ เขาบอกเสมอว่า “เป็นห่วงหนู” ซึ่งจุ๊บก็บอกเขาว่า “ไม่ต้องห่วง เราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย ถ้าที่รักตาย หนูจะตายตามไปด้วย เราจะจับมือเดินไปด้วยกัน” ซึ่งตอนนั้นจุ๊บจำได้ว่าพี่โจ้เองก็ร้องไห้ และบอกว่า “ชีวิตจริงทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่หนูต้องอยู่เพื่อสานฝันให้พี่ ถ้าหนูบอกว่าพี่ไม่เป็นอะไร พี่ก็จะไม่เป็นอะไร” นี่คือคำพูดที่พี่โจ้พูด จุ๊บยังจำได้ไม่ลืม... 

จากเรือนหอแห่งความสุข กลับกลายเป็นแหล่งพักฟื้น ‘ดีเจโจ้-อัครพล’

คุณจุ๊บ ยังเล่าให้ทีมข่าวฯ ฟังอีกว่า หลังจากที่พี่โจ้อยู่โรงพยาบาลได้ 3 วัน ก็กลับมาพักฟื้นที่บ้าน หลังที่เราทั้งคู่เตรียมไว้เป็นเรือนหอก็ใช้เป็นที่พักฟื้นของพี่โจ้แทน ตอนนั้นจุ๊บย้ายมาอยู่ดูแลไม่ห่าง เราต่างใช้ชีวิตโดยที่ไม่แคร์แล้วว่าต้องแต่งก่อนหรือไม่ เพราะวินาทีนั้นอยากอยู่กับเขา อยากดูแลเขา ไม่อยากห่างเขาไปไหน 

คุณจุ๊บเล่าวินาทีที่ดีเจโจ้ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ

ในช่วงเวลาที่พี่โจ้ กำลังพักฟื้นอยู่นั้น ด้วยฤทธิ์ของยาต่างๆ ส่งผลให้พี่โจ้มีร่างกายที่ซูบผอมลงภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน เขาเหนื่อยง่ายขึ้น ผมร่วงเล็กน้อย และแม้ว่าอากู๋ ไพบูลย์ พี่ฉอด สายทิพย์ และพี่ไก่ สมพล จะให้เขาหยุดรักษาตัวก่อน แต่ด้วยความที่เขาทำงานมาตลอด และเป็นคนรักในอาชีพและงานของเขามาก พี่โจ้ก็แอบไปอัดรายการเป็นสปอตสั้นๆ อยู่บ้าง อัดรายการที่เขารู้สึกว่าเขายังมีแรงทำได้ ทำไหว ไม่เหนื่อยมาก อาทิ รายการเกมวัดดวง ซึ่งภาพที่ทุกคนเห็นในวันที่เขาป่วยก็คือ เขาก็ยังเป็นพี่โจ้คนเดิม ที่สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้คนดู จนทุกคนก็เชื่อว่าอย่างไรเสีย เขาก็ต้องหาย...

และในระหว่างนั้นพี่โจ้ไปตรวจเช็กอาการและทานยาตามปกติ เขาก็บอกกับจุ๊บว่า “ทำอย่างไรมะเร็งก็ไม่เล็กลงหรอก” แต่ขณะที่จุ๊บก็ยังหวังอยู่ทุกเวลาและทุกวินาทีว่า พี่โจ้จะต้องหาย จุ๊บทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาอยู่กับจุ๊บไปได้นานที่สุด จุ๊บออกตระเวนทำบุญ 9 วัด แทบทุกวัน รวมถึงตามหาหมอเฉพาะทางที่มีความสามารถและเก่งที่สุดให้พี่โจ้ 

‘ดีเจโจ้-อัครพล ธนะวิทวิลาศ’
ทำใจไม่ได้! เข้าสู่เดือนที่สอง... อาการเริ่มทรุด! 

แต่แล้วก็เข้าสู่เดือนที่สอง อาการพี่โจ้ก็เริ่มทรุดลง เขามีอาการแน่นท้องตลอดเวลา ทานข้าวได้น้อยลง เพราะการทำงานของตับแย่ลงมาก รวมถึงมีภาวะน้ำท่วมปอดและหัวใจร่วมด้วย กระทั่งจำเป็นต้องเจาะเอาน้ำออก ทำให้หลังจากนั้นเขาเริ่มเดินไม่ถนัด และการใช้ชีวิตที่เราสองคนเคยตระเวนไปทำบุญด้วยกันก็เปลี่ยนเป็นใช้ชีวิตอยู่บ้านแทน นอนดูทีวี อ่านหนังสือ ซึ่งจุ๊บจำได้ว่า เขาได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่ชื่อว่า ‘เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน’ เขาบอกว่า อ่านแล้วจะได้ปลง 

"ซึ่งช่วงนั้น อาการพี่โจ้ทรุดลงเรื่อยๆ จุ๊บก็ยังทำใจไม่ได้ พยายามไม่ร้องไห้ให้พี่โจ้เห็น จุ๊บคิดเสมอว่า ถ้าหากถึงวันที่ต้องแลกชีวิตกันจริงๆ ก็ขอให้เอาจุ๊บไปแทน เพราะถ้าพี่โจ้อยู่ยังทำอะไรให้กับคนรอบข้างได้อีกมาก จุ๊บยอมเสียสละ แขน ขา หัวใจ ตับ หรืออะไรก็ได้ ขออย่างเดียว ให้จุ๊บได้มองหน้าพี่โจ้ ได้กอดเขาไปนานๆ ก็พอ"

สุดท้ายไม่มีปาฏิหาริย์ เข้าสู่เดือนที่สาม... อาการขั้นโคม่า

ล่วงเข้าสู่เดือนที่สาม... พี่โจ้เริ่มทานข้าวไม่ได้ ตัวซีด เหนื่อยหอบ ผมร่วง วันนั้นจุ๊บก็พาเขาไปพบแพทย์ตามปกติ ก็คิดว่าคุณหมอจะให้เลือดและน้ำเกลือเสร็จก็กลับบ้านได้เหมือนทุกครั้ง แต่แล้วก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อคุณหมอส่งตัวพี่โจ้เข้าห้องไอซียู ใส่ท่อเพื่อฟอกเลือดเอาของเสียออก ซึ่งช่วงสามวันแรกที่เข้าห้องไอซียู พี่โจ้ยังร่าเริงอยู่ พยาบาลเล่าให้ฟังว่า พี่โจ้เป็นคนสุภาพมาก ไม่เอะอะโวยวายหรืออาละวาดที่จะดึงสายออก 

นันทิยา พุทธาโภคาทรัพย์ หรือ จุ๊บ

หลังจากวันที่ 3 ภายในห้องไอซียู ด้วยปฏิกิริยาของฤทธิ์ยา ส่งผลให้พี่โจ้มีอาการสะลึมสะลือ จำคนรอบข้างได้บ้างไม่ได้บ้าง พูดได้เป็นคำๆ จนกระทั่ง... เขาไม่รู้สึกตัวอีกเลย...

จุ๊บจึงขออนุญาตคุณหมอเข้าไปนอนเฝ้าในห้องไอซียู จุ๊บได้แต่จับมือเขาไว้ตลอดเวลา ไม่ห่างไปไหน กอด หอม และสวดมนต์ให้เขาฟัง เพราะจุ๊บก็ยังเชื่อและหวังอยู่เสมอว่า พี่โจ้ต้องหาย ซึ่งเมื่อตกค่ำของคืนนั้น อยู่ๆ ความดันพี่โจ้ก็ค่อยๆ ตก จาก 100 มาอยู่ที่ 68 ขณะที่ระดับของออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 68 ซึ่งรับรู้ได้ว่าตอนนั้นพี่โจ้อาการโคม่าแล้ว แต่หัวใจเขายังเต้นอยู่

ย้อนวินาทีสั่งลา ก่อนการจากไปของ ‘ดีเจโจ้-อัครพล’

คุณจุ๊บ เล่าต่อว่า นับเป็นวันที่ 15 แล้ว สำหรับการรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู วันนั้น ทุกคนรับรู้ได้ว่าพี่โจ้กำลังจะจากพวกเราไป แต่จุ๊บก็ยังคงหลอกตัวเองว่าคงไม่ใช่วันนี้ ภายในห้องไอซียู มีญาติๆ และพยาบาล ยืนอยู่รอบเตียง ทุกคนร้องไห้ และลูบหัวพี่โจ้ เพื่อสั่งลากัน ขณะที่จุ๊บทนเห็นภาพนั้นไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้ เพราะรับไม่ได้ จุ๊บกอดเขาแน่นมาก ได้แต่บอกว่า อย่าพรากคนรักไปจากจุ๊บ ขอให้พี่โจ้อยู่ต่ออีกวัน ซึ่งกราฟหัวใจของพี่โจ้เต้นขึ้นมาใหม่ พุ่งขึ้นถึง 300 เหมือนคนที่กำลังวิ่งขึ้นเขา จากนั้นพี่สาวจุ๊บก็บอกพี่โจ้ว่า “ไม่ต้องห่วง จะดูแลจุ๊บเอง” จากนั้น กราฟหัวใจก็ตกไปอยู่ที่ศูนย์ วินาทีนั้นจุ๊บกรี๊ดเหมือนคนบ้า ไม่ยอมกลับบ้าน ได้แต่ร้องไห้ และจะขอตามไปนอนกับพี่โจ้ในห้องเย็นด้วย 

เมื่อถึงวันรดน้ำศพ จุ๊บร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด ผู้ใหญ่เข้าใจถึงความรักของเราทั้งคู่ เลยแนะนำว่าให้เอาขี้เถ้าทำตำหนิไว้ เผื่อเจอหน้ากันจะได้จำหน้าได้ จุ๊บก็ทำตาม แล้วสวมแหวนให้พี่โจ้ จับมือพี่โจ้ขึ้นพนมมือร่วมกัน แล้วบอกเขาว่า “สัญญานะว่าชาติหน้าจะเกิดมารักกันอีก และอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า อย่าให้โรคภัยไข้เจ็บมาพรากเราจากกันอีกเลย”

วันเผาศพ จุ๊บร้องไห้จนตาช้ำ วินาทีที่ไปส่งพี่โจ้ขึ้นสวรรค์ ไม่รู้จะเอาคำพูดอะไรบรรยายความรู้สึกในช่วงนั้นได้มากไปกว่าคำว่า “สาหัสทรมาน” พี่ฉอดกอดจุ๊บอยู่ไม่ห่าง บอกว่า “พี่เขาไปดีแล้ว” จุ๊บตะโกนไปอย่างไม่รู้ตัวว่า “อย่าให้เขาเอาพี่โจ้ของเราไป” แล้วจุ๊บก็เป็นลม 

จุ๊บและพี่โจ้ ในสมัยที่ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน
ตื่นตีสาม! รู้สึกถูกสัมผัสเท้า เชื่อว่าต้องเป็นพี่โจ้

จุ๊บ นันทิยา พูดด้วยความอาลัยรักอีกว่า หลังจากพี่โจ้จากไป การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ช่วงแรกๆ จุ๊บใช้ชีวิตอย่างคนไร้จุดหมาย สภาพจิตใจล่องลอย เพราะทุกความทรงจำที่ผ่านมาของจุ๊บนั้นมีพี่โจ้อยู่ด้วยมาตลอด ภาพที่พี่โจ้พาไปทานข้าว ดูหนัง ไปเดินจตุจักรทุกเสาร์-อาทิตย์ ช่วงนั้นจุ๊บต้องกินยานอนหลับทุกคืน จะตื่นทุกๆ ตีสาม รู้สึกเหมือนถูกสัมผัสเบาๆ ที่ปลายเท้า ซึ่งเชื่อว่าต้องเป็นพี่โจ้ เพราะเขาจะชอบตื่นมาดูบอลบ่อยๆ แล้วก็หอมแก้ม กระซิบบอก “รักหนูนะ”

ตั้งแต่วันนั้น จากความทุกข์จึงกลายเป็นความสุขกับการรู้สึกตัวตื่นตีสาม และรอคอยตอนเช้าเพื่อจะได้ใส่บาตรให้พี่โจ้ทุกวัน สิ่งเหล่านี้ช่วยเยียวยาจิตใจให้รู้สึกว่า พี่โจ้ยังอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา ซึ่งไม่ว่าจุ๊บจะทำอะไรก็จะเรียกพี่โจ้ตลอด แม้แต่มีการแข่งขันฟุตบอลแมตช์ที่รู้ว่าพี่โจ้อยากดู จุ๊บก็จะเอาอัฐิมาตั้งข้างๆ เพื่อนั่งดูบอลด้วยกัน

ดีเจโจ้ อัครพล จากไปด้วยโรคมะเร็งตับ ด้วยวัย 35 ปี

นอกจากนี้ ช่วงแรกๆ จุ๊บจะเก็บเสื้อผ้าและของใช้ทุกอย่างของเขา เช่น หูฟังที่เขารัก กีตาร์ตัวโปรด และตั๋วหนังที่เราดูด้วยกัน จุ๊บวางทุกอย่างไว้ที่เดิมเหมือนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เมื่อก่อนจุ๊บจะหวงของทุกชิ้นมาก ไม่ยอมให้ชิ้นใดชิ้นหนึ่งหายไปเด็ดขาด จนคนรอบข้างเริ่มเป็นห่วงกลัวเราทุกข์มาก ก็แนะนำให้เอาไปบริจาค เผื่อบุญกุศลเหล่านั้นจะส่งไปถึงพี่โจ้ จุ๊บเลยตัดสินใจเอาเสื้อผ้าของใช้ไปบริจาค บางส่วนก็ให้เพื่อนๆ และแฟนคลับ ทุกวันนี้แม้จะผ่านมา 9 ปี แต่บางคนก็ยังคงใช้อยู่ ซึ่งจุ๊บมั่นใจว่าถ้าพี่โจ้รับรู้ได้ เขาก็คงดีใจ เพราะสิ่งของเหล่านั้นก็ไปอยู่กับคนที่พี่โจ้รัก รวมถึงลูกสาวบุญธรรมของพี่โจ้ ‘น้องซิน’ โตมากับพี่โจ้ ตอนนี้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค น้องซินจะเอาเสื้อกันหนาวตัวเก่งของพี่โจ้ไปใส่เวลาเครียดอยู่เสมอ เพราะทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนพี่โจ้กำลังกอดเธออยู่ 

เรื่องราวความรัก รูปคู่ ของเราสองคนยังวางอยู่ที่เดิม
“ความรักที่ดีในชีวิตนี้ของจุ๊บได้ตายไปกับผู้ชายคนนี้แล้ว” จุ๊บ นันทิยา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อะไรคือความมั่นคงที่ทำให้ยังรักผู้ชายคนนี้ไม่เปลี่ยนแปลง? คุณจุ๊บ ยิ้มพร้อมตอบด้วยสีหน้ามีความสุขว่า ความรักที่มีให้พี่โจ้นั้น ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย เคยรักมากเท่าไรก็ยังคงรักมากเท่านั้น แต่ชีวิตคนเรามันต้องดำเนินต่อไป มีความรักเข้ามาบ้าง แต่ก็เป็นอันต้องจบลง เพราะรู้สึกว่า “ความรักที่ดีในชีวิตนี้ของจุ๊บได้ตายไปกับผู้ชายคนนี้แล้ว” ฉะนั้น หากว่าวันนี้ไม่ได้เจอรักที่ดีอีก ก็คงไม่เสียใจ เพราะจุ๊บถือว่าครั้งหนึ่งเคยมีรักที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว

“ความรักที่ดีในชีวิตนี้ของจุ๊บได้ตายไปกับผู้ชายคนนี้แล้ว” จุ๊บ นันทิยา

“หากวันนี้ จุ๊บสามารถบอกอะไรกับพี่โจ้ได้ จุ๊บอยากบอกว่า พี่ไม่ต้องห่วงจุ๊บอีกแล้ว สิ่งที่พี่โจ้ให้จุ๊บตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่พี่จากไป ทุกอย่างเป็นเรื่องราวที่ดี เกินกว่า 80% มาจากพี่โจ้ทั้งนั้น ที่ทำให้จุ๊บอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นจุ๊บก็ยังคงพูดคำเดิมว่า สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตจุ๊บก็คือ พี่โจ้ และพี่จะยังคงอยู่ในใจของจุ๊บและครอบครัวตลอดไป”

คุณจุ๊บ นันทิยา กล่าวทิ้งท้ายกับทีมข่าวฯ ด้วยว่า ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ ทุกความทรงจำระหว่างจุ๊บและพี่โจ้ เป็นความทรงจำที่ดีทั้งสิ้น จุ๊บไม่เคยเสียดายเลยสักวินาทีเดียวที่ได้รักผู้ชายคนนี้ แม้ว่าหลังจากนี้ จุ๊บจะไม่เจอรักที่ดี ผู้ชายที่ดีเท่าเขา จุ๊บก็จะไม่เสียดาย เพราะจุ๊บได้เจอผู้ชายที่ดีที่สุดไปแล้ว และจุ๊บมั่นใจว่า “จุ๊บไม่เคยรักใครเท่าพี่โจ้ และจะไม่มีใครแทนที่พี่โจ้ได้”

รูปถ่ายคู่ของจุ๊บและพี่โจ้ ทุกวันนี้จุ๊บก็ยังคงวางไว้ที่หัวเตียงเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง
โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    13.0%
  • ไม่ชอบ
    2.3%
  • สนุก
    1.5%
  • ประหลาดใจ
    2.6%
  • เสียใจ
    1.3%
  • ให้กำลังใจ
    79.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement