ฟันธง ‘ไฟในน้ำ’ ที่พะเยา เกิดจากแก๊สมีเทน ผุดขึ้นมาจากชั้นดิน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ฟันธง ‘ไฟในน้ำ’ ที่พะเยา เกิดจากแก๊สมีเทน ผุดขึ้นมาจากชั้นดิน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.พ. 2559 17:46
2,224 ครั้ง


สรุปแล้ว เปลวไฟในฝาย ลำน้ำควร อ.ปง จ.พะเยา เกิดจากแก๊สมีเทนที่อยู่ใต้ดินข้างล่าง เมื่อมีคนใช้ไม้ไปกระทุ้ง แก๊สจึงพุ่งขึ้นมาและติดไฟจากประกายไฟที่คนจุดขึ้น นักธรณีวิทยา ชี้พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำที่มีการสะสมของซากพืช...   

วันที่ 17 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้า ได้มีประชาชนในพื้นที่ หมู่ 5 ต.นาอ้อม อ.ปง จ.พะเยา กว่า 100 คน และเจ้าหน้าที่ของ อบต.ขุนควร อ.ปง พร้อมทั้งผู้นำท้องถิ่น ได้เข้ามารอฟังผลการตรวจสอบฟองอากาศที่ผุดจากแม่น้ำควร ด้านหน้าฝายวังจัน หมู่ 5 ต.ขุนควร ตามที่ปรากฏในคลิปวีดิโอมีคนจุดไฟในฝายจนลุกพึ่บขึ้นมา

จนกระทั่งเวลา 12.00 น. นายเด่นโชค มั่นใจ ผู้อำนวยการส่วนธรณีวิทยา สำนักงานทรัพยากรธรณีวิทยาเขต 1 ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางมาถึงพื้นที่ และได้นำเครื่องมือทำการเจาะดินจากใต้น้ำควรขึ้นมาตรวจพิสูจน์จำนวน 3 จุด คือ ริมและกลางแม่น้ำ ห่างจากจุดเกิดฟองอากาศประมาณ 20 เมตร และจุดที่เกิดฟองอากาศ

นายเด่นโชค เผยถึงผลการตรวจสอบว่า เบื้องต้นที่ตนและทีมงานได้ทำการเจาะตัวอย่างดินจากใต้น้ำควรที่ความลึกประมาณ 1-1.50 เมตร ขึ้นมาตรวจสอบหาสาเหตุของฟองอากาศ พบว่าลักษณะดังกล่าวคือ การผุดขึ้นมาของแก๊สมีเทน ซึ่งเกิดจากซากพืชที่เน่าเปื่อยหรือฮิวมัสอยู่ในชั้นทรายหนาประมาณ 30 ซม. มีดินเหนียวปิดทับอยู่ชั้นบน โดยปกติแก๊สดังกล่าวจะผุดหรือลอยขึ้นเมื่อมีการเปิดช่องหรือรูให้แก๊สผุดขึ้นมา ซึ่งเมื่อมีการนำไม้ไปแทงลงชั้นดินใต้น้ำแห่งนี้จนลึกถึงชั้นทราย จึงทำให้มีแก๊สมีเทนผุดขึ้นมาด้านบน

"แก๊สมีเทนโดยทั่วไป ตัวมันเองไม่ติดไฟ แต่หากมีการจุดประกายไฟใกล้ๆ จะทำให้แก๊สมีเทนติดไฟได้ทันที ซึ่งแก๊สมีเทนจะมีกลิ่นเหม็น ฉุนไหม้มาก ในลำน้ำควรแห่งนี้เป็นสถานที่โล่ง จึงทำให้กลิ่นเจือจาง แก๊สชนิดนี้พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำที่มีการสะสมของซากพืช"

ผอ.ส่วนธรณีวิทยาฯ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจสภาพพื้นที่ของจุดที่เกิดแก๊สมีเทน คาดว่ามีแก๊สอยู่ประมาณ 1,200 ลบ.ม. เป็นแก๊สชนิดเดียวกับที่ได้มาจากมูลสัตว์ แต่คงนำไปใช้ประโยชน์เหมือนแก๊สที่ใช้ในครัวเรือนไม่ได้ เพราะมีไม่มากพอ ซึ่งจากผลการสำรวจครั้งนี้ ตนได้ให้ความรู้ด้านข้อมูลวิชาการแก่ประชาชนที่มารอฟังผลและข้อเสนอแก่ผู้นำ คือ 1. ให้ทำเป็นแนวเตือนภัยพื้นที่อันตราย ป้องกันผู้ที่มีความอยากรู้ไม่ให้มาทำการทดลอง 2. ทำเป็นศูนย์การศึกษาข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ได้ศึกษา

ขณะที่ นายเจตนิภัท สีตะวัน ผู้ใหญ่บ้านนาอ้อม หมู่ 5 ต.ขุนควร อ.ปง กล่าวว่า เรื่องการเฝ้าเตือนภัยให้มีการระมัดระวังในพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้น ตนได้ประกาศเตือนผ่านเสียงตามสายในหมู่บ้าน และทำป้ายติดแจ้งเตือนพื้นที่อันตราย พร้อมกับกั้นทำแนวเขตไว้แล้ว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    90.9%
  • ไม่ชอบ
    9.1%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement