จ.ส.อ.เขียนจม.ฟ้องคสช. ผมถูกโกง! ก่อนแต่งตัวหล่อ ไปผูกคอตาย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

จ.ส.อ.เขียนจม.ฟ้องคสช. ผมถูกโกง! ก่อนแต่งตัวหล่อ ไปผูกคอตาย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.พ. 2559 13:18
79,408 ครั้ง


จ.ส.อ.นอกราชการเออร์ลี่ออกมาแต่ยังสมัครเป็น อสม.ทำงานขันแข็ง ถึงขั้นเอาทุนส่วนตัวลงไปก่อน แต่ไม่ได้เงินคืนต้องฟ้องร้อง เครียดจัด สุดท้ายเขียน จม.ถึงคสช.บอกถูกโกงแล้วไปผูกคอตาย เมียหาทั่วหมู่บ้านไม่พบ จนเช้าเข้าห้องน้ำเจอศพแทบช็อก...

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 17 ก.พ.58 พ.ต.ท.สุริยา แสงอ่อนตา พงส.ผนพ. สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งมีคนผูกคอตาย อยู่ในห้องน้ำบ้านหลังหนึ่งริมถนนบ้านท่านคร ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จึงพร้อมด้วยตำรวจชุดสอบสวน และหน่วยกู้ภัยอโสก รุดไปตรวจสอบ

พบบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว ผู้ตายคือ จ.ส.อ.ชาญชัย สกุลรักษ์ อายุ 54 ปี เจ้าของบ้าน ใช้เชือกไนลอนสีเขียว ชนิดแบนผูกคอตัวอง แขวนกับขื่อหลังคาห้องน้ำ มีเก้าอี้พลาสติก สีขาวอยู่ห่างจากปลายเท้า 30 ซม. ผู้ตายแต่งกายสุภาพ สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพื้นสีขาวลายจุด สวมกางเกงขายาวเสียกรมท่า และพบจดหมายลาตายเขียนด้วยปากกาหมึกแห้งสีน้ำเงิน ซึ่งนางอภัสสร สกุลรักษ์ อายุ 49 ปี ภรรยาของผู้ตาย ยืนยันว่าเป็นลายมือจริงของสามี

ทั้งนี้ ในจดหมาย 3 แผ่น มีความว่า "09.00 น.– ขอโทษทุกคนที่สร้างความลำบากให้ ขอขอบคุณในความดีของภรรยา …ก็โกงไม่ยอมจ่ายเงิน ทำให้เป็นหนี้สินมากมาย โกงทั้งประเทศ ขอโทษลูกทั้ง 2 คน (สู้ต่อไป) ลงนาม จ.ส.อ.ชาญชัย สกุลรักษ์"

นอกจากนี้ ในท้ายกระดาษจดหมายแผ่นแรก มีข้อความต่ออีกว่า "เรียน คสช. รัฐบาลประเทศไทย ให้ความเป็นธรรมด้วย คอร์รัปชัน มีอีกมาก (โดยเฉพาะ …) จดหมายแผ่นที่ 2 ใจความว่า "การจากไปในครั้งนี้ กระผม กราบขอโทษและขออภัย คุณยายอ้ม พิมพ์ดี เป็นอย่างสูง กราบขออภัย คุณพ่ออำนวย อายุวัฒน์ คุณแม่ยุ่น อายุวัฒน์ กระผมไม่สามารถทำงานต่อได้แล้ว ขอโทษ กองสาธารณสุข เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ไม่สามารถเสนอผลงานให้อีกแล้ว เพราะกลุ่ม...โกงผม ? ถามให้ด้วย ใครทำ ? ลงชื่อ จ.ส.อ.ชาญชัย สกุลรักษ์"

จดหมายแผ่นที่ 3 ความว่า "หากผมได้เงินคืนจาก…แล้ว หัวหน้าโครงการฯใช้หนี้ ให้ผมด้วย สุดท้ายผมก็เป็นอย่างนี้ กราบขอโทษ" พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์ให้ติอต่อธนาคาร เจ้าหน้าที่ศาล และทนายความ ซึ่งทาง พ.ต.ท.สุริยา แสงอ่อนตา พนักงานสอบสวน ได้เก็บทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นางอภัสสร สกุลรักษ์ ภรรยาของผู้ตาย ให้การว่า ก่อนหน้านี้สามี ทำงานอยู่ รพ.ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กองพลทหารราบที่ 6 อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด มียศ จ.ส.อ.ต่อมาได้ทำเรื่องเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่ รีไทร์ ออกมาเมื่อ 8 ปีที่แล้ว โดยรับเงินบำนาญ แต่ด้วยนิสัยเป็นคนชอบทำงาน และมีจิตอาสาของสามี จึงเข้าเป็นสมาชิก อสม.ชุมชนท่านคร ของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เป็นหัวหน้าเสนอโครงการเพื่อสุขภาพของเพื่อนบ้าน กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เคยได้ยินสามีบ่นให้ฟังว่า ทำโครงการแล้ว ใช้เงินส่วนตัวลงไปดำเนินโครงการ เพื่อให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นผลงาน แต่เบิกเงินคืนไม่ได้ จนมีการฟ้องร้องกันในชั้นศาล แต่ตนไม่ทราบว่า ฟ้องเป็นคดีอะไร และไม่ทราบว่าที่ศาลไหน แต่เห็นสามีเดินทางไปกรุงเทพฯบ่อยครั้ง

นางอภัสสร กล่าวอีกว่า สามีซึ่งเลิกดื่มเหล้าหลายปีแล้ว ได้กลับมาดื่มเหล้าอีก เนื่องจากความเครียด ต่อมาเมื่อตอนเช้าวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมานี้เอง เห็นสามีแต่งกายเรียบร้อยออกจากบ้านตั้งแต่เช้า คิดใจว่าคงจะไปติดต่องานตามปกติ ส่วนตนเดินทางไป อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เพื่อร่วมงานศพญาติ จนกระทั่งเวลา 20.00 น. วันเดียวกัน จึงกลับถึงบ้าน ไม่พบสามีจึงบอกเพื่อนบ้านออกตามหาในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และที่ที่เคยไป แต่ไม่พบ จากนั้นตนจึงเข้านอนโดยที่ยังไม่ได้เข้าไปดูในห้องน้ำ กระทั่งรุ่งเช้า ตนจะเข้าห้องน้ำ เมื่อเปิดประตูห้องน้ำ ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าสามีผูกคอตายอยู่ในห้องน้ำบ้านนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านางอภัสสร จะบอกกับ พ.ต.ท.สุริยา แสงอ่อนตา พนักงานสอบสวนว่า ไม่ติดใจในสาเหตุการตายของสามีแต่อย่างใด แต่ทางตำรวจได้ส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.ร้อยเอ็ดตามขั้นต้น ก่อนดำเนินการในทางคดีต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    10.4%
  • ไม่ชอบ
    5.7%
  • สนุก
    1.3%
  • ประหลาดใจ
    4.8%
  • เสียใจ
    63.0%
  • ให้กำลังใจ
    14.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement