ดัน พ.ร.บ.เบิกจ่ายงบ-ลดคอร์รัปชัน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ดัน พ.ร.บ.เบิกจ่ายงบ-ลดคอร์รัปชัน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ก.พ. 2559 05:05
192 ครั้ง


นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดสัมมนาสรุปร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ... ร่วมกับนายมาร์ติน ฮาร์ท แฮนเซ่น รองผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สำนักงานประเทศไทยว่า กรมบัญชีกลางและ UNDP ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาภายใต้องค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมกันกำหนดนโยบาย กฎระเบียบที่จำเป็น และมาตรการในการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันอย่างมีประสิทธิภาพ โดย UNDP สนับสนุนด้านความรู้ ความชำนาญ และแนวทางปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมาตรฐานสากล

และเพื่อให้รูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างของไทยเป็นไปตามแนวทางที่เป็นมาตรฐานสากล กรมบัญชีกลางได้กำหนดเป้าหมาย พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไว้ดังนี้คือ 1.ปรับปรุงกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เป็นสากลและสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติระดับนานาชาติ 2.พัฒนากรมบัญชีกลางในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักที่กำกับด้านการจัดซื้อจัดจ้างให้มีศักยภาพและรองรับ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต 3.ยกระดับวิชาชีพและยุทธศาสตร์การสร้างวิชาชีพ ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะนำมาใช้แทนระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน “กรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส ทันสมัยและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ครั้งแรกเมื่อ มี.ค.58 จนถึง ธ.ค.58 ทั้งหมด 2 วิธีคือ 1.การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ที่มีมูลค่าเกิน 2 ล้านบาท ประหยัดเงินงบฯได้ 9.95% หรือ 31,000 ล้านบาท จากงบฯทั้งหมด 311,631 ล้านบาท 2.การประมูลด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-market) ประหยัดงบฯซื้อกระดาษ แฟ้มเอกสารและตลับผงได้ 48 ล้านบาทหรือ 17.68% จากงบฯ 276 ล้านบาท

นายมนัสกล่าวว่า กรมบัญชีกลางหวังว่า พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจะเป็นกฎหมายสำคัญที่ช่วยลดการทุจริตให้แก่ภาคราชการได้ เนื่องจากเป็นการยกระดับจากระเบียบสำนักนายกฯ เป็นกฎหมายชั้น พ.ร.บ. โดยใช้กรอบแนวคิดกฎหมายต่างประเทศภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) มาเป็นต้นแบบ การยกร่าง พ.ร.บ. ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของ สนช. คาดว่าจะผ่านเดือน พ.ค.นี้ ทั้งนี้ กฎหมายใหม่จะมี บทลงโทษที่รุนแรง โดยเพิ่มโทษอาญาจำคุก 1 เดือน ถึง 10 ปี ปรับ 40,000 บาท ถึง 400,000 บาทด้วย จากเดิมมีเฉพาะโทษวินัยและความรับผิดทางแพ่ง.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement