วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทอท. แจง ไม่มีนโยบายขายทอดตลาด ของยึดจาก ผดส. ให้เอกชนเป็นคนจัดการ

ทอท. ยืนยัน ไม่มีนโยบายนำของเหลวที่ยึดจากผู้โดยสาร ขายทอดตลาด แจง ให้เอกชนเป็นคนจัดการนำไปทำลายอย่างถูกต้อง แนะนำผู้โดยสารพกของเหลวตามปริมาณที่กำหนด หากเกินให้โหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน ป้องกันการโดนยึด...

หลังจากช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปนำเรื่องราวของแม่ค้ารายหนึ่ง ที่โพสต์ขายครีมและของเหลวต่างๆ โดยอ้างว่า สินค้าที่ปรากฎในภาพเป็นของที่ยึดได้จากผู้โดยสาร แต่ละขวดอาจมีปริมาณเหลือไม่เท่ากัน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากในสังคมออนไลน์ (วิจารณ์หนัก! แม่ค้าโพสต์ขายเครื่องสำอางที่ยึดจากผู้โดยสารในสนามบิน

ล่าสุด นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ยืนยันว่า ทาง ทอท. มีนโยบายให้ทำลายของต้องห้ามที่ยึดได้จากผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ,ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ท่าอากาศยานภูเก็ต และ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยจะถูกนำไปทำลายตามกระบวนการจัดการขยะ

ทั้งนี้ ในส่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีจำนวนผู้โดยสารมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้มีการว่าจ้างกลุ่มเอสพีเอส คอนซอร์เตียม เป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการและจัดเก็บขยะตามอาคารต่าง ๆ ภายในสนามบินมาคัดแยกและทำลาย

นายนิตินัย กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานจำกัดสิ่งของที่ถูกยึดจากผู้โดยสาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็น น้ำหอม เจล สเปรย์ ยาสีฟัน สุรา ฯลฯ นั้น ภายหลังจากที่เก็บรวบรวมมาจากจุดตรวจค้น ทางสนามบินสุวรรณภูมิ จะตรวจสอบหาวัตถุที่อาจมีสารประกอบของระเบิด ซึ่งหากพบจะนำไปทำลายตามกรรมวิธีที่ถูกต้อง และในส่วนที่ไม่พบว่ามีสารประกอบที่อันตราย บริษัทผู้รับจ้างจะรวบรวมไปที่สถานีคัดแยกขยะ เพื่อทำการคัดแยกขยะก่อน โดยแบ่งขยะออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. ขยะรีไซเคิล ประเภทขวดพลาสติก ขวดแก้ว ขวดโลหะ ฯลฯ บริษัทผู้ดำเนินการจะคัดแยกและนำไปจำหน่ายให้แก่โรงงานหรือผู้ที่ต้องการนำขยะดังกล่าวไปแปรสภาพให้เป็นวัสดุใหม่ 

2. ขยะประเภทของเหลว เจล สเปรย์ ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ บริษัทฯ จะดำเนินการทำลายทิ้งด้วยวิธีการตัดบรรจุภัณฑ์ หรือ เททิ้ง ซึ่งของที่ถูกยึดมาได้จากผู้โดยสารส่วนใหญ่จะถูกทำลายในลักษณะนี้

3. ขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ บริษัทฯ จะนำออกไปกำจัดภายนอกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อไป

​นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทอท.ได้มีการดำเนินงานที่เข้มงวดในการตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสาร ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดการนำของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุและสารอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันขึ้นบนอากาศยานตามกฎขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ถูกยึดสิ่งของ ทอท.จึงใคร่ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการนี้อย่างเคร่งครัด โดยหากผู้โดยสารต้องการนำของเหลว อาทิ เจล สเปรย์ ครีม น้ำหอม สบู่เหลว ยาสีฟัน ฯลฯ พกติดตัวขึ้นเครื่องบิน ของเหลว ดังกล่าวจะต้องอยู่ในภาชนะที่มีความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตรเท่านั้น และต้องใส่ในถุงพลาสติกใสที่สามารถเปิด-ปิดได้ โดยใน 1 ถุง จะต้องบรรจุของเหลวได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ซึ่งแต่ละคนสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้เพียงคนละ 1 ถุงเท่านั้น หากผู้โดยสารมีของเหลวที่เกินปริมาณนี้ ขอให้นำบรรจุไว้ในกระเป๋าสัมภาระที่จะบรรทุกไปใต้ท้องเครื่องบินแทน

ขอบคุณภาพ : นายเอนก ธีระวิวัฒน์ชัย รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงานช่วงเช้า (16 ก.พ.) ที่ผ่านมา