ปส.จับยาบ้าลอตใหญ่ 1.9 ล้านเม็ด-ไอซ์ มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ปส.จับยาบ้าลอตใหญ่ 1.9 ล้านเม็ด-ไอซ์ มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 19:54
11,327 ครั้ง


ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ ได้ผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมยาบ้าลอตใหญ่เกือบ 2 ล้านเม็ด สารภาพเตรียมลำเลียงส่งลูกค้าที่พระนครศรีอยุธยา ได้รับค่าจ้าง 2 ล้านบาท พบเป็นยาบ้าลอตใหม่ มีการแต่งกลิ่น และผสมสารให้มีฤทธิ์รุนแรงมากขึ้น

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ก.พ. 59 ที่สโมสรตำรวจ อาคารกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ปป.ปส. พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร พล.ต.ต.ชินภัทร สารสิน พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ ผบก.ปส.4 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ขันธวิจารณ์ ผบก.ขส.บช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. พ.ต.อ.วรวิทย์ ไวถนอมสัตว์ รอง ผบก.ปส.1 (หน.สนง.ผบช.ปส.) พ.ต.อ.ชัยโรจน์ ชัยยะ รอง ผบก. (ทำหน้าที่โฆษก บช.ปส.) แถลงจับกุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย หลบหนี 1 ราย

ได้แก่ นายสมชาติ อัครรุ่งโรจน์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/20 ม.14 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก นาย รุ่งโรจน์ แซ่เฮ่อ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 ม.7 ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ส่วนผู้หลบหนีทราบชื่อ นายนิคม แซ่เห้อ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 ม.07 ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 19 ถุง ถุงละ 50 มัด รวมทั้งหมด 950 มัด ประมาณ 1,900,000 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 10 ถุงละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 10 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ 4 ประตู สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน 3 กอ 1102 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีดำ ทะเบียน 1 ฒน 9432 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง จับกุมได้ที่บริเวณริมถนนคู่ขนานสายเอเชีย ตรงข้ามลานจอดรถตลาดกลางเพื่อการเกษตร ต.หันตรา อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบมาว่ามีกลุ่มคนชนเผ่าม้ง อ.พบพระ จ.ตาก ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากเขตพื้นที่ ต.ท่าข้าวเปลือง อ.แม่จัน จ.เชียงราย ไปยังกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง โดยใช้รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน 3 กอ 1102 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีดำ ทะเบียน 1 ฒน 9432 กรุงเทพมหานคร โดยจะใช้เส้นทางจาก จ.เชียงราย ผ่าน อ.เทิง อ.ป่าแดด จ.พะเยา จ.ลำปาง จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง สิ้นสุด จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้ติดตามจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบขนยาเสพติดดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้กระจายกำลังตามจุดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มเป้าหมายจะใช้เป็นเส้นทางขนย้าย จนกระทั่งเวลา 16.30 น. วันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบกลุ่มเป้าหมายบริเวณริมถนนคู่ขนานสายเอเชีย ตรงข้ามลานจอดรถตลาดกลางเพื่อการเกษตร ต.หันตรา อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นรถกระบะทั้ง 2 คัน แต่รถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ที่มีนายนิคม เป็นผู้ขับขี่ ได้ขับรถหลบหนีไปตามถนนสายเอเชียขาเข้ามุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร ก่อนกลับรถใช้เส้นทางสายเอเชียขาขึ้น มุ่งหน้า จ.พระนครศรีอยุธยา และหลุดจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุดได้เข้าตรวจค้นรถกระบะอีซูซุ พบของกลางยาเสพติดจำนวน 19 ถุง ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ โดยมีนายสมชาติ เป็นผู้ขับขี่รถ และนายรุ่งโรจน์ เป็นผู้รับงานขนลำเลียงยาเสพติด จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน

ต่อมาเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสะกดรอยตามนายนิคม ได้พบรถกระบะที่นายนิคม ใช้หลบหนีมาจอดทิ้งไว้บนิเวณริมถนนสายอยุธยา-สุพรรณบุรี ห่างจากโรงแรมเฮือนสุนทรี รีสอร์ท ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ไม่พบตัวนายนิคมแต่อย่างใด ซึ่งทีมนี้เป็นทีมมืออาชีพเคยขนลำเลียงยาเสพติดเข้าไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาผ่านทางตำรวจภูธรภาค 4 แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสกัดกั้นพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะทางเส้นทาง จ.เลย ทำให้กลุ่มเครือข่ายนี้ไม่กล้าที่จะลำเลียงยาเสพติดผ่านทางนั้น แต่ได้เปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงมาทางพื้นที่ภาคกลางแทน และเป็นกลุ่มของมูเซอร์ที่เคยลำเลียงยาเสพติดเข้ามาครั้งละ 2-3 ล้านเม็ดมาก่อน ยาลอตนี้ถ้าไม่ถูกสกัดจับกุมเสียก่อน ก็จะหลุดเข้ามาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งในรอบ 3-4 ปีนี้ จะสังเกตได้ว่าเมื่อมีการจับกุมยาบ้า ก็มักจะพบไอซ์ควบคู่ด้วยเกือบทุกครั้ง ยาเสพติดลอตนี้หากหลุดรอดการจับกุม จะกระจายมาให้พื้นที่ชุมชนในเขตกรุงเทพมหานครถือว่าอันตรายมาก ซึ่งมีมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า สังเกตจากตราประทับ 999 ที่ห่อหุ่มยาบ้าแล้วแสดงว่ายาลอตนี้ใหม่ หากเจ้าหน้าที่ไม่จับกุมในครั้งนี้ ยาลอตดังกล่าวจะถูกส่งกระจายไปในชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นอันตรายและยากที่จะติดตามยาเสพติดลอตนี้ออกมาได้ นอกจากนี้ยังพบว่าถุงที่ใช้ในการบรรจุยาบ้าที่มีลักษณะเป็นถุงสีดำรูปแอปเปิล โดยก่อนนี้ได้ส่งยาบ้าเข้าห้องแล็ปเพื่อตรวจวิเคราะห์สาร ทำให้ทราบว่ามีการเพิ่มตัวยาชนิดเมทแอมเฟตามีนเข้าไป และมีการเพิ่มกลิ่น มีราคาสูงกว่าเดิมเม็ดละ 10-20 บาท ซึ่งจะทำให้ผู้เสพติดยาเสพติดได้ง่ายขึ้น

ด้าน พล.ต.ท.เรวัช เปิดเผยด้วยว่า ฝากไปถึงโรงงานในเขตปริมณฑลที่เป็นโรงงานรับผลิตถุงสีดำรูปแอปเปิล ให้ระมัดระวัง เพราะเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดอยู่ ครั้งนี้ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ทำมา 2 ครั้ง โดยครั้งนี้ได้รับค่าจ้าง 2 ล้านบาท แต่ละครั้งหากมีรถยนต์ส่วนตัวจะได้รับเงิน 200,000 บาท หากไม่มีรถยนต์ก็จะได้รับเงิน 300,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จับส่งไปอยู่ในเรือนจำกว่า 400 คน แล้วจากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้จะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
           

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    18.6%
  • ไม่ชอบ
    35.3%
  • สนุก
    2.0%
  • ประหลาดใจ
    41.2%
  • เสียใจ
    2.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement