สปท. ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

สปท. ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ

สปท.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ห่วงคณะกรรมการยุทธศาสตร์อำนาจล้น เสนอให้วุฒิสภาลงโทษ ครม.ได้ "กษิต" ซัด เลิกหลอกตัวเอง ไม่ใช่ คปป.ซ่อนรูป

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 59 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยมี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีวาระพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องการจัดทำ การกำหนด และการขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ และร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

โดย พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธาน กมธ. ชี้แจงว่า กฎหมายที่เสนอเข้าสภาฯ วันนี้เป็นเพียงกลไก ไม่ใช่สารัตถะของยุทธศาสตร์ชาติ เพราะยังต้องการความเห็นของสมาชิก สปท. เพื่อนำไปปรับแก้ ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่วางไว้สามารถแก้ได้ เพราะเป็นแผนการพัฒนาเพื่อให้รัฐบาลทุกสมัยรับช่วงต่อ ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจำนวน 25 คนนั้น ไม่ได้ตั้งขึ้นมาลอยๆ ประกอบไปด้วย นายกรัฐมนตรี ประธาน สนช. ประธาน สปท. และบุคคลที่ สนช. สรรหาและคัดเลือกให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 22 คน มีหน้าที่จัดทำยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก เพื่อเสนอต่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบและใช้บังคับ และมีคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 29 คน รวมทั้งดำเนินการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติภายใน 90 วัน นับแต่ร่าง พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ส่วนวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี แต่ก็ไม่ได้ดำรงอยู่ตลอดไป เพราะเมื่ออยู่ครบ 4 ปีต้องจับสลากออกกึ่งหนึ่งเพื่อไปสรรหาใหม่จาก 7 กลุ่ม อาทิ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ กลุ่มภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคประชาชน ซึ่งไม่ใช่มีแต่เจ้าหน้าที่ทหารอย่างที่เข้าใจกัน

จากนั้นได้มีการเปิดให้สมาชิก สปท. อภิปรายแสดงความเห็น โดย นายคำนูณ สิทธิสมาน สปท. กล่าวว่า ตนเห็นด้วยในหลักการ ซึ่งในฐานะที่ตนเคยเป็นอดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยืนยันได้ว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่อำนาจอธิปไตยใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงหน่วยงานของรัฐหน่วยงานหนึ่ง เพราะไม่ได้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีต้องผ่านสภาฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนด้วย ยืนยันว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้แฝงอำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดอง (คปป.)

ขณะที่ นายนิกร จำนง สปท. กล่าวว่า เห็นด้วย ยุทธศาสตร์ควรจะต้องมี แต่กรอบนั้นต้องไม่เป็นสิ่งที่กดดันการทำงานของรัฐบาล แต่จะต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน ส่วนอำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์มีอำนาจมหาศาล เช่นการเสนอให้วุฒิสภาลงโทษ ครม. หรือบุคคลหากไม่ปฏิบัติตามได้ ซึ่งคิดว่าส่วนนี้ทาง กมธ.ควรจะมีการปรับปรุงอยู่บ้าง

ด้าน นายกษิต ภิรมย์ สปท. กล่าวว่า เมื่อพิจารณาแผนยุทธศาสตร์ชาติแล้ว พบว่า อำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีอำนาจเหนือกว่าฝ่ายบริหาร ที่จะมาจากการเลือกตั้ง ดังนั้น การบอกว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่ คปป. ซ่อนรูปนั้น เป็นการหลอกตัวเองหรือเปล่า อีกทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติไม่มีอะไรที่เป็นส่วนร่วมของประชาชนเลย หากแต่เป็นการเสริมอาณาจักรของข้าราชการเท่านั้น ในเมื่อ ครม. จะทำแผนยุทธศาสตร์ชาติอยู่แล้ว ตนไม่เห็นว่าการออก พ.ร.บ. นี้จะเป็นหน้าที่ใดๆ ของ สปท. หรือของ กมธ. และตนขอบอกว่าเราควรเอาเรื่องนี้ออกไปจากสภา ในขณะเดียวกันขอเตือนสติเพื่อนสมาชิกว่าเรามาเพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นของประชาชน ไม่ใช่เสแสร้งว่าปฏิรูป แล้วเสริมอำนาจของข้าราชการ กระจุกอยู่ในส่วนกลาง หรือแค่ใน กทม.เท่านั้น และเราไม่ได้มาเพื่อปรับปรุงให้ขยายอาณาจักรของข้าราชการ

จากนั้นที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบต่อรายงาน และร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ ด้วยคะแนน 164 ต่อ 6 งดออกเสียง 4 โดย กมธ. จะนำข้อคิดเห็นของสมาชิกไปปรับปรุงก่อนส่งให้ประธาน สปท. และ ครม.เพื่อดำเนินการต่อไป.


advertisement