'ดร.ดัง' ผ่าตัดเฟซออฟ ไม่ใช่แพทย์ สมาคมศัลยกรรมยัน! พร้อมแจ้งความเอาผิด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'ดร.ดัง' ผ่าตัดเฟซออฟ ไม่ใช่แพทย์ สมาคมศัลยกรรมยัน! พร้อมแจ้งความเอาผิด

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 17:10
20,765 ครั้ง


นายกสมาคมศัลยกรรมฯ ตั้งโต๊ะแถลง ยัน 'ดร.เซปิง' ไม่ใช่แพทย์ พร้อมแจ้งความดำเนินคดี ฐานโฆษณาด้วยข้อความเท็จผ่านโซเชียล อ้างสรรพคุณด้วยคำว่า Face Off เพื่อหวังผลทางธุรกิจ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์เสียหาย

จากกรณีที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าว “แอ๊ด” สุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องรุ่นใหญ่ชื่อดังเตรียมขึ้นเขียงศัลยกรรมใบหน้ากับโครงการ “Face Off ผ่าแหลก ศัลยกรรม 10 อย่างบนหน้ากระชากความแก่จาก 60 ให้เหลือ 35 Dr.Xeping” จนเป็นที่ฮือฮาในสังคม และสร้างความคาดหวังให้ประชาชนเรื่องวิวัฒนาการศัลยกรรมของแพทย์ไทยเป็นอย่างมาก

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 ก.พ. ที่สำนักงานใหญ่สมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย (ส.บ.ท.) ถนนท่าดินแดง แขวงและเขตคลองสาน นพ.ชลธิศ ลินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย พร้อม นพ.ธนวรรฒน์ โชติมา นายกสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย และ นายบัญชา บุญพยุง ทนายความสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว โดยออกมายืนยันว่า ดร.เซปิง ที่เป็นผู้สร้างกระแสข่าวโครงการ “Face Off ผ่าแหลก ศัลยกรรม 10 อย่างบนหน้ากระชากความแก่จาก 60 ให้เหลือ 35 Dr.Xeping” นั้น ไม่ใช่แพทย์ นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งความดำเนินคดีกับ ดร.เซปิง ที่มีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จไปโฆษณาตามโซเชียล เป็นเหตุให้บุคลากรทางการแพทย์ศัลยกรรมไทยได้รับความเสียหาย

นพ.ชลธิศ เผยว่า การเผยแพร่กระแสข่าวศัลยกรรมใบหน้าโดยใช้คำว่า Face Off นั้นไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการทางการแพทย์ศัลยกรรม ไม่มีภาษาแบบนี้ ที่มีการอวดอ้างสรรพคุณด้วยคำว่า Face Off เป็นการใช้ภาษาภาพยนตร์เพื่อผลทางธุรกิจ ยิ่งโอ้อวดว่าสามารถทำให้คนอายุ 60 ปี มีใบหน้าหนุ่มลงมา 30 ปี โดยที่ความหนุ่มจะอยู่ทนทานทำให้ประชาชนเกิดความคาดหวังในวิวัฒนาการทางการแพทย์ไว้สูง ซึ่งตั้งแต่มีข่าวนี้ออกมา ยังไม่พบว่ามีแพทย์ศัลยกรรมตัวจริงคนใดออกมาพูด หรือแถลงข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ดังนั้นคำว่า Face Off จึงออกมาจากบุคคลนอกวงการ ที่หวังเข้ามาทำธุรกิจศัลยกรรม และแพทย์ตัวจริงเสียงจริงก็ไม่สามารถโอ้อวดแบบนี้ได้ ล่าสุด มีข่าวออกมาแล้วว่า นักร้องชื่อดังคนนั้นแค่ดึงหน้าและปลูกผมเท่านั้น นั่นคือการศัลยกรรมธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่การเปลี่ยนใบหน้าตามที่มีการอวดอ้างสรรพคุณ

นพ.ชลทิศ กล่าวด้วยว่า ในฐานะนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย จึงขอเรียกร้องให้บุคคลที่ออกมาสร้างกระแสดังกล่าวจงหยุดการกระทำ เนื่องจากประชาชนเกิดความคาดหวังไว้สูงจนทำให้สับสน หลังแพร่ข่าวออกไปมีผู้โทรศัพท์ติดต่อมาสอบถามกับทางสมาคมจำนวนมาก จึงได้ตรวจสอบประวัติจากทางแพทย์สภา ปรากฏว่า ดร.หญิงคนนี้ ก็ไม่ใช่แพทย์แต่อย่างใด และแพทยสภาก็ไม่สามารถเรียก ดร.คนนี้มาสอบสวนได้ เนื่องจากเจ้าตัวไม่ใช่แพทย์ ตนจึงปรึกษา กับนายกสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย และทนายความเพื่อหาทางหยุดยั้งการกระทำของผู้แอบอ้างคนนี้ กระทั่งเมื่อวันที่ 15 ก.พ.เวลา 18.00 น.จึงเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา ให้ดำเนินการกับ ดร.เซปิง ในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้าน นพ.ธนวรรฒน์ กล่าวว่า มนุษย์เราพอแก่ตัวก็เกิดผิวหนังห้อย ย้อย และคล้อย แต่สามารถทำศัลยกรรมดึงขึ้นมาได้ ซึ่งไม่ใช่การ Face Off ไม่ว่าจะเป็นการดึงคิ้ว จมูก หางตา คาง ก็เก็บได้เสริมได้หลายกรรมวิธี อาทิ เลเซอร์ และโบท็อกซ์ แต่กระบวนการทั้งหมดใช้คำว่า Face Off ไม่ได้ ยิ่ง ดร.หญิงคนดังกล่าวใช้ชื่อโครงการ Face Off ไทยแลนด์ยิ่งไปกันใหญ่ และที่เกิดความเสียหายไปมากกว่านั้นมีการอ้างตัวเป็นแพทย์มือ 1 คนทั่วไปรู้จัก ตนอยากเรียนว่าอยู่วงการนี้มาเกือบ 40 ปี ไม่เคยรู้จักคนคนนี้แต่อย่างใด เข้าใจว่าธุรกิจศัลยกรรมตอนนี้กำลังรุ่งโรจน์ติด 1 ใน 5 ของธุรกิจดาวรุ่งในปัจจุบัน จึงมีผู้พยายามเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้หลายรูปแบบ แต่การใช้วิธีชี้นำสังคมด้วยการอวดอ้างเกินจริงนั้นไม่ถูกต้อง ในขณะที่นักร้องชื่อดังเองก็เช่นกันแทนที่จะไปปรึกษาแพทย์ศัลยกรรมโดยตรงกลับพึ่งพาคนแบบนี้ ซึ่งมีทั้งการนำข้อมูลและผลงานของบุคคลอื่นไปโฆษณาการประชาสัมพันธ์ มีการตั้งตัวเป็นเสมือนแพทย์ศัลยกรรม เรื่องนี้จะต้องรีบดำเนินการเพื่อรักษาจรรยาบรรณแพทย์ให้คงความบริสุทธิ์และเพื่อลดความสับสนตลอดจนสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนอีกด้วย

ขณะที่ นายบัญชา กล่าวว่า หลังได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเกี่ยวกับการดำเนินคดีก็ตรวจพบข้อมูลที่เป็นหลักฐานสำคัญทั้งเรื่องการโอ้อวดสรรพคุณของ ดร.เซปิง โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นแพทย์ และยังมีการนำชื่อของนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทยไปแอบอ้าง รวมถึงมีการนำผลงานของนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทยไปโพสต์ลงในโซเชียลหลายชิ้น ซึ่งเรื่องนี้ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา เอาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ กำลังรอพนักงานสอบสวนเรียกเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติม

มีรายงานว่าเมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 15 ก.พ. นพ.ชลธิศ ลินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย พร้อมทนายความได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.จารึก ทองสีขาว พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ให้ดำเนินคดีกับ ดร.เซปิง ไชยสาส์น ในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความเอาไว้แล้วอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบหลักฐาน เพื่อเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำและดำเนินการตามกฎหมาย.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    68.1%
  • ไม่ชอบ
    5.5%
  • สนุก
    19.6%
  • ประหลาดใจ
    5.5%
  • เสียใจ
    0.6%
  • ให้กำลังใจ
    0.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement