“ไพบูลย์” ร้องผู้ตรวจการ จี้ มส. ทำตามพระลิขิต ปม ธัมมชโย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

“ไพบูลย์” ร้องผู้ตรวจการ จี้ มส. ทำตามพระลิขิต ปม ธัมมชโย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 16:20
1,023 ครั้ง


“ไพบูลย์” ร้องผู้ตรวจการฯ จี้ มส. ดำเนินตามพระลิขิตฯ ปมวินิจฉัยธัมมชโย อาบัติปาราชิกหรือไม่ อัดพระชุมนุมที่พุทธมณฑล ถือเป็นความเสื่อมสูงสุดของคณะสงฆ์ เชื่อ 5 ข้อเสนอ เป็นไปไม่ได้ เมื่อสมเด็จช่วงยังมีคดี แนะจี้ดีเอสไอสรุปคดีรถหรู

วันที่ 16 ก.พ. 59 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้วินิจฉัยการปฏิบัติหน้าที่ของมหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าดำเนินการตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช จนสิ้นสุดขั้นตอนตามกฎหมายหรือไม่ ในกรณีที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 8 ประกอบกับกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 พ.ศ.2538 มีพระลิขิตทรงวินิจฉัยว่า พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากการเป็นสมณเพศไปแล้ว แม้ว่ามหาเถรสมาคมจะไม่มีมติที่ระบุชัดเจนว่า พระธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิกหรือให้พ้นจากการเป็นสมณเพศ แต่การที่มีมติรับรองพระลิขิตดังกล่าว เท่ากับเป็นการรับรองว่า พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกพ้นจากสมณเพศ ซึ่งมีผลทางกฎหมายในทันที แต่จากการตรวจสอบพบว่า มหาเถรสมาคมยังไม่ดำเนินการให้พระธัมมชโยสละสมณเพศ

จากนั้น นายไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของพระสงฆ์และการยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล 5 ข้อ ว่าข้อเสนอดังกล่าวคงเป็นไปไม่ได้ หากจะให้คณะสงฆ์เป็นเอกเทศหรือรัฐอิสระเหมือนวาติกัน คงทำไม่ได้ ส่วนตัวเชื่อว่า การออกมาชุมนุม เป็นการปกป้องพระเถระบางรูป เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของพระที่เป็นแกนนำ การที่พระสงฆ์ออกมาชุมนุมจนถึงขั้นปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร เป็นความเสื่อมขั้นสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการปกครองคณะสงฆ์ที่ล้มเหลว และเป็นการกระทำที่ผิดพระธรรมวินัยและกฎหมาย รวมทั้งการที่มีข้อเสนอเร่งรัดให้มีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ก็เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง อาจเป็นการหมิ่นเหม่ ก้าวล่วงพระราชอำนาจ เนื่องจากพระที่ถูกเสนอชื่อยังถูกตรวจสอบในเรื่องคดีความ เช่น คดีรถหรู ว่าครอบครองอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วมีความผิด แม้กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจน แต่ตามประเพณีปฏิบัติก็คงไม่สามารถทำหน้าที่ได้ หากจะเร่งรัดเรื่องดังกล่าว ก็ควรไปเร่งรัดการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษให้สรุปผลโดยเร็วจะดีกว่า นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีที่จะนำไปสู่การปฏิรูปพระพุทธศาสนา และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพื่อให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.4%
  • ไม่ชอบ
    81.1%
  • สนุก
    1.1%
  • ประหลาดใจ
    4.2%
  • เสียใจ
    1.6%
  • ให้กำลังใจ
    3.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement