เตือนภัย..ไร่มันสำปะหลัง แล้งนี้..ระวังโรคพุ่มแจ้ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เตือนภัย..ไร่มันสำปะหลัง แล้งนี้..ระวังโรคพุ่มแจ้

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ก.พ. 2559 05:01
1,340 ครั้ง


พุ่มแจ้..แตกตาใบกลางลำต้น.

“บ้านเราไม่เคยมีการประกาศเตือนการระบาดของโรคนี้ เพราะพบการระบาดในพื้นที่เล็กๆเท่านั้น แต่ปีนี้ต้องเตือนเพราะพบการระบาดมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคตะวันออก และบางอำเภอของกำแพงเพชร นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ที่สำคัญเกษตรกรยังเข้าใจผิด คิดว่าใบมันสำปะหลังที่แห้งเหี่ยว หงิกงอ มีการแตกตาใหม่ตามลำต้น น่าจะเป็นผลมาจากภัยแล้ง จริงๆแล้วมันมาจากการติดเชื้อไฟโตพลาสมา การติดต่อของโรคนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต่างจากคนเป็นไข้เลือดออก”

ท่อนพันธุ์ติดเชื้อ.

ไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน ส่วนโรคพุ่มแจ้ ดร.จรรยา มณีโชติ หัวหน้าโครงการวิจัยการบริหารจัดการศัตรูพืชแบบบูรณาการในมันสำปะหลัง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บอกว่า ...มีเพลี้ยจักจั่นเป็นพาหะนำโรคมาสู่ต้นมันสำปะหลัง

เพลี้ยจักจั่น.

เพลี้ยจักจั่นดูดกินต้นมันสำปะหลังที่มีโรคจะพกพาเชื้อถ่ายทอดไปยังต้นอื่นที่มันกัดกินได้เรื่อยๆ ผลที่ตามมาเชื้อจะเข้าไปอาศัยและขยายพันธุ์อยู่ในท่อลำเลียงอาหารของต้นมันฯ ทำให้ท่ออาหารอุดตัน กลายเป็นสีน้ำตาลและดำ ไม่สามารถส่งอาหารไปยังใบได้ ยอดใบเลยแห้งเหี่ยวหงิกงอ เพื่อความอยู่รอดต้นมันฯเลยหาทางออกด้วยการแตกตาใบเล็กๆออกมาเป็นพุ่มตามลำต้น เลยได้ชื่อว่า...พุ่มแจ้

เมื่อใบแห้งเหี่ยวสังเคราะห์แสงไม่ได้ หัวมันฯจะไม่โต ผลผลิตลดลงจากที่เคยได้ไร่ละ 5 ตันจะเหลือแค่ 1 ตัน...และถ้าเชื้อลุกลามลงไปถึงหัวใต้ดิน จะขายไม่ได้ราคา โรงงานไม่เอา เพราะเปอร์เซ็นต์แป้งเหลือน้อย

“ช่วงนี้หลายพื้นที่กำลังจะลงปลูกใหม่ จึงขอเตือนเรื่องการนำท่อนพันธุ์มาใช้ปลูก ต้องมั่นใจว่าปลอดโรค ต้องไม่ใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคนี้ระบาด สังเกตได้จากท่อนพันธุ์มีการแตกตาด้านข้างเยอะมากแค่ไหน ปกติท่อนพันธุ์จะแตกตาเฉพาะที่ส่วนยอดข้างบนแค่ 2-3 ตาเท่านั้น ถ้ามีการแตกตามาก แตกตาถี่บริเวณกลางท่อนพันธุ์ให้สงสัยไว้ก่อน ติดเชื้อแน่ อย่านำมาปลูกเด็ดขาด”

วัชพืช สาบม่วง.

การเตรียมดิน ดร.จรรยาแนะนำให้กำจัด “ต้นสาบม่วง” วัชพืชที่พบมากที่สุดในไร่มันสำปะหลังให้หมด จะใช้วิธีถาง ไถกลบ หรือใช้สารเคมีกำจัดแล้วแต่ความสะดวก...เพราะต้นสาบม่วงเป็นบ้านที่เพลี้ยจักจั่นชอบมาอยู่อาศัย รอเวลาไปกัดกินแพร่เชื้อโรคพุ่มแจ้ให้ต้นมันฯ

ลงปลูกไปแล้ว ให้คอยสังเกตการแตกกิ่งของท่อนพันธุ์ กิ่งที่แตกออกมามีข้อสั้นผิดปกติ ใบเหลืองหรือเปล่า ถ้ามีให้ถอนออก นำไปเผาทิ้งหรือฝังกลบทำลาย

เชื้อลามลงไปถึงหัวมันฯ.

ปลูกไปแล้ว 4 เดือน ต้นมันฯมีการแตกกิ่ง ...กิ่งไหนมีการแตกตาพุ่มแจ้ให้หักทิ้ง แต่ให้หักใต้รอยแตกตาลงมา 30 ซม. เพื่อป้องไม่ให้เชื้อลามไปถึงหัวมันฯ และหมั่นเข้าแปลงตรวจอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนต้นอายุได้ 6-7 เดือน ถือว่าปลอดภัยไม่ต้องกังวลอีกแล้ว

แต่ถ้าต้องการเก็บต้นมันฯไว้เป็นท่อนพันธุ์ปลูกในฤดูถัดไป ต้องเดินตรวจหักกิ่งมีพุ่มแจ้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะขุดผลผลิตไปขาย.


ชาติชาย ศิริพัฒน์

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    23.5%
  • ไม่ชอบ
    5.9%
  • สนุก
    64.7%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    5.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement