ทายาทซีม่าโลชั่น “จรูญพันธ์ ชวะโนทัย” รักที่จะจัดหานวัตกรรมใหม่เพื่อชีวิตที่ดีให้ทุกคน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ทายาทซีม่าโลชั่น “จรูญพันธ์ ชวะโนทัย” รักที่จะจัดหานวัตกรรมใหม่เพื่อชีวิตที่ดีให้ทุกคน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ก.พ. 2559 05:01
470 ครั้ง


เป็นผู้บริหารหน้าเด็กที่มีฝีมือและวิสัยทัศน์น่าสนใจ “จรูญพันธ์ ชวะโนทัย” ทายาทรุ่นที่ 3 ของสามัคคีเภสัช บริษัทผลิตยาสามัญ ซึ่งเป็นที่โด่งดังในหมู่ชาวบ้านคือ ยารักษาโรคผิวหนัง “ซีม่าโลชั่น” ที่มีอายุยาวนานกว่า 60 ปี และเป็นอดีตนักวิจัยที่มีความสนใจนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งได้นำความรู้และความสามารถมาต่อยอดสร้างธุรกิจของตัวเอง

จรูญพันธ์ หรือ อาร์สค์ (ASK) นักธุรกิจวัย 28 ปี ได้แนะนำตัวว่าเป็นลูกชายคนโตของ กิตติธาดา-สุขวาดี ชวะโนทัย ซึ่งคุณพ่อเป็นลูกคนเล็กของคุณปู่ศุภอัฐ ชวะโนทัย ผู้ก่อตั้งบริษัท สามัคคีเภสัช จำกัด คุณพ่อและคุณลุง พี่ชายคนโต จบด้านเภสัช จึงมาช่วยงานคุณปู่ ตอนเด็กๆ คุณพ่อก็ปลูกฝังให้สนใจวงการยา ชี้ให้เห็นความสำคัญ เลยทำให้อยากเรียนสายวิทยาศาสตร์ พอจบมัธยมปลายจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ตนสนใจเรื่องสเต็มเซลล์เลยเลือกเรียนไบโอเทคโนโลยี คณะ Bioscience สาขา Biotechnology มหาวิทยาลัยมหิดล นานาชาติ ซึ่งพอจบมาก็ได้เป็นนักวิจัยของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ 2 ปี ก่อนที่จะกลายมาเป็นผู้บริหารในวงการสุขภาพความงาม

“ตอนเป็นนักวิจัยได้เรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนยีนส์ เซลล์ประสาท ก็สนุกดี จนได้มารู้จักกับคุณน้ำหวาน (พัสวี พยัคฆบุตร) ซึ่งเป็นตัวแทนสถาบันความงามและศาสตร์ชะลอวัยจากฝรั่งเศส แห่งแรกในเอเชีย “ฟิลอก้า คลินิก ไทยแลนด์” เขาชวนให้มาร่วมธุรกิจ ผมเลยดูด้านข้อมูล และได้ใช้ความรู้ด้านไบโอ แอนไทเอจจิ้ง ซึ่งที่ฟิลอก้า เน้นนวัตกรรมเซลล์บำบัด ทำอย่างไรให้เซลล์ของเราแข็งแรง โดยให้สารอาหารที่ดี แล้วก็ชอบที่จะไปงานประชุมแพทย์ เพื่อได้รู้จักเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งล่าสุด ได้รู้จักเทคโนโลยี idna จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เกิดความสนใจจึงขอเป็นตัวแทนเปิดคลินิก ID DNA แห่งแรกของโลก ที่แก้ไขปัญหาแอนไทเอจจิ้งจากต้นเหตุ ที่มาจากยีนส์ หรือดีเอ็นเอของแต่ละคน โดยตรวจดีเอ็นเอและผลิตครีมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล”

ผู้บริหารหน้าอ่อนยังเล่าต่อว่า ด้วยความที่ดูเป็นเด็กนี่แหล่ะ สร้างความกดดันมากกว่าคนอื่น คนอาจไม่เชื่อถือ ตื่นมาทุกวันก็ต้องสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง แต่ขอให้เวลาและผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือ และที่สุดผลงานก็ทำให้ชาวต่างชาติยอมรับ ซึ่งหลักการง่ายๆในการทำงานของตนคือ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เมื่อเรามีความพยายามและมีการสร้างการทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดี ความสำเร็จก็คงอยู่ไม่ไกล

“การทำงานตรงนี้ก็เป็น passion ของผมในการได้ศึกษาและเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ในเรื่องเทคโนโลยี ไม่ได้อยู่กับที่เดิมๆ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปไกล ทำให้เรารู้จักดูแลจากภายใน เข้าถึงจุดเริ่มต้นของคนเรามากที่สุด ถ้าเราได้เรียนรู้ know how อนาคตคนไทยก็คงมีศักยภาพในการทำ และในอนาคตคนเราจะมีอายุถึงร้อยปี เพราะมีชีวิตที่ดี ยืนยาวมากขึ้น Mission ของผมก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการหานวัตกรรมที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีจากภายในครับ” ....ต้องยกนิ้วให้วิสัยทัศน์ของผู้บริหารหนุ่มหน้าละอ่อนคนนี้จริงๆ.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement