พุทธะอิสระ-พวก ชดใช้1.4ล. ศาลตัดสินค่าเสียหายยึดดีเอสไอ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พุทธะอิสระ-พวก ชดใช้1.4ล. ศาลตัดสินค่าเสียหายยึดดีเอสไอ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 07:42
6,996 ครั้ง


พุทธะอิสระและแกนนํา กปปส. อีก 4 คน ไม่มาฟังศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาให้ทั้งหมดร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จำนวนล้านกว่าบาท ไม่รวมดอกเบี้ย จากกรณีที่แกนนำทั้ง 5 คน นำกลุ่มผู้ชุมนุมบุกยึดอาคารดีเอสไอ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 56 ถึงพฤษภาคม 57 ทำลายทรัพย์สินและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมทั้งไล่ข้าราชการออกจนไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ต้องย้ายไปเช่าตึกทีโอทีทำงานแทนชั่วคราว ด้านทนายแกนนำบอกจะนำคำสั่งศาลไปหารือกันอีกทีว่าจะอุทธรณ์หรือไม่

ศาลแพ่งสั่งพุทธะอิสระและแกนนำกลุ่ม กปปส.รวมห้าราย ที่บุกยึดอาคารดีเอสไอ ต้องร่วมกันจ่ายค่าความเสียหายระหว่างการปิดล้อมตึกดีเอสไอ เป็นเงินล้านกว่าบาท ยังไม่รวมดอกเบี้ย ครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 ก.พ. ที่ศาลแพ่ง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องหลวงปู่พุทธะอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธัมโม พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกย์กิจ นายชุมพล จุลใส นายนิติธร ล้ำเหลือ และ น.ส.อัญชลี ไพรีรัก แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) เป็นจำเลยที่ 1-5 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหายรวมทั้งหมด 1,449,134.35 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีระหว่างเดือน พ.ย.56-เดือน พ.ค.57 จำเลยทั้ง 5 เป็นแกนนำ พาผู้ชุมนุม กปปส. ร่วมกันบุกเข้าไปในอาคารดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ แล้วทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สายไฟ กล้องวงจรปิด ที่อยู่ในความครอบครองของดีเอสไอ

โจทก์ที่มีสำนักงานคดีแพ่ง สำนักงานอัยการสูงสุด ทำหน้าที่ทนายแผ่นดิน (อัยการว่าความแพ่งมีฐานะเท่าทนายความ) ยื่นฟ้องคดีต่อศาล เมื่อวันที่ 18 พ.ย.57 ว่า ระหว่างเดือน พ.ย.56 ถึง พ.ค.57 จำเลยทั้ง 5 ได้จงใจกระทำผิดกฎหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดีว่า การชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ดำเนินการโดยปราศจากอาวุธ การแสดงออกถือเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบแล้ว เห็นว่า กลุ่ม กปปส. ได้จัดการชุมนุมตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.56 และสิ้นสุดวันที่ 22 พ.ค.57 หลังมีการยึดอำนาจ โดยระหว่างนั้นจำเลยทั้งห้าเป็นผู้นำชุมนุมที่บริเวณอาคารสำนักงานดีเอสไอของโจทก์ ทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ระหว่างการชุมนุมมีการตัดสายไฟฟ้าเมนหลัก ทำให้เครือข่ายระบบอินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ได้รับความเสียหายด้วย ระหว่างนั้นดีเอสไอ ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดหาอาหารและเครื่องดื่มเพื่อจัดให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องมาดูแลความปลอดภัยบริเวณอาคารและทรัพย์สินตามหน้าที่ของโจทก์ เมื่อฟังได้ว่าจำเลยทั้งห้าพาผู้ชุมนุมมายังอาคารโจทก์แล้ว มีการตัดสายไฟไล่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ออกจากบริเวณนั้น ทำให้ข้าราชการโจทก์ไม่สามารถทำงานปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย จนโจทก์ต้องย้ายสถานที่ปฏิบัติงานและย้ายเครือข่ายคอมพิวเตอร์-ระบบอินเตอร์เน็ต จนต้องมาเช่าพื้นที่ของตึกทีโอทีในการติดตั้งเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และระหว่างการชุมนุมยังทำให้กล้องวงจรปิดในอาคารโจทก์ได้รับความเสียหายด้วย

ส่วนที่จำเลยต่อสู้ว่า ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม เป็นค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน ที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถได้รับเบี้ยเลี้ยงจากหน่วยราชการอยู่แล้ว ศาลเห็นว่า ค่าใช้จ่ายนี้ เป็นคนละส่วนกัน เพราะเบี้ยเลี้ยงที่เจ้าหน้าที่ได้รับเป็นไปตามกฎหมายจากการปฏิบัติงาน แต่ที่จำเลยบุกเข้าอาคารทำให้โจทก์ต้องมีค่าใช้จ่ายโดยตรงในส่วนนี้ที่เกิดจากการกระทำละเมิดของพวกจำเลย และที่จำเลยต่อสู้ว่า การชุมนุมกระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธถือเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนั้น ศาลเห็นว่า สิทธิดังกล่าวกระทำได้แต่ต้องไม่กระทบสิทธิอื่นของบุคคลอื่นด้วย

เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยแต่ละคนแล้ว ให้จำเลยต้องร่วมกันชดใช้ให้โจทก์ ในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายเครื่องดื่ม-อาหารในการจัดกำลังพลดูแลอาคาร ค่าเสียหายต่ออุปกรณ์ในสำนักงาน โดยเห็นสมควรกำหนดตามพฤติการณ์จำเลยในการเข้าชุมนุม จึงให้หลวงปู่พุทธะอิสระ และ พล.ต.สมเกียรติ จำเลยที่ 1-2 ที่ได้เข้าชุมนุมที่ดีเอสไอ ระหว่างวันที่ 13 ม.ค.- พ.ค.57 ร่วมกันชดใช้ให้โจทก์ 899,203 บาท ส่วนนายชุมพล จำเลยที่ 3 ให้ชดใช้ 365,000 บาท และนายนิติธร กับ น.ส.อัญชลี จำเลยที่ 4-5 ให้ชดใช้ 184,931.35 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,449,134.35 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันถัดฟ้อง คือวันที่ 19 พ.ย.57 จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยร่วมกันจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมศาล และค่าทนายความแก่โจทก์อีก 10,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้จำเลยทั้งห้า ไม่ได้เดินทางมาศาลเพื่อร่วมฟังคำพิพากษา แต่มอบอำนาจให้ทนายความมาฟังคำตัดสินแทน นายคฑาวุธ ทับทิมนิติภู ทนายความของพระพุทธะอิสระ และ พล.ต.สมเกียรติ กล่าวเพียงสั้นๆว่า จากนี้จะนำผลคำพิพากษาไปหารือกับจำเลยทั้งหมดดูก่อนว่า จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    86.5%
  • ไม่ชอบ
    5.8%
  • สนุก
    4.9%
  • ประหลาดใจ
    1.2%
  • เสียใจ
    1.2%
  • ให้กำลังใจ
    0.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement