กำนัน-ผญบ. ดันกระจายอำนาจ บิ๊กตู่ถึงสหรัฐ ‘ปู’ลุยเดินสาย ไหว้พระทําบุญ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กำนัน-ผญบ. ดันกระจายอำนาจ บิ๊กตู่ถึงสหรัฐ ‘ปู’ลุยเดินสาย ไหว้พระทําบุญ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 07:40
5,807 ครั้ง


“มีชัย” ย้ำชัด “เราคงไม่ฆ่าตัวตาย” ถ้าต้องมารื้อร่าง รธน.ปรับแก้กันใหม่ ตอกกลับ สพม.ปมเพิ่มอำนาจศาล รธน. แทงกั๊กปลุก คปป.ฟื้นคืนชีพ อดีต 61 สปช. ชงปรับแก้ 9 ประเด็น ชี้ไร้หลักการกระจายอำนาจท้องถิ่น กลุ่มกำนัน-ผญบ.ระดมพลยื่น กรธ.-สนช. ฮึ่มถ้าไม่ยอมคืนกระจายอำนาจ ขู่เท 3-4 ล้านเสียงคว่ำประชามติ “ถวิล” ลากไส้ “อมร” รับใช้อำนาจ ปชป.-พท.ประสาน เสียงเตือน กกต. อย่าใช้ยาแรงลงโทษคนรณรงค์คว่ำ รธน. “ปู” อิ่มบุญไหว้หลวงพ่อบ้านแหลม อผศ.ปัดวุ่นไม่มีหัวคิวขุดลอกคลอง กรมน้ำโร่แจงทุกขั้นตอนทำโปร่งใส “วัชรพล” เด้งรับลูกสอบคนแอบอ้างชื่อ “บิ๊กป้อม” กินหัวคิว “บิ๊กตู่” เชื่อสหรัฐฯ เอาใจใส่ไม่ให้ปฏิรูปไทยเสียเที่ยว สองกลุ่มนัดรวมตัวทั้งหนุน-ต้าน สื่อนอกฉะแหลกที่รวมเผด็จการ

ตามที่ฝ่ายต่างๆทยอยส่งความเห็นและข้อเสนอแนะการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ล่าสุด นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เสนอให้ปรับแก้ในหมวดกระจายอำนาจให้ส่วนภูมิภาค พร้อมใช้สมาชิกในกลุ่ม 3-4 ล้านคน กดดันขู่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

ปชป.ส่งความเห็นในนามพรรค

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ก.พ. ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยื่นข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญที่ สนช.ลงมติเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ต่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จากนั้นนายมีชัยให้สัมภาษณ์ว่า เท่าที่เห็นมียื่นข้อเสนอเข้ามาคือ สภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สนช. องค์กรอิสระ พรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอมาในนามพรรค เพราะมีลายเซ็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ส่วนข้อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่เห็น คาดว่าอาจส่งมาทางไปรษณีย์ กรธ.กำลังประมวลว่าแต่ละมาตรามีการเสนอแก้โดยใคร มีเหตุผลอย่างไร กรธ.ยึดเนื้อหาเป็นหลัก ถ้าไม่ถึงกับต้องร่างใหม่ก็แก้ให้ได้ แต่ข้อเสนอใดที่เสนอแล้วทำให้ถึงกับต้องร่างใหม่ กรธ.คงไม่ทำ เพราะเราคงไม่ฆ่าตัวตาย เนื่องจากเวลาไม่พอ เท่าที่ดูภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเป็นห่วงเรื่องสิทธิเสรีภาพมาก ก็อยู่ในวิสัยที่ปรับปรุงได้

ตอก สพม.ปมเพิ่มอำนาจศาล รธน.

เมื่อถามว่า ข้อท้วงติงเรื่องบัตรเลือกตั้งถ้าไม่ถึงกับคอขาดบาดตายจะแก้หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ต้องดูว่าถึงกับต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ ส่วนความเห็นที่ปรากฏตามข่าว แต่ไม่ได้ส่งมาให้ กรธ.โดยตรง ได้กำชับ กรธ.ทุกคนว่าหากเห็นข้อเสนอที่มีเหตุผลให้จดบันทึกไว้ ยืนยันว่าเราเปิดกว้าง เมื่อถามอีกว่า หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรมีองค์กรหนึ่งทำหน้าที่ผ่าวิกฤติ เพราะศาลรัฐธรรมนูญตีความได้เฉพาะกฎหมายเท่านั้น นายมีชัยตอบว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด ขอไปดูข้อเสนอก่อน ตนไม่ใช่ศาสตราจารย์คงยังวิจารณ์ไม่ได้ เพราะศาสตราจารย์วิจารณ์ได้โดยยังไม่เห็นเนื้อหา เมื่อถามย้ำว่า สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) ไม่เห็นด้วยที่ให้อำนาจตามมาตรา 7 แก่ศาลรัฐธรรมนูญ นายมีชัยตอบว่า ยังไม่เห็นข้อเสนอของสภาพัฒนาการเมือง แต่ถ้ามีเหตุผลเราก็จะพิจารณา ยืนยันว่า กรธ.ไม่ได้เพิ่มอำนาจหรือเปลี่ยนแปลงอะไร และต้องถามเขากลับว่าแต่เดิมใครเป็นผู้มีอำนาจพิจารณา

แทงกั๊กยัดไส้ปลุก คปป.ฟื้นคืนชีพ

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอให้แยกหมวดปฏิรูปออกจากหมวดบทเฉพาะกาลนั้น ถ้าไม่มีเรื่องปฏิรูปเยอะ ก็แยกเป็นหมวดได้ไม่หนักหนาอะไร เมื่อถามย้ำว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่มีการเขียนเพิ่มองค์กรที่มีลักษณะคล้ายคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) แล้วใช่หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ถ้าไม่มีผู้เสนอ เราจะไม่เพิ่มอะไรที่เป็นสาระสำคัญ เว้นแต่ตกหล่นแล้วมีผู้เสนอด้วยเหตุผล กรธ.ก็พิจารณาได้ กำลังติวเข้มทีมโฆษกอยู่ หลังจากนี้หากมีการปรับแก้มาตราใดจะออกมาบอกความเคลื่อนไหวตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเครือข่ายฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายมีชัยให้ทบทวนเกี่ยวกับเรื่องสิทธิชุมชน ซึ่งนายมีชัยชี้แจงว่า เรื่องสิทธิชุมชนกรธ.เขียนไว้อยู่แล้ว แต่หากเห็นว่ายังไม่ครบถ้วน จะนำไปพิจารณาเพิ่มเติม

อดีต สปช.ชงปรับแก้ 9 ประเด็น

ต่อมา นายธีรยุทธ หล่อเลิศรัตน์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำรายชื่ออดีต สปช. 61 คน ที่ร่วมลงชื่อยื่นข้อเสนอแนะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. รวม 9 ประเด็น คือ 1.หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ที่เพิ่มอำนาจให้รัฐเป็นใหญ่ ลดทอนการมีส่วนร่วมของประชาชน และในหมวด 6 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 60 ไม่เปิดให้มีการฟ้องรัฐ 2.ไม่มีเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับการคุ้มครอง 3.สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่ถดถอยไปมาก ทั้งสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน สิทธิสวัสดิการพื้นฐานของมนุษย์ และสิทธิชุมชน ซึ่งอาจกระทบกับการใช้สิทธิเสรีภาพทั้งหมด

ไร้หลักการพัฒนาปกครองท้องถิ่น

นายธีรยุทธกล่าวอีกว่า 4.การลดทอนความเข้มข้นในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ 5.การย้ายคลื่นความถี่ไปอยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐ อาจกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ และผลกระทบต่อความเป็นอิสระขององค์กรที่กำกับดูแล 6.ขาดสาระสำคัญในการวางหลักการเพื่อพัฒนาการปกครองท้องถิ่น ไม่มีกล่าวถึงการกระจายอำนาจ และการเติมกลไกปกครองท้องถิ่นทั้งระดับชาติ และจังหวัด 7.ควรย้ายมาตรา 27 ว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดินและงานของรัฐอื่นๆ จากหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ ไปอยู่หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ 8.ควรเพิ่มมาตรการการปราบปรามทุจริต อาทิ การแสดงสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ย้อนหลังเป็นเวลา 3 ปี ของผู้ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรอิสระ และ 9.ให้เพิ่มเรื่องวัฒนธรรมเข้าไปในหมวดหน้าที่ของรัฐ

ทำเว็บโต้ข้อบิดเบือนร่าง รธน.

จากนั้นช่วงบ่าย มีการประชุม กรธ. มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาทบทวนความเห็นและข้อเสนอแนะจากส่วนต่างๆ โดยนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. แถลงว่า กรธ. จัดทำบทความเรื่อง ข้อบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐสภา อธิบายประเด็นที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจไม่ถูกต้อง เช่น กล่าวหาว่ากรธ.ตัดเรื่องสิทธิเสรีภาพออก จนทำให้คนบางกลุ่มเอาไปขยายความ ยืนยันว่าไม่จริง กรธ.ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนข้อกล่าวหาว่าเราไปจำกัดการทำงานของรัฐบาล และเปิดโอกาสให้พรรคขนาดกลางมีบทบาทมากขึ้น เป็นความเข้าใจของคนกลุ่มนั้นเอง ระบบการเลือกตั้งใหม่จะสะท้อนความต้องการของประชาชน กรธ.ไม่สามารถไปบังคับให้ประชาชนเลือกใครได้ พรรคไหนจะได้รับเลือกก็เป็นเรื่องของประชาชน

สปท.ไฟเขียวข้อเสนอกรอบปฏิรูป

ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องการปฏิรูปที่ควรบรรจุไว้ในมาตรา 269 ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ร่างเบื้องต้น) ตามข้อเสนอที่คณะกรรมาธิการทั้ง 12 คณะของ สปท.ส่งมา โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. แจ้งต่อที่ประชุมว่า นายกฯได้ตั้งคณะทำงานทั้ง 6 คณะ เพื่อช่วยในการขับเคลื่อนงานของแม่น้ำ 5 สาย

สปท.ต้องกำหนดให้ กมธ.ที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำงานและประสานงานกับ 6 คณะ เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกัน และเพื่อวางแนวทางการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงกำหนดให้ กมธ.ชุดที่ต้องทำภารกิจตรงกัน ประชุมหารือกันอย่างใกล้ชิด และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรง จากนี้ไปจะประชุมประสานงานกันค่อนข้างถี่มากขึ้น เพื่อให้การทำงานมีความสมบูรณ์ จากนั้นที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอ กมธ. 12 คณะ ด้วยมติเอกฉันท์ 143 เสียง ส่งให้ กรธ.นำไปพิจารณาต่อไป

กำนัน-ผญบ.ขู่ไม่แก้ไขอาจคว่ำร่าง

ด้านนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันที่ 17 ก.พ. กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านประมาณ 300 คน จะไปที่รัฐสภา ยื่นหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และ กรธ. ขอให้ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่น เนื่องจากบัญญัติไว้เฉพาะการปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น ตัดเรื่องการปกครองส่วนกลางและส่วนภูมิภาคออกไป นอกจากนี้สมาชิกทั่วประเทศจะไปยื่นหนังสือที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ในวันและเวลาเดียวกันด้วย ไม่รู้ว่า กรธ.มีเจตนาอะไรแอบแฝง แต่หากไม่ตราเรื่องการปกครองส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเอาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินในอนาคตได้ หาก กรธ.ไม่ปรับปรุงหรือแก้ไข องค์กรของเรา ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 3-4 ล้านคน อาจแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างดังกล่าวช่วงการทำประชามติ

“ถวิล” ลากไส้ “อมร” รับใช้ผู้มีอำนาจ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. ที่ระบุ กรธ.จะไม่ปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของ สนช. สปช.บางคน ที่เคยเป็นนักการเมืองมาก่อนว่า นายอมรจบปริญญาเอก เคยเป็นอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็น สมช. ชุดปฏิวัติปี 2549 และที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมสมัย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และยังเป็นกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา พรรคเพื่อไทย ผ่านหลักสูตร วปอ.รุ่น 56 ปรอ.รุ่น 26 ได้ดิบได้ดีในยุคปฏิวัติ 2 ครั้ง และในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อทราบที่มาแล้วประชาชนคงคิดได้ว่านายอมรเป็นคนอย่างไร

ทวงสิทธิประชาชนไม่ด้อยกว่าปี 50

นายถวิลกล่าวต่อว่า อยากถามนายอมรว่า ที่นักการเมืองเสนอไม่ให้ตัดทอนสิทธิของประชาชนที่มีมาแล้วในรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ทำเพื่อผลประโยชน์นักการเมืองหรือ อย่าเหมารวมนักการเมืองว่าใช้ไม่ได้ทุกคน เพราะนักการเมืองมีทั้งดีและไม่ดี เช่นเดียวกับอาจารย์ที่มีทั้งดีและไม่ดี เมื่อเป็น กรธ.ต้องทำจิตให้ว่าง ใครเสนอแนวความคิดที่ไม่สอดคล้องหรือตามธงที่ กรธ.ตั้งไว้ อย่าลืมว่าประเทศไทยเป็นของทุกคน อย่าเหมาว่าเป็นของ กรธ.เท่านั้น การที่นายอมรเข้าทำงานรับใช้คณะปฏิวัติ หรือรับใช้นักการเมืองพรรคเพื่อไทย คงไม่มีใครว่าเพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของนายอมร

ชี้หมกเม็ดให้กลุ่มทุนครอบงำสื่อ

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หาก กรธ.ไม่ปรับแก้ในหมวดสื่อสารมวลชน อาจเกิดความเสียหายต่อการคุ้มครองการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ โทรคมนาคม และสื่อสารมวลชนแขนงอื่น เดิมรัฐธรรมนูญปี 2550 มีมาตรการป้องกันการครอบงำควบรวม หรือการซื้อสื่อของกลุ่มทุนการเมือง แต่ กรธ.ไม่ใส่ใจกลับตัดเนื้อหานี้ออกไป ดังนั้น ควรนำเนื้อหาเดิมมาใส่ไว้ทั้งหมด ให้สมกับที่ประกาศว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง และร่างในยุคปฏิรูป ยกเว้นจะมี กรธ.บางคนไม่อยากให้แก้ เพราะเป็นหนึ่งในกรรมการสื่อโทรทัศน์บางช่องอยู่ด้วย และจากผลโพลที่ออกมาว่าประชาชนยังรับรู้สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญน้อยมาก

กรธ.ต้องเร่งนำเสนอเพื่อปูพื้นฐานทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจลงประชามติ และป้องกันการบิดเบือน การที่รัฐบาลปิดกั้นไม่ให้มีการเสวนาพูดคุยย่อมไม่เป็นผลดี

“นิพิฏฐ์” เตือน กกต.กำหนดบทลงโทษ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดโทษไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ควรต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก เพราะพรรค การเมืองโดยเฉพาะพรรคใหญ่ ต้องมีการแสดงท่าทีต่อการรณรงค์การทำประชามติอยู่แล้ว จะไปปิดกั้นไม่ให้พูดเลยเป็นไปไม่ได้ แต่เชื่อว่าคงไม่ถึงขั้นไปเดินชูป้าย ต่อต้าน หรือประท้วง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะเกิดความวุ่นวาย กลับไปสู่วิกฤติเดิม ควรเปิดโอกาสให้นักการเมืองมีพื้นที่แสดงความคิดเห็นบ้าง เรื่องรัฐธรรมนูญจะมาปิดกั้นไม่ให้พูดเลยคงทำไม่ได้

พท.ซัดยิ่งใช้ยาแรงยิ่งไม่เป็นธรรม

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ กกต. ประกาศใช้ยาแรงสำหรับผู้ที่รณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ มองว่ามีเจตนาขัดขวางการรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ของพรรคการเมืองหรือประชาชน ซึ่งจะเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้การลงประชามติครั้งนี้เป็นไปโดยไม่เป็นธรรม เพราะไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มีโอกาสเท่าเทียมกัน กลายเป็นว่าฝ่ายใช้อำนาจรัฐมีสิทธิ์ขาดรณรงค์ให้เห็นชอบ โดยใช้สื่อและกลไกของรัฐได้อย่างเต็มที่เช้าเย็น พูดข้างเดียวไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายไม่เห็นด้วยได้พูด

“ปู” อิ่มบุญไหว้หลวงพ่อบ้านแหลม

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ อาทิ นายชัยเกษม นิติสิริ นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายภูมิธรรม เวชยชัย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เข้าสักการะหลวงพ่อบ้านแหลม พระประธานศักดิ์สิทธิ์วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม โดยพระเทพสมุทรโมลี เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เตรียมเครื่องบูชาหลวงพ่อบ้านแหลม ประกอบด้วย จีวร ทองสำหรับปิดองค์พระ และมาลัยดอกไม้ ทั้งนี้ พระเทพสมุทรโมลีแนะนำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขึ้นไปกราบที่พระบาทหลวงพ่อบ้านแหลมและอธิษฐานจิต โดยก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินขึ้นไป พระเทพสมุทรโมลีกล่าวด้วยเสียงดังว่า “ท่านนายกฯ ข้าวไม่หายใช่ไหม” ซึ่งอดีตนายกฯหันไปมองคณะ ทุกคนตอบพร้อม น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า “ข้าวไม่หายค่ะ” พระเทพสมุทรโมลีจึงกล่าวว่า “หลวงพ่อเอาใจช่วยอยู่” จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินขึ้นไปกราบหลวงพ่อบ้านแหลมพร้อมอธิษฐานจิต และเดินออกจากวัดด้วยใบหน้าเบิกบานอิ่มบุญ

เป็นประธานตัดหวายลูกนิมิต

ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางเป็นประธานพิธีตัดหวายลูกนิมิต ผูกพันธสีมาอุโบสถวัดบางยาง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ทันทีที่มาถึงประชาชนจำนวนมาก ออกมาต้อนรับพร้อมมอบดอกกุหลาบสีแดงและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำพิธีตัดหวายลูกนิมิต มีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ และนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ อดีต ส.ส.สมุทรสาคร ร่วมพิธี จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปมอบศาลาที่พักให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดบางยาง โดยมีคณะครูนักเรียนมอบกล้วยไม้เป็นการขอบคุณก่อนเดินทางกลับ

ซัดขบวนการจ้องทำลายมาตามนัด

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊กเรื่อง “คนดีมาตามนัด” ว่า โครงการรับจำนำข้าวรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกนำไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อให้ทหารออกมายึดอำนาจ มีขบวนการทำลาย รับลูกในลักษณะแบ่งงานกันทำ แพะทางการเมืองชื่อยิ่งลักษณ์ ยังถูก สนช.ถอดถอน ถูกอัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ และกำลังจะเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง แต่เมื่อความจริงก็ถูกเปิดเผยจากคนในรัฐบาลเองว่า เกษตรกรได้รับประโยชน์ ไม่มีข้าวหาย ผู้ร่วมขบวนการทั้งหลายก็ดาหน้าออกมาตามคาด แต่ที่ตกใจคือ การให้สัมภาษณ์ของนายชุติชัย สาขากร รอง อสส. หัวหน้าคณะทำงานคดีดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีผลต่อการสืบพยาน ทั้งที่ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่า อสส.นำเอาคดีที่ยังสอบสวนไม่เสร็จและไม่สมบูรณ์ ไปยื่นฟ้อง สิ่งที่ อสส.ควรทำคือ การขอถอนฟ้องเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับจำเลย ไม่ใช่ยืนยันเดินหน้าเอาความเท็จไปยื่นฟ้อง เหตุที่ทุกฝ่ายกล้าทำสิ่งเหล่านี้ เพราะมีคำสั่งหัวหน้า คสช. นิรโทษกรรมไว้ให้

คนไทยชี้เป้าโละก๊วนหน้าเดิม

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า การบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มาถึงวันนี้หากตนเป็นนายกฯและหัวหน้า คสช. จะยอมรับข้อเท็จจริงว่าทำไม่ได้ ไม่อยากให้เสียของไปมากกว่านี้ จะขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช.และนายกฯ เพื่อให้คนอื่นมาทำมาบริหารบ้านเมือง ท่านท้าทายบ่อยครั้ง ใครเก่งเข้ามาบริหารเลย ท่านไม่อยากเป็นแล้วใครบังคับท่าน ตั้งคนร่างรัฐธรรมนูญจนคนวิจารณ์ทั่วเมือง ไม่อยากจะคิดว่าต้องการดึงเกมเลือกตั้งให้ยาวออกไป ตอนท่านทำรัฐประหารตนก็ชื่นชมท่านและพวก ที่มีความกล้า ห่วงใยบ้านเมือง แต่กลับใช้คนหน้าเดิมที่มีส่วนทำความเสียหายให้บ้านเมืองมาหลายครั้ง แม้รักและเคารพท่านเหมือนเดิม แต่ตนรักชาติมากกว่า จึงต้องขออนุญาตเตือนและฟังพวกเราบ้าง จากนี้ไปท่านต้องรับฟัง เด็ดขาด หยุดใช้คนหน้าเดิมทั้งหมด แต่งตั้งใหม่ทั้ง ครม. คสช. สปท. รวมทั้งองค์กรอิสระทั้งหลาย ยุบทิ้ง สิ้นเปลืองงบประมาณ อย่าทำให้พวกเราต้องผิดหวังซ้ำซากอีกเลย

อผศ.ปัดหักหัวคิวขุดลอกคูคลอง

ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผอ.อผศ. ชี้แจงกระแสข่าว อผศ.เรียกค่าหัวคิวโครงการขุดลอกคลองที่บริษัทเอกชนรับช่วงงานต่อว่า อผศ.ได้รับงบประมาณไม่เพียงพอในการดูแลทหารผ่านศึกทั่วประเทศกว่า 3 ล้านคน จึงต้องหาประโยชน์ตาม พ.ร.บ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ที่ อผศ.ได้รับสิทธิพิเศษจากหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจให้รับจ้างงาน ส่วนกรณีเช่าเครื่องจักรนั้น อผศ.มีเองบางส่วน แต่หากเป็นงานเร่งด่วนต้องใช้เครื่องจักรมีประสิทธิภาพสูง ก็ต้องเช่าจากบริษัทเอกชน ยืนยันว่าไม่มีบริษัทเอกชนเช่าช่วงรับงานต่อ ทำตามขั้นตอนและมีหลักฐาน เราทำตามนโยบายรัฐบาลที่โปร่งใส สุจริต ตรวจสอบได้ ส่วนกรณีหักค่าหัวคิวนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการที่มี พล.ท.สวัสดิ์ ทัศนา รอง ผอ.อผศ. เป็นประธาน มาสอบสวนแล้ว สามารถส่งข้อมูลในทางลับได้ อยากให้สิ้นสุดภายในเดือน ก.พ.นี้ โดยให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าร่วมตรวจสอบด้วย ที่สำคัญจะตรวจสอบว่าใครที่อ้างชื่อ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม รับค่าหัวคิว ถ้าคนของ อผศ.ทำผิด จะไม่เอาไว้ ไม่เลี้ยงลูกน้องแบบนี้ ถ้าเป็นทหารผิดก็ต้องว่าไปตามผิด

กรมน้ำแจงจัดซื้อโปร่งใสทุกขั้นตอน

นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างทุกโครงการขุดลอกแหล่งน้ำ ทำโปร่งใสทุกขั้นตอน โดยจัดประกวดราคาแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีบิดดิ้ง) เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และป้องการการฮั้วประมูล ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง ไม่สามารถแก้ไขเอกสารได้ มีการแข่งขันกันเสนอราคาอย่างเป็นธรรมที่สุดในปัจจุบัน มีข้อดีคือ จะได้ราคาการประมูลที่ต่ำกว่าราคากลาง ยืนยันว่าไม่มีโครงการขุดลอกแหล่งน้ำที่มีการจัดจ้างแบบวิธีพิเศษตามที่เป็นข่าวแน่ ทั้งนี้ โครงการที่อยู่ในวิธีการประกวด ราคาอีบิดดิ้ง ปีงบประมาณ 2559 มีทั้งหมด 687 โครงการ ตั้งงบประมาณไว้ 6,300 ล้านบาท เหลืออยู่ในขั้นตอนอีบิดดิ้งรวม 107 โครงการ แบ่งเป็น 74 โครงการที่ต้องเปลี่ยนแบบโครงการหรือแบบงาน 32 โครงการ อยู่ในขั้นการประกวดราคา อีก 1 โครงการ ต้องยกเลิกเพราะเป็นโครงการซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น

จ่อสอบอ้างชื่อ “บิ๊กป้อม” กินหัวคิว

ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า กรณีการแอบอ้างชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เรียกค่าหัวคิวโครงการขุดลอกคูคลองของ อผศ. เป็นหน้าที่เลขาธิการ ป.ป.ช. รวบรวมข้อเท็จจริง หากมีมูลก็สามารถตรวจสอบได้ อผศ.ถือเป็นหน่วยงานที่อยู่ในขอบข่ายที่ ป.ป.ช.จะเข้าไปตรวจสอบได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องเรียน

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการติดไฟแอลอีดีประดับลานคนเมืองของ กทม. มูลค่า 39.5 ล้านบาท ว่า อยู่ในขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน ขั้นตอนต่อไปจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล แต่ยังไม่จำเป็นต้องเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.

พท.เย้ยเร่งไต่อันดับ ปท.ดีกว่าจุ้น นศ.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลเร่งผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพดึงดูดนักท่องเที่ยว ว่า ทุกคนเห็นด้วย เป็นเรื่องที่หลายรัฐบาลพยายามทำ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ที่ประชุม World Economic Forum 2016 จัดอันดับด้านความปลอดภัยการท่องเที่ยวของประเทศไทยอยู่ในอันดับ 130 จาก 141 ประเทศทั่วโลก ซึ่งอยู่สุดท้ายในกลุ่มอาเซียน ต่างจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 87 ต่างกันถึง 43 อันดับ ขณะที่รัฐบาล คสช.มีอำนาจเต็ม มีมาตรา 44 กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แทนที่จะส่งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไปคุมเข้มขบวนพาเหรดนักศึกษาในงานฟุตบอลประเพณี หรือติดตามนักการเมืองพรรคเพื่อไทย คสช.ควรเอาเวลา เอางบฯลับ เอากองกำลัง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ มาทำให้อันดับด้านความปลอดภัยและความมั่นคงประเทศกลับมาดีกว่า

“บิ๊กตู่” ถกหัวกะทิไทยในอเมริกา

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ. ที่เมืองรานโช มิราจ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ก.พ. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 15 ชั่วโมง) พล.อ.ประยุทธ์และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา จากนั้นเดินทางต่อถึงเมืองรานโชมิราจ สถานที่จัดการประชุม ต่อมาเวลา 16.00 น. นายพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และนายเจษฎา กตเวทิน กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส นำกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ไทย ผู้แทนสมาคมวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Association of Thai Professionals in America and Canada-ATPAC) และกลุ่มนักวิชาชีพไทย สาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในสหรัฐฯ เข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและรับทราบนโยบายส่งเสริมนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งเศรษฐกิจดิจิตอลที่รัฐบาลถือเป็นวาระแห่งชาติ

เชื่อสหรัฐฯ เอาใจใส่ไม่เสียเที่ยว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษว่า จะได้ประโยชน์มากที่มาร่วมงาน เพาะจะแสดงให้เห็นถึงการเอาใจใส่ของมิตรประเทศอย่างสหรัฐฯ ไทยเองพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ชาติมหาอำนาจเข้าใจว่า เราต้องเดินหน้าประเทศ ให้ได้ในช่วงที่อยู่ในการปฏิรูปประเทศ ขอให้คนไทยทุกคนร่วมมือกัน ถ้าเอาปัญหามาทะเลาะ ขัดแย้งจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนและประเทศชาติ เราต้องเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารถึงกันให้ได้ และจะนำสิ่งที่หารือในวันนี้ไปสู่การวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง ให้ตรงกับความต้องการของประเทศ ที่ตนให้นโยบายสอดแทรกวิชาที่เกี่ยวกับอาชีวะ เพราะพบว่าบางคนไม่รู้ความต้องการของตัวเอง

สั่งเช็กยอด นศ.ทุนกลับมารับใช้ชาติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวบรวมเรื่องทุนวิจัยทั้งของรัฐ เอกชน และต่างประเทศ ว่าผลิตคนตรงต่อความต้องการของประเทศในทุกระดับ แต่ผู้รับทุนต้องกลับมารับใช้ประเทศ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาในอนาคต ได้สั่งการให้สำรวจผู้ที่รับทุนและจบการศึกษาไปแล้ว ว่าทำอะไร อยู่ที่ใด บางส่วนสามารถนำคนเหล่านี้กลับมาต่อยอด รวมทั้งกรณีผู้ที่มีงานทำอยู่แล้ว แต่สามารถช่วยเหลือประเทศชาติได้ ซึ่งจะเป็นการปูพื้นฐานให้กับประเทศ เพราะคือประชารัฐ ผู้ที่ทำงานในต่างประเทศสามารถรวมกลุ่มกันได้ ปัจจุบันเรามีกลุ่มคณะทำงานร่วมรัฐ เอกชน ประชาชน หรือประชารัฐ ภายใต้กรอบคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ 12 คณะ อยากให้คนไทยที่มีศักยภาพและทำงานในต่างประเทศมาเป็นกลุ่มที่ 13

ปลื้มทุกกลุ่มพร้อมหนุนรัฐบาล

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯยินดีที่ได้พบกับกลุ่มคนไทยที่มีความรู้ ศักยภาพ และเป็นสมองของชาติ เชื่อว่าทุกคนมีความปรารถนาดีจะร่วมกันพัฒนาประเทศ ทั้งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ไทย ผู้แทนสมาคมวิชาชีพและกลุ่มนักวิชาชีพ สนับสนุนแนวทางการพัฒนาเตรียมความพร้อมในการแข่งขันของไทย ขณะที่กลุ่มวิศวกรพร้อมสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำ ทั้งแล้ง-ท่วมและน้ำเสีย ด้านคณะคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ เน้นถึงการบริหารจัดสรรทุนภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การส่งฝึกอบรม การกระจายบริหารจัดการทุนให้ตรงกับความต้องการของประเทศให้มากที่สุด ทั้งเสนอให้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำและนักวิจัยสหรัฐฯ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่วนกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระบุว่า ควรสร้างแบรนด์ไทย จะทำให้ศักยภาพและฝีมือของคนไทยเป็นที่รู้จักในสหรัฐฯยิ่งขึ้น รวมทั้งสนับสนุนศิลปิน นักคิดสร้างสรรค์ไทยเข้าร่วมการแข่งขันในระดับสากล

สองกลุ่มนัดรวมตัวทั้งหนุน-ต้าน

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา รายงานว่า มีกลุ่มคนไทยในสหรัฐอเมริกา 2 กลุ่ม ประกาศนัดหมายทั้งไปให้กำลังใจและประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ กลุ่มแรกคือกลุ่ม “รวมพลคนรักชาติ” แกนนำอยู่ในนครลอสแอนเจลิส นายบุญชี ศรีพลอยรุ่ง ตัวแทนกลุ่มเปิดเผยว่า ได้เตรียมรถบัส 55 ที่นั่ง 3 คัน และรถตู้อีก 10 กว่าคัน รับ ผู้ที่จะไปให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 15 ก.พ.เวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นโดยแจ้งขออนุญาตการชุมนุมกับเจ้าหน้าที่เมืองเรนโซแล้ว ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีหลายกลุ่มรวมทั้งจากชาติต่างๆแจ้งการไปชุมนุม เจ้าหน้าที่จึงจัดให้อยู่จุดเดียวกันทั้งหมดที่บริเวณถนนป๊อบโฮปไดร์ฟ กับถนนเจอรัลฟอร์ดไดร์ฟ ไม่กังวลหากไปพบกับกลุ่มที่จะไปประท้วง เชื่อว่าทุกคนต้องการแสดงออกอย่างสันติ ส่วนกลุ่มที่จะไปประท้วงใช้ชื่อกลุ่ม “เรด ยูเอสเอ” โดยตัวแทนกล่าวว่า นัดรวมตัวกันประมาณ 100 คน ตั้งใจไปประท้วงให้หยุดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานชาวไทย ขอให้มีรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยประชาชน และนำประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว

สื่อนอกฉะแหลกที่รวมเผด็จการ

ขณะที่สำนักข่าวเอพีรายงานภารกิจการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ. โดยหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ถึงขนาดเรียกว่า เป็นการรวมตัวของเหล่าผู้นำเผด็จการ ไล่ตั้งแต่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดย พล.อ.ประยุทธ์ ถูกวิพากวิจารณ์กรณีปราบปรามกลุ่มผู้วิพากวิจารณ์รัฐบาล และฝ่ายที่มีความคิดเห็นแตกต่างกับรัฐบาล ทั้งยังถูกกดดันให้กำหนดวันเลือกตั้งในประเทศไทยอย่างชัดเจน และเร่งทำตามสิ่งที่เรียกว่า “การคืนความสุขให้แก่ประชาชน” ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนก็พยายามกดดันหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน ให้เพิ่มการเคารพด้านสิทธิมนุษยชน และเร่งฟื้นประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบในภูมิภาค

ส่ง “จ่านิว” ให้อัยการศาลทหาร

เมื่อเวลา 10.20 น. ที่ศาลทหาร กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม พนักงานสอบสวน สน.รถไฟธนบุรี นำตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ผู้ต้องหาในคดีชุมนุมเกิน 5 คน ขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 3/2558 จากการนัดหมายขึ้นรถไฟไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ เดินทางมาส่งฟ้องต่ออัยการทหาร ทั้งนี้อัยการได้นัดนายสิรวิชญ์ ในวันที่ 9 มี.ค. เพื่อให้มารับฟังการพิจารณา ว่าจะสั่งฟ้องคดีหรือไม่ โดยนายสิรวิชญ์ถูกพนักงานสอบสวน สน.รถไฟธนบุรี ขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับเป็นครั้งที่ 2 เหตุเพราะปฏิเสธไม่มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อนำตัวส่งฟ้องอัยการ กระทั่งวันที่ 13 ก.พ. ตำรวจ สน.ปทุมวัน ควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ได้ที่สนามศุภชลาศัย ระหว่างร่วมขบวนพาเหรด ล้อการเมือง ในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬา และสุดท้ายได้ประกันตัวไปวันเดียวกัน ในวงเงิน 10,000 บาท

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    17.2%
  • ไม่ชอบ
    34.5%
  • สนุก
    37.1%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    8.6%
  • ให้กำลังใจ
    2.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement