แจ้งจับอดีตครู ต้มแชร์ทอง เหยื่อสูญเงินกว่าร้อยล้าน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แจ้งจับอดีตครู ต้มแชร์ทอง เหยื่อสูญเงินกว่าร้อยล้าน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 07:30
3,526 ครั้ง


อดีตครูและผู้เสียหายใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 20 กว่าราย รวมตัวมาแจ้งความกองปราบฯ หลังถูกสองสามีภรรยาอดีตข้าราชการครูเพื่อนซี้จอมแสบ หลอกให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจทองคำของบริษัทในประเทศปานามา อ้างรายได้ดี ครั้งแรกลงไปสามแสนได้กลับสามหมื่น ลงอีกหนึ่งล้านได้มาหนึ่งแสน เลยหลงเชื่อชวนลูกมาลงอีกสามแสน สุดท้ายไม่ได้เงินกลับมา โทร.ไปถามกลับถูกบ่ายเบี่ยง สุดท้ายโดนโทร.มาขู่ ถ้าแจ้งตำรวจจะฟ้องกลับ จนเกิดความกลัว รอมาเกือบ 3 ปี ก่อนตัดสินใจรวมตัวกันมาแจ้งความ เผยมีผู้เสียหายร้อยกว่าคนในหลายตำบลที่ถูกหลอกรวมกันแล้วกว่าร้อยล้านบาท

อดีตครูและผู้เสียหายใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน แจ้งความกองปราบฯ หลังถูกสองสามีภรรยาหลอกให้ลงทุนทำธุรกิจทองคำ มีผู้เสียหายกว่าร้อยคน มูลค่าความเสียหายกว่าร้อยล้านบาทครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ก.พ. ที่ กองบังคับการปราบปราม นางมิ่งขวัญ ปวงฟู อายุ 63 ปี อดีตข้าราชการบำนาญครู อยู่บ้านเลขที่ 121 ม.2 ต.แม่นางเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมผู้เสียหายอีก 23 คน เข้าพบ ร.ต.ท.รชต ฉัตรวชิระวงษ์ พงส.กก.4 บก.ป. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์หลังถูกสองสามีภรรยานายหน้า หลอกให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจทองคำผ่านเว็บไซต์ของบริษัท เวอร์จิ้น โกลด์ คอร์ปอเรชั่น ที่ประเทศปานามา แต่เมื่อถึงกำหนดรับเงินปันผลตอบแทนกลับไม่ได้รับเงินตามที่ได้ตกลงกันไว้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ร้อยล้านบาท

นางมิ่งขวัญกล่าวว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2555 ได้มีสองสามีภรรยาเป็นข้าราชการครูและเพื่อนสนิทกับตน มาชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อหุ้นทองคำกับบริษัท เวอร์จิ้น โกลด์ โดยอ้างว่าจะได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่า ตนและสามีหลงเชื่อยอมลงทุนกับบริษัทดังกล่าวเป็นเงิน 3 แสนบาท ก่อนจะได้รับเงินปันผลกลับคืนมา 3 หมื่นบาท ตนเห็นว่าบริษัทดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือและได้รับผลตอบแทนตามที่ได้ตกลงไว้จริง จึงได้ลงทุนเพิ่มอีก 1 ล้านบาท ได้รับเงินปันผลคืนมา 1 แสนบาท จากนั้นได้ชักชวนให้บุตรสาวของตนมาร่วมลงทุนอีก 3 แสนบาทในเดือนสิงหาคมของปีเดียวกัน

นางมิ่งขวัญกล่าวต่อว่า หลังจากลงทุนในครั้งนี้ตนและครอบครัวกลับไม่ได้รับเงินปันผลคืนแต่อย่างใด เข้าไปตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางเว็บไซต์ของบริษัทดังกล่าว พบว่าเว็บไซต์ได้ปิดไปแล้ว เมื่อติดต่อไปสอบถามสองสามีภรรยานายหน้าคู่นี้กลับถูกพูดจาบ่ายเบี่ยง อ้างว่าตอนนี้บริษัทกำลังเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ยังไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ร่วมลงทุนได้ ต่อมาตนได้รับข้อมูลจากผู้ร่วมลงทุนรายอื่นรวมแล้วร้อยกว่าคนที่ถูกสองสามีภรรยาหลอกเช่นกัน จนแน่ใจว่าถูกสามีภรรยาคู่นี้หลอกเช่นกัน ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหาย 11 ราย ได้แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อสองสามีภรรยาคู่นี้รู้เรื่อง ได้มีการโทร.มาข่มขู่ตนและผู้เสียหายรายอื่นว่า หากไปแจ้งความกับตำรวจจะฟ้องกลับทันที ทำให้ตนและผู้เสียหายรายอื่นไม่กล้าไปแจ้งความเพราะไม่มีสัญญาการลงทุน จนเวลาผ่านมากว่า 3 ปี ก่อนตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบในวันนี้ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ 2 สามีภรรยาคู่นี้

ร.ต.ท.รชตเจ้าของคดีกล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้เสียหายพบว่าเข้าข่ายฉ้อโกง จากนี้จะรับเรื่องไว้พร้อมกับสอบปากคำผู้เสียหายที่มาแจ้งความในวันนี้ทั้งหมด รวมทั้งต้องรอเอกสารจากดีเอสไอมาประกอบดูว่าจะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ เพราะผู้เสียหายเคยแจ้งที่ดีเอสไอมาก่อนแล้ว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    10.7%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    35.7%
  • ประหลาดใจ
    53.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement