กลุ่มเพื่อนวอนญาติ อย่าเพิ่งเผาพ.ต.ท.ดัง รอคลี่ปมฆาตกรรมหรือไม่ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กลุ่มเพื่อนวอนญาติ อย่าเพิ่งเผาพ.ต.ท.ดัง รอคลี่ปมฆาตกรรมหรือไม่

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 05:30
14,251 ครั้ง


กลุ่มเพื่อน พ.ต.ท.จันทร์ ขอร้องครอบครัวให้เก็บศพไว้ อย่าเพิ่งเผา เพราะเป็นหลักฐานสำคัญสามารถชี้ได้ว่าเป็นเหตุฆาตกรรมหรือไม่ ผบช.น.จ่อเอาผิดมือโพสต์รูป-ข้อความเจตนาให้เข้าใจผิด ด้าน “พงศพัศ พงษ์เจริญ” ประธานคณะกรรมการปรับโครงสร้างพนักงานสอบสวน ระบุอาจตั้ง บก.กฎหมายและคดีขึ้นมาเพื่อรองรับตำแหน่ง แต่ละสถานีตำรวจอาจมีรอง ผกก.สส.อย่างต่ำ 4 นาย อึ้งที่ประชุม ก.ตร.เกลี่ยตำแหน่งข้าม บช. ให้ พงส.ผทค.ใหม่ถอดด้ามเสียบลงพื้นที่ทำเลทองนครบาลเพียบ ส่วนโผรอง ผบก.-สว.ขยายถึง 31 มี.ค.

กรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พงส.ผนพ.สน.แสมดำ เลขาธิการสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ ผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพัก ยัง เป็นที่กังขาของสังคมว่าเป็นเหตุฆาตกรรมหรือผู้ตายรับความกดดันไม่ไหว หลังยื่นหนังสือถึงนายก รัฐมนตรีให้ทบทวนการใช้ ม.44 ปรับโครงสร้างพนักงานสอบสวน โดยมีหลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นในมุมมองที่ต่างกัน

ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 15 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงคดีนี้ว่า กรณีมีผู้นำข้อมูลและภาพเข้าสู่โลกโซเชียลมีเดีย หากตรวจสอบแล้วมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ต้องมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ตามบทลงโทษที่กำหนดไว้ ผู้ส่งต่อหรือเผยแพร่อาจมีความผิดอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท อยู่ระหว่างให้ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 ตรวจสอบ และในวันที่ 16 ก.พ. เตรียมร่วมประชุมกับพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ เพื่อรวบรวมหลักฐานเอาผิดกับผู้เผยแพร่


พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อเท็จจริงคดีนี้ต้องพิจารณาด้วยเหตุและผล ใช้ข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์ ไม่ใช่ทำบิดเบือนข้อเท็จจริง ส่วนที่กระแสสังคมมองตำรวจกดดันคณะแพทย์ชันสูตรศพ ยืนยันว่าไม่มีทางกระทำอย่างแน่นอน ไม่มีการชี้นำให้แพทย์ชันสูตรผลเป็นอย่างอื่นได้

“กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. ตั้งข้อสังเกตว่าเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำนั้น ความเห็นของทุกท่านยินดีน้อมรับ ต้องยืนยันการตรวจสอบด้วยเหตุและผล ส่วนตัวยืนยันว่าจะไม่ทะเลาะหรือพาดพิงถึงใครเด็ดขาด ต้องใช้ความถูกต้องมาก่อนความถูกใจ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุการ เสียชีวิต ถึงแม้ว่าไม่มีใครสงสัยข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผมสั่งการให้พนักงานสอบสวนรับผิดชอบคดีตรวจสอบให้ครอบคลุมครบถ้วน ไม่ใช่เอาความรู้สึกส่วนตัว ต้อง ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รอง โฆษก ตร.กล่าวว่า กรณีปรับเปลี่ยนโอนย้ายพนักงานสอบสวนกลับเข้าสู่ระบบเดิม เป็นการปฏิรูปส่วนหนึ่งเพื่อให้พนักงานสอบสวนจะได้สิทธิประโยชน์ต่างๆโดยไม่เสียสิทธิ ยอมรับว่างานสืบสวนกับงานสอบสวนแยกกันไม่ได้จริงๆ ต้องมีการเดินคู่ขนานกันไป เพื่อเป็นเอกภาพ นำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล จากการสำรวจมีถึงร้อยละ 66 ของพนักงานสอบสวนที่อยากเปลี่ยนสายงาน เป็นธรรมดาทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงจะต้องเจอแรงต้านเสมอ

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รอง โฆษก ตร.กล่าวเสริมว่า กรณีที่มีกระแสพนักงานสอบสวนจะออกมาต่อต้านคำสั่งดังกล่าวในชั้นนี้ไม่มีแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสมาคม สมาพันธ์ใดๆ ขณะนี้ยุติการเคลื่อนไหวโดยสิ้นเชิง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาเข้ามาแก้ไขปัญหา ส่วนกรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พงส.ผนพ.สน.เทียนทะเล อาจเกิดจากหลายปัจจัย มีความเครียดร่วมอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่เป็นผลกระทบโดยตรง พวกตนผ่านงานมากว่า 30 ปี ถูกเปลี่ยนระบบมาไม่รู้กี่รอบ ต้องปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด

สำหรับกรณีการส่งข้อความอ้างเป็นเอกสารของ กก.3 บก.ส.3 ว่า กรณีการตายของ พ.ต.ท.จันทร์ อาจมีผลต่อระบบรักษาความปลอดภัยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจเข้มการพกปืนของตำรวจทุกนายนั้น พล.ต.ต.ปิยะพันธ์กล่าวว่า สันติบาลมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทุกคนที่อยู่ในบริเวณนี้ไม่ใช่แค่ผู้บังคับบัญชา การพกปืนเข้ามาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีปัญหาทั้งนั้น ดังนั้นการเข้มงวดเป็นเรื่องที่ดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานเดียวที่รถแท็กซี่วิ่งเข้ามาได้ จึงต้องเพิ่มความเข้มงวด ถือเป็นการปฏิบัติงานตามปกติ


ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการปรับโครงสร้างพนักงานสอบสวน ว่าการกำหนดตำแหน่งของพนักงานสอบสวน ว่าจะไปอยู่ที่ไหนอย่างไร สถานีตำรวจมี ผกก.เป็นผู้บริหาร รองลงมามี รอง ผกก.ป.รอง ผกก.ฝ่ายความมั่นคง รอง ผกก.จร.และรอง ผกก.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ที่เป็นพนักงานสอบสวนเดิม โดย ผบ.ตร.ให้นโยบายไว้ว่าควรจะมี 4 ตำแหน่ง เพื่อรองรับกลุ่มงานเกี่ยวกับสถิติคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ตามสถานภาพอาชญากรรมที่จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม อาทิ ประทุษร้ายต่อทรัพย์ ประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายและเพศ กลุ่มเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงต่างๆ ดังนั้นในแต่ละสถานีตำรวจจะมีรอง ผกก.สืบสวนสอบสวน ประมาณ 4 นาย ลงมาจะเป็น สว.สืบสวนสอบสวน รอง สว.สืบสวนสอบสวน แต่ละสถานีตำรวจอาจจะไม่เท่ากัน ต้องดูถึงความจำเป็นว่าต้องใช้พนักงานสอบสวนมากน้อยเพียงใด สำหรับพนักงานสอบสวนระดับ ผกก.ขึ้นไป ที่ไม่สามารถจะอยู่ในระดับสถานีตำรวจได้ คณะทำงานกำลังพิจารณากันว่าจะให้อยู่ในระดับ บก.แค่ไหนอย่างไร หรือต้องไปอยู่ในระดับ บช.หรือต้องตั้ง บก.กฎหมายและคดีขึ้นมาใหม่ เพื่อรองรับพนักงานสอบสวนไปทำงานสนองตอบนโยบายต่างๆของ ตร.โดยเฉพาะการมีความเห็นทางคดีที่พนักงานอัยการส่งเข้ามา ขอยืนยันว่าทุกท่านจะมีตำแหน่งที่เหมาะสมกับภารกิจ ส่วนเรื่องสิทธิผลประโยชน์ต่างๆ ผบ.ตร.ได้หารือกับทางรัฐบาล เพื่อนำสิทธิต่างๆกลับคืนให้พนักงานสอบสวน รวมถึงจะเพิ่มให้กับคนทำงานฝ่ายอื่นๆด้วย

เวลาไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เป็นประธานประชุม ก.ตร.ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 ตร.ใช้เวลานานประมาณ 1 ชม.หลังการประชุม พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า การพิจารณาเรื่องการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งพนักงานสอบสวนจำนวน 362 นาย ให้มีผลในวันที่ 20 ก.พ. เป็นการเลื่อนไหลในแต่ละระดับ มี 37 นาย ต้องแต่งตั้งเลื่อนขึ้นข้ามหน่วย เป็นการขึ้นจาก บช.อื่นมาดำรงตำแหน่งที่ บช.น. รวมทั้งการขยายระยะเวลาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.ถึง สว.จากวันที่ 29 ก.พ.เป็นวันที่ 31 มี.ค.

พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผบช.สง.กตร.กล่าวว่า มีพนักงานสอบสวนที่ผ่านการประเมินทั้งหมด ตั้งแต่ระดับ สว.ถึงรอง ผบก.จำนวน 362 นาย แต่มี 37 นายในระดับ ผกก. มีตำแหน่งในหน่วยไม่พอ ผบ.ตร.จึงนำเข้า ก.ตร.เพื่อให้สมัครใจมาอยู่ในหน่วยที่มีตำแหน่งรองรับ ประกอบด้วย บช.น. บช.ภ.2 และบช.ภ.8 ส่วนการขยายเวลาการแต่งตั้งไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. จะเป็นการแต่งตั้งครบถ้วนทั้งหมด พนักงานสอบสวนที่แต่งตั้งครั้งนี้อาจได้รับแต่งตั้งในโผนี้ด้วย

มีรายงานว่า สำหรับการแต่งตั้ง พงส.ที่ผ่านการทดสอบ ให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในระดับต่างๆ ประจำปี 58 ประกอบด้วย พงส.ผทค.เลื่อนเป็น พงส.ผชช. 2 นาย พงส.ผนพ.เลื่อนเป็น พงส.ผทค. 150 นาย พงส.ผนก.เลื่อนเป็น พงส.ผนพ. 60 นาย และ พงส.เลื่อนเป็น พงส.ผนก. 150 นาย ส่วนรายชื่อพงส.ผนพ.ที่โยกย้ายข้ามหน่วยเพื่อดำรงตำแหน่งพงส.ผทค. 37 นาย อาทิ พ.ต.ท.ทองศูนย์ อุ่นวงศ์ พงส.ผนพ.กก.1 บก.ป.เป็น ผงส.ผทค.สน.วังทองหลาง พ.ต.ท.ชัยสิทธิ์ ศรีโยทา พงส.ผนพ.สภ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เป็น พงส.ผทค.สน.หลักสอง พ.ต.ท.สุรพล ปาระคะ พงส.ผนพ.สภ.ภูพาน จ.สกลนคร เป็น พงส.ผทค.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.สำอาง สีหาบุตรโต พงส.ผนพ.สภ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เป็น พงส.ผทค.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.ประทวน อาจกล้า พงส.ผนพ.สภ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เป็น พงส. ผทค.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.สมัย มูลประการ พงส.ผนพ.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เป็น พงส.ผทค.สน.พลับพลาไชย 1

อีกด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร.ต.อ.พีระพัฒน์ ดวงจันทร์ทิพย์ พงส.ในคดีการตายของ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ โทรศัพท์ติดต่อนัดหมายเข้าให้ปากคำ พร้อมสอบถามเรื่องการส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์กับผู้ตายว่าจริงหรือไม่ ยืนยันไปว่าเป็นความจริง ข้อความที่ส่งมาครั้งสุดท้ายคือเวลา 12.54 น. ของวันที่ 9 ก.พ. สองประโยคสุดท้ายที่ พ.ต.ท.จันทร์ ระบุมาคือ “ต่อเช้า ฝากบอกนายกฯกัน” และ “ผบ.ไม่ชอบ พงส.เอาทหารมารุม” ซึ่งคำว่า “รุม” เป็นภาษาถิ่นใต้หมายถึงทำร้ายร่างกาย รายงานให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ รับทราบและยินดีนำหลักฐานไปมอบให้ ส่วนตำรวจจะนัดเมื่อไหร่ให้บอกมา แต่ต้องมาสอบที่พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออภัยไม่กล้าไปที่ สน.แสมดำ คดีนี้สะเทือนขวัญสังคมมาก ไม่มีใครเชื่อผลสอบของ สตช. จึงเรียกร้องให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม รับเป็นคดีพิเศษโดยไม่ต้องรอหนังสือร้องเรียน หากปล่อยให้สตช.ทำคดีต่อไปสังคมยิ่งเกิดความไม่เชื่อมั่นกระทบต่อรัฐบาลได้ คำพูดสุดท้ายก่อนขาดการติดต่อ พ.ต.ท.จันทร์ยังพูดถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์โดยตรง เรียกว่าเป็นคู่กรณี แล้วจะให้เชื่อผลการสอบสวนของตำรวจซึ่งเป็นลูกน้อง ผบ.ตร.ได้อย่างไร

“ขณะนี้ทราบว่ากลุ่มเพื่อน พ.ต.ท.จันทร์ เผยแพร่ข้อความขอพลังโซเชียลมีเดียร่วมค้นหาสาเหตุการตาย จากภาพกล้องวงจรปิดหรือผู้เห็นเหตุการณ์ช่วงวันที่ 9-12 ก.พ. บริเวณเส้นทางถนนเอกชัยที่ออกซอย สน.แสมดำ หรือถนนพระราม 2 ซอย 100 มุ่งหน้าไป สน.เทียนทะเล ผมวิงวอนขอให้ประชาชนที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดในละแวกนั้นช่วยเป็นหูเป็นตาหาหลักฐานให้ด้วย นอกจากนี้กลุ่มเพื่อน พ.ต.ท.จันทร์ยังขอร้องครอบครัวผู้ตายอย่าเพิ่งเผาศพ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญที่จะบอกกับนายกฯว่า พ.ต.ท.จันทร์ไม่ได้ผูกคอตาย ทั้งนี้หลังเกิดเหตุครอบครัวผู้ตายหวาดกลัวมาก ขอให้รัฐบาลช่วยคุ้มครองความปลอดภัยด้วย” นายวัชระกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-  รองโฆษก ตร. ยันการเคลื่อนไหวของพนักงานสอบสวนยุติลงแล้ว

-  ผลชันสูตร 'พ.ต.ท.จันทร์' ไม่พบถูกทำร้าย ตั้งบำเพ็ญกุศลวัดหนังฯ

-  แขวนคอตาย!พ.ต.ท.ดังค้านคําสั่งคสช.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    78.0%
  • ไม่ชอบ
    3.7%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    1.8%
  • เสียใจ
    9.2%
  • ให้กำลังใจ
    7.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement