ตลาดหลักทรัพย์มีเป้าไว้พุ่งชนปี 63 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ตลาดหลักทรัพย์มีเป้าไว้พุ่งชนปี 63

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 05:30
689 ครั้ง


เพิ่มมาร์เก็ตแคป 150% ของจีดีพี ยอดซื้อขาย 1 แสนล้านบาทต่อวัน


นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภายในปี 2563 ตลาดหลักทรัพย์ตั้งเป้าว่าจะมีขนาดมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) รวมอยู่ที่ 150% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) จากปัจจุบันที่มาร์เก็ตแคปอยู่ราว 94% ของจีดีพี หรือราว 12.18 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราที่ปรับตัวลดลงจากปีก่อน ที่มาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไทยเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดถึง 120% ของจีดีพีเมื่อช่วงต้นปี 58 ซึ่งมีมูลค่ามาร์เก็ตแคป 15.03 ล้านล้านบาท ซึ่งการปรับตัวลดลงดังกล่าวเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้นไทยที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนดัชนีปรับตัวลงจาก 1,650 จุด ลงมาเหลือที่ 1,300 จุดต้นๆ แม้จะมีบริษัทจดทะเบียนใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นแต่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดเล็กที่มีมูลค่ามาร์เก็ตแคปไม่มาก

“พันธกิจของเราคือ ภายในปี 2020 ตลาดหลักทรัพย์จะต้องมีมูลค่ามาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นเป็น 150% ของจีดีพี หรืออาจจะมากกว่านั้น ซึ่งระดับดังกล่าวก็น่าจะต้องมียอดซื้อขายหรือวอลุ่มเทรดราว 100,000 ล้านบาทต่อวันตลาดหลักทรัพย์จึงต้องวางแผนให้สามารถไปถึงเป้าหมาย”

นายสันติกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เข้าใหม่ปี 59 ราว 30-40 บริษัท โดยช่วงปลายไตรมาส 1 ปีนี้น่าจะเริ่มมี บจ.ใหม่เข้ามาระดมทุนมากขึ้น สาเหตุที่ช่วง 1-2 เดือนแรกของปียังไม่มี บจ.ใหม่เข้ามา

เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจและภาวะตลาดหุ้นยังคงชะลอตัว อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าสถานการณ์ต่างๆจะค่อยๆคลี่คลาย และมั่นใจว่าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า จะมีบริษัทขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ามาร์เก็ตแคปมากกว่า 20,000 ล้านบาท เข้ามาจดทะเบียน เนื่องจากบริษัทเหล่านี้เริ่มอยู่ในกระบวนการบ้างแล้ว

“ตอนนี้เรามี บจ.จำนวน 633-634 บริษัท แต่การเพิ่มจำนวน บจ.ไม่สำคัญเท่ากับการเพิ่มมาร์เก็ตแคป ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่ามาร์เก็ตแคปของเราปรับตัวลดลงตามภาวะตลาด ส่วนหนึ่งเพราะนักลงทุนต่างชาติเคลื่อนย้ายเงินลงทุนออกไป ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนการลงทุนหรือการถือครองหุ้นในตลาดหุ้นไทยเพียง 30% ถือว่าน้อยที่สุดในรอบ 5 ปี ซึ่งคงไปห้ามการเคลื่อนย้ายเงินทุนไม่ได้ แต่เราก็ต้องทำให้ตลาดเรามีสินค้าที่น่าสนใจลงทุน สามารถสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้ดี”.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    66.7%
  • ไม่ชอบ
    33.3%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement