พม. เล็งของบเพิ่ม คาดยอดขอรับเงิน เหยื่อม็อบพุ่ง เกิน 868 ราย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พม. เล็งของบเพิ่ม คาดยอดขอรับเงิน เหยื่อม็อบพุ่ง เกิน 868 ราย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.พ. 2559 19:50
293 ครั้ง


"บิ๊กอู๋" แจงรายละเอียดจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อความรุนแรงทางการเมือง ปี 56-57 เช็กชื่อลงทะเบียน 17 ก.พ.-17 มี.ค.นี้ คาดจ่ายได้ 1 เม.ย. เชื่อยอดขอรับเงินพุ่งเกิน 868 ราย ชี้เล็งของบประมาณเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 59 ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวถึงโครงการช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรม แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี 2556-2557 (ชีวิตและร่างกาย) ว่า พม. จะเปิดลงทะเบียนผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา ผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงปี 2556-2557 ประกอบด้วย เหตุการณ์การชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2556 เหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเหตุการณ์ทางการเมืองอื่นๆ จนกระทั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าปกครองประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 โดยเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 17 ก.พ.-17 มี.ค.นี้ ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เวลา 09.00-16.00 น. เว้นวันหยุดราชการ 

"เบื้องต้นได้ประมาณการผู้ได้รับผลกระทบมี 868 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 28 ราย บาดเจ็บ 840 ราย ซึ่งได้ขออนุมัติกรณีใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 120 ล้านบาท โดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องยื่นสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือมอบอำนาจ สำเนาใบมรณบัตร ใบรับรองแพทย์ที่ระบุถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เอกสารแสดงว่าผู้มีสิทธิมีความเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต และรายงานประจำวัน ทั้งนี้ ผู้ที่มีสิทธิรับเงินเยียวยานั้นจะต้องไม่มีคดีทางการเมือง ยกเว้นแต่คดีสิ้นสุดแล้ว เบื้องต้นคาดว่าจะจ่ายเงินก้อนแรกได้วันที่ 1 เม.ย.นี้" พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาฯ นั้น แบ่งเป็น 1. กรณีการเสียชีวิต จะได้รับเงินเยียวยา 4 แสนบาท เงินยังชีพรายเดือนให้แก่บุตรของผู้เสียชีวิตที่กำลังศึกษาอยู่ โดยอนุบาลและประถมศึกษารับ 1,000 บาทต่อเดือน เด็กเล็ก กศน. มัธยมศึกษารับ 1,500 บาทต่อเดือน และอุดมศึกษา 2,500 บาทต่อเดือน ส่วนเงินทุนการศึกษารายปีแก่บุตรผู้เสียชีวิตจะเป็นส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ 2.กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินเยียวยา 2 แสนบาท เงินยังชีพรายเดือนให้แก่ผู้พิการจนกว่าจะเสียชีวิตเดือนละ 3,000 บาท เงินยังชีพรายเดือนแก่บุตรของผู้ทุพพลภาพที่กำลังศึกษาอยู่ โดยได้รับในอัตราเดียวกับกรณีเสียชีวิต แต่หากใบรับรองแพทย์ระบุว่าต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยก็จะได้รับเงินฟื้นฟูสมรรถภาพอีก 2 แสนบาท ส่วนเงินทุนการศึกษารายปีของบุตรผู้ทุพพลภาพเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อว่า 3. กรณีบาดเจ็บ แบ่งเป็นบาดเจ็บสาหัส คือต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ในฐานะผู้ป่วยในนานเกิน 20 วัน หรือแพทย์ลงความเห็นว่าจะต้องได้รับการรักษาตามปกติเกินกว่า 20 วัน ได้รับเงินเยียวยา 1 แสนบาท บาดเจ็บเป็นผู้ป่วยในไม่เกิน 20 วัน รับเงินเยียวยา 6 หมื่นบาท และบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ต้องนอนใน รพ. รับเงินเยียวยา 2 หมื่นบาท ซึ่งการพิจารณาให้เงินเยียวยาต่างๆ แก่ผู้มียื่นคำร้องนั้นจะมีคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี 2556-2557 เป็นผู้พิจารณาเอกสารและหลักฐานต่างๆ ว่ามีสิทธิได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าหลังจากเปิดรับลงทะเบียนจำนวนผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยาอาจเพิ่มจากที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งหากเงินเยียวยาไม่พอก็จะขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมต่อไป สำหรับผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาจะมีการนัดหมายให้มารับเช็คเงินเยียวยาต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement