วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ไพบูลย์' จี้ดีเอสไอสอบ 'สมเด็จช่วง' ปมปาราชิกธัมมชโย

"ไพบูลย์ นิติตะวัน" ยื่นดีเอสไอตรวจสอบการทำหน้าที่ของ "สมเด็จช่วง" ที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปมปาราชิก "ธัมมชโย" คาดอาจเข้าข่ายเอี่ยวคดีสหกรณ์ฯ คลองจั่น

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ก.พ.59 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พร้อม นพ.มโน เลาหวณิช อดีตพระลูกวัดวัดพระธรรมกาย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และประธานกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุม มส. ซึ่งมีสมเด็จช่วงเป็นประธานการประชุม ได้มีมติรับรองเห็นชอบรายงานตามที่รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า มส.ไม่สามารถดำเนินการตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากคดีของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย สิ้นสุดในคณะผู้พิจารณาชั้นต้นแล้ว จึงถือว่าพระธัมมชโยไม่ได้อาบัติปาราชิก โดย มส.ไม่มีอำนาจยกมาพิจารณาเอง ตนจึงเห็นว่ามติของ มส.ดังกล่าว เป็นการปฏิเสธที่จะดำเนินการตามที่ดีเอสไอมีหนังสือแจ้งไปให้พิจารณาดำเนินการให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิก ตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า กรณีที่อ้างว่าการดำเนินการให้เป็นไปตามพระลิขิตได้สิ้นสุดไปแล้วนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นกรณีที่ นายมาณพ พลไพรินทร์ และนายสมพร เทพสิทธา เป็นโจทย์ยื่นฟ้องพระธัมมชโย ว่าล่วงละเมิดพระธรรมวินัยด้วยการบิดเบือนหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา รวมถึงการยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงและหลอกลวงประชาชน ซึ่งในเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 8 โดยหลังจากปี 2542 แล้ว ยังไม่ได้มีการดำเนินการตามกฎหมาย แต่เมื่อ มส. มีมติแล้วเบี่ยงเบนเรื่อง โดยอ้างว่าเป็นเรื่องเดียวกันนั้น จึงเห็นว่าน่าจะมีปัญหาการดำเนินการเรื่องความชอบด้วยกฎหมาย

"เมื่อไปดูแล้วสมเด็จช่วงได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระธัมมชโยอย่างยิ่ง มีหลักฐานปรากฏในสื่อสาธารณะรับทราบกันโดยทั่วไปว่ามีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกันหลายประการ ดังนั้น จึงเห็นว่าสมเด็จช่วงเป็นกรรมการ มส. มาก่อนปี 2542 แล้ว ปัจจุบันสมเด็จช่วงก็เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และยังเป็นประธาน มส. ดังนั้นจึงมีความเชื่อและสงสัยมากว่าสมเด็จช่วงอาจเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ เนื่องจากไม่อยากให้พระธัมมชโยต้องสละสมณเพศจากพระลิขิต จึงให้การช่วยเหลือบ่ายเบี่ยงไม่ให้ต้องดำเนินการ

การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามกฎหมายมาตรา 157 และความผิดฐานอื่นหรือไม่ และขอให้ดีเอสไอรับกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นความผิดที่อาจเกี่ยวพันกับกรณีสอบสวนพระธัมมชโยร่วมกันฟอกเงินหรือรับของโจรจากสหกรณ์ฯ คลองจั่น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ยังมีข้อกฎหมายที่คำพิพากษาศาลฎีกาบอกไว้ว่า คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพระภิกษุ พระปกครอง ก็คือ มส. จะไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐในนิยามของ ป.ป.ช. แต่อยู่ในอำนาจของดีเอสไอ จึงเดินทางมายื่นหนังสือในวันนี้" นายไพบูลย์ กล่าว

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า จะนำเรื่องไปพิจารณาก่อนนำเรื่องเสนอให้กับอธิบดีดีเอสไอต่อไป ส่วนหนังสือที่ พศ. จะส่งผลการประชุมกรณีพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ ที่พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกนั้น ล่าสุดทาง พศ. ยังไม่ได้ส่งหนังสือชี้แจงดังกล่าวมา ดีเอสไอรอหนังสืออยู่ นอกจากนี้ดีเอสไอเตรียมแถลงข่าวผลสอบรถยนต์เบนซ์ โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพฯ ของสมเด็จช่วง ในวันที่ 18 ก.พ.นี้.