วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอหิภิกขุอุปสัมปทา กับ วันมาฆบูชา

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก และต้องถือโอกาสนี้สวัสดีและอวยพรให้มีความสุขในวันหยุดยาวครั้งแรกของปี 2559 ด้วยนะคะ ทำงานกันมาเดือนกว่าได้เจอวันหยุดติดต่อกัน 3 วันสักครั้งหนึ่งแบบนี้ ในฐานะของมนุษย์ทำงานเรียกว่าช่างชื่นอกชื่นใจเสียนี่กระไร

ใช่แล้วค่ะ ไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้มาพร้อมกับวันหยุดยาวเนื่องในวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกหนึ่งวัน นั่นคือ วันมาฆบูชา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เมื่อรวมกับ เสาร์ 20 อาทิตย์ 21 ก็เบ็ดเสร็จ 3 วันสบายๆ  จริงๆ พูดถึงวันมาฆบูชานี้ คุณครูลิลลี่เคยพูดถึงในไทยรัฐออนไลน์ไปหลายครั้งหลายหน ในแง่มุมแตกต่างกันไป วันนี้ในฐานะที่มาเจอกันตรงวันแบบนี้ขอหาแง่มุมใหม่ของวันมาฆบูชามานำเสนอกันอีกสักครั้งก็แล้วกันนะคะ

พูดถึงวันมาฆบูชานี้ หากเราเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน จะพบว่า มาฆะ เป็นคำนาม แปลว่า ชื่อเดือนที่ 3 แห่งจันทรคติ ตกราวเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนคำว่า มาฆบูชา เป็นคำนามแปลว่า การทำบุญพิเศษทางพระพุทธศาสนาในวันเพ็ญเดือนสาม เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญซึ่งประกอบด้วยองค์ 4 ประการ คือ

1. วันเพ็ญดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ นั่นคือ การที่ดวงจันทร์เดินทางมาถึงดาวฤกษ์ที่ชื่อ มฆะ
2. คือ การที่พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
3. พระสงฆ์ที่มาประชุมนั้นล้วนได้รับเอหิภิกขุอุปสัมปทา
4. ท่านเหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น

เพราะเหตุสำคัญ 4 ประการนี้เองจึงมีชื่อเรียกกันว่าเป็น “วันจาตุรงคสันนิบาต” ค่ะ คุณผู้อ่านที่รักคะ เรากลับไปที่ความสำคัญประการที่ 4 เกี่ยวกับคำว่า พระอรหันต์ พูดถึงคำว่า พระอรหันต์ คำนี้ก็มีผู้สงสัยใคร่รู้อยู่มากมายว่าจริง ๆ แล้ว อ่านว่า ออ-ระ-หัน หรือ อะ-ระ-หัน กันแน่ มาฟังกันชัดๆ แน่ๆ ทางนี้ค่ะ

เกี่ยวกับข้อสงสัยนี้ ถ้าเราไปเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มล่าสุด เราจะเจอคำว่า อรหัน ก่อนค่ะ ถ้าเป็นคำนี้ จะอ่านว่า ออ-ระ-หัน นะคะ ไม่มี ต เต่า ตามมา คำนี้ เป็นคำนามแปลว่า สัตว์ในนิยาย มี 2 เท้า มีปีกคล้ายนก หัวคล้ายหัวคน เรียกว่าเป็นผู้วิเศษนั่นเอง แต่ถ้าเป็นคำที่เราสงสัยกันนั้น คือ อรหันต์ คำนี้ ในพจนานุกรมเล่มล่าสุดบอกว่า อ่านว่า ออ-ระ-หัน หรือ อะ-ระ-หัน ก็ได้ค่ะ คำนี้เป็นคำนามแปลว่าชื่อพระอริยบุคคลชั้นสูงสุดใน 4 ชั้น คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และ พระอรหันต์

ส่วนอีกหนึ่งคำที่กล่าวมาและถ้าจำไม่ผิดคุณครูลิลลี่ไม่เคยอธิบายคำนี้มาก่อนก็คือ คำว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา เพราะอย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าจริงๆ แล้วคุณครูลิลลี่พูดถึงวันมาฆบูชามาเกือบทุกปี แต่ละปีก็จะมีแง่มุมในการนำเสนอเรื่องราวของภาษาไทยที่แตกต่างกันไป ใหม่บ้างเก่าบ้างย้ำเตือนความจำกันอีกทีบ้าง แต่คำนี้น่าจะยังไม่เคยเอ่ยถึงมาก่อน เอาเสียในคราวนี้ก็แล้วกันค่ะ คำว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา เป็นชื่อเรียกวิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในสมัยพุทธกาลยุคต้นๆ โดยพระพุทธเจ้าทรงประทานให้ด้วยพระองค์เอง โดยการตรัสว่า เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว ท่านจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด ว่ากันว่า ตรัสเพียงเท่านี้ ก็เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนาแล้ว และเพราะคำตรัสขึ้นต้นว่า เอหิ ภิกขุ จึงเรียกการอุปสมบทแบบนี้ว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา และเรียกผู้ได้รับการอุปสมบทว่า เอหิภิกขุ ค่ะ ตามประวัติศาสตร์แล้ว การอุปสมบทแบบนี้พระพุทธเจ้าทรงประทานแก่พระอัญญาโกณฑัญญมหาเถระเป็นท่านแรก จึงถือว่าท่านเป็นปฐมสาวกหรือเป็นปฐมเถระในพระพุทธศาสนาด้วยค่ะ  

ต่อมาเมื่อมีผู้มาขอบวชมากขึ้นพระพุทธองค์จึงได้ทรงเลิกวิธีอุปสมบทแบบนี้ และทรงเปลี่ยนวิธีใหม่เป็น ติสรณคมนูปสัมปทา จนกระทั่งมาถึงวิธีญัตติจตุตถกรรมวาจาในปัจจุบันค่ะ ไว้มีโอกาสจะนำมาเสนอโดยละเอียดอีกครั้งนะคะ เอาล่ะค่ะ วันหยุดยาวแบบนี้พักผ่อนกันให้เต็มที่ เอาความรู้ภาษาไทยดีๆ มาฝากกันแบบเบาๆ ให้พอหัวสมองได้ทำงานกันสักหน่อยแล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

instagram : kru_lilly
facebook : ครูลิลลี่

คุณครูลิลลี่