วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มติ สปท. 160 เสียง เห็นชอบรายงานใช้กองทุนน้ำมัน–พ.ร.บ.กองทุน

มติ สปท. 160 เสียง เห็นชอบ รายงานใช้กองทุนน้ำมันและ พ.ร.บ. กองทุน เพื่อเป็นเครื่องมือรักษาระดับราคาน้ำมัน ปิดทางเอากองทุนไปหาเสียง ปล่อยให้กองทุนติดลบนับแสนล้าน เหมือนการเมืองยุคก่อน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 59 เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระพิจารณารายงานบทบาท หน้าที่ และการใช้ประโยชน์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน

โดย พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช รองประธาน กมธ. คนที่ 1 กล่าวรายงานว่า เนื่องจากกองทุนน้ำมัน มีบทบาทมากในการกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด ซึ่งยังคงมีข้อกังขาถึงความเหมาะสมการใช้กองทุนเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลยุคต่างๆ ซึ่งทาง กมธ. ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีเหตุผล คือ เพื่อการบริหารกองทุนน้ำมันให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีส่วนร่วม และป้องกันการแทรกแซงการใช้กองทุนฯ เกินวัตถุประสงค์

ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะผันผวน มีผลต่อราคาขายปลีก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องรักษาระดับราคา เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชน นอกจากนี้ ยังได้กำหนดมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยมีระยะเวลาและวงเงินที่ใช้ในการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างชัดเจน

ภายหลังสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธาน กมธ. ชี้แจงว่า กองทุนนี้ตั้งขึ้นเพราะเราประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาน้ำมันมีการผกผัน จนประชาชนชนได้รับผลกระทบ ดังนั้น กองทุนดังกล่าวมีไว้เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบกับประชาชน แม้ขณะนี้ราคาน้ำมันจะถูกก็ตาม แต่เราก็ต้องเตรียมการไว้ให้พร้อม ถ้ายกเลิกกองทุนดังกล่าว รัฐก็จะไม่มีเครื่องมือจำเป็นไว้ใช้ได้ทันท่วงที ประกอบกับที่ผ่านมา กองทุนนี้มีคณะกรรมการเป็นภาครัฐ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในร่าง พ.ร.บ. นี้เปิดให้มีคณะกรรมการมาจากผู้ทรงคุณวุฒิด้วย ดังนั้นในภาพรวมการทำงานของคณะกรรมการ จะช่วยให้กองทุนไม่ติดลบเหมือนอย่างบางยุค ที่ปล่อยให้กองทุนน้ำมันติดลบ เพราะมีการหาเสียง ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ถือว่าเกี่ยวข้องกับการเงิน จำเป็นต้องส่งให้ ครม.รับรองก่อน

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบกับรายงานและร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวด้วยคะแนน 160 ต่อ 4 งดออกเสียง 8 คะแนน โดย กมธ. จะนำความเห็นและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงก่อนเสนอให้ประธาน สปท. และ ครม. พิจารณาต่อไป.