ย้ำป่วยเรื้อรังควรกินยาต่อเนื่องป้องกันโรคไต - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ย้ำป่วยเรื้อรังควรกินยาต่อเนื่องป้องกันโรคไต

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ก.พ. 2559 05:30
374 ครั้ง


ผศ.พญ.รัตนา ชวนะสุนทรพจน์ อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวในเวทีเสวนา “เมื่อฉันไม่อยากเป็นโรคไต” ในงานอายุรแพทย์ศิริราชพบประชาชน 2559 “เมื่อหมอขอแชร์...ข้อเท็จจริงทางสุขภาพจากโลกโซเชียล” ว่า โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดี จะส่งผลให้เกิดภาวะไตเสื่อมหรือโรคไตเรื้อรังได้ ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยเบาหวานและความดันมารักษาด้วยโรคไตจำนวนมาก สาเหตุหนึ่งคือไม่ยอมรับประทานยา อ้างว่าต้องรับประทานตลอดทำให้เกิดพิษต่อไต ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เพราะการรับประทานยาเบาหวานและความดันช่วยควบคุมอาการให้ดีขึ้น ไตก็จะเสื่อมช้าลง ข้อกังวลว่ารับประทานยาแล้วทำให้ไตเสื่อมลงนั้น หากเป็นยาทั่วไป ยาปฏิชีวนะ ถ้าไม่เกิดอาการแพ้ก็ไม่ทำให้การทำงานของไตลดลง ยกเว้นแต่ยาชุดแก้ปวดเข่า แก้เอ็นและข้ออักเสบ ซึ่งทำให้การทำงานของไตลดลง รวมถึงสมุนไพรบางอย่างและมักกินแบบเข้มข้น เช่น มะเฟือง ตะลิงปลิง

ผศ.พญ.รัตนา กล่าวว่า ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียที่ระบุว่าหากปวดหลังเป็นสัญญาณอันตรายของโรคไตนั้น จริงๆสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไต อย่าง เบาหวานและความดันไม่สามารถสังเกตได้นอกจากตรวจปัสสาวะ ส่วนอาการปวดหลังกว่าร้อยละ 80 ไม่ได้เกี่ยวกับโรคไต ที่เกี่ยวกับไตมี 3 อย่าง และไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง คือ 1.กรวยไตอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อของกรวยไต สาเหตุมาจากการอั้นปัสสาวะ 2.ถุงน้ำหรือซีสต์ขนาดใหญ่ขยายทำให้เยื่อหุ้มไตห่างออกจนเกิดอาการปวดตื้อๆ บริเวณหลังใต้ซี่โครง และ 3.มีนิ่วอุดท่อไต มักพบนิ่วหลุดเข้าไปในท่อไตข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้ปวดหลังข้างเดียว ส่วนข้อมูลที่แชร์กันว่ามียาบำรุงไตหรือล้างไตได้นั้น ทางการแพทย์แผนปัจจุบันไม่มีข้อมูลว่าสามารถทำได้ มีแต่ทำอย่างไรไม่ทำให้เป็นโรคไตเร็วขึ้น.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    33.3%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    33.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    33.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement