วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทอท.ทดสอบด้านเทคนิค อาคารใหม่สนามบินภูเก็ต เป็นเกตเวย์อันดามัน

ภาพจาก ท่าอากาศยานภูเก็ต

สนามบินภูเก็ตทดสอบด้านเทคนิคเที่ยวบินแรก First Technical Flight กับอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ โดยมีผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.เป็นประธาน ให้การต้อนรับผู้โดยสารสายการบินไทย จากฮ่องกง ประเดิมเป็นเที่ยวแรก...  

เมื่อเวลา 12.55 น.วันที่ 14 ก.พ.ที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต อ.ถลาง นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เป็นประธานเปิดกิจกรรมทดสอบด้านเทคนิคเที่ยวบินแรก (First Technical Flight) โดยมีนางมนฤดี เกตุพันธ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต-ผู้บริหารท่าอากาศยานภูเก็ต ตลอดจนพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการสายการบิน ร้านค้าในท่าอากาศยานภูเก็ตและผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับผู้โดยสารสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 609 จำนวน 374 คน จากประเทศฮ่องกง ซึ่งใช้บริการอาคารผู้โดยสาร เป็นเที่ยวบินแรก


นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ท่าอากาศยานภูเก็ตภายใต้การบริหารงานของ ทอท.ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคใต้ โดยได้กำหนดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ (Strategic Positioning) ให้ท่าอากาศยานภูเก็ต(ทภก.) เป็น Gateway to the Andaman ซึ่งในปีงบประมาณ 2558 ทภก.ให้บริการเที่ยวบิน 82,000 เที่ยวบิน และผู้โดยสาร 12,538,042 คน สูงกว่าปีงบประมาณ 2557 คิดเป็นร้อยละ 10.07 และ 11.19 ตามลำดับ และในไตรมาสแรกของปี 2559 (ตุลาคม 2558 – ธันวาคม 2558) ให้บริการเที่ยวบิน 23,055 เที่ยวบิน ผู้โดยสาร 3,385,527 คน สูงกว่าระยะเดียวกันของปีงบประมาณ 2558 ร้อยละ 13.59 และ 10.47 ตามลำดับ และปัจจุบัน ทภก.รองรับเที่ยวบินประมาณ 250 เที่ยวบินต่อวัน มีผู้โดยสารใช้บริการเป็นจำนวนกว่า 50,000 คนต่อวัน ขณะที่มีสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมด 53 สายการบิน

"จากการที่ปริมาณการจราจรทางอากาศของ ทภก.เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทอท.ได้มีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ประกอบด้วย งานก่อสร้างทางขับและลานจอดท่าอากาศยาน งานก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบเติมน้ำมันอากาศยานทางท่อ งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 5 ล้านคนต่อปี งานก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ งานก่อสร้างอาคารสำนักงาน งานปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมเป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ งานก่อสร้างอาคารคลังสินค้า งานก่อสร้างอาคารบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น งานก่อสร้างอาคารสถานีดับเพลิงและกู้ภัย งานก่อสร้างระบบถนนภายในท่าอากาศยาน งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคท่าอากาศยานและงานก่อสร้างอาคารสำนักงานส่วนบำรุงรักษา และคลัง ทภก.โดยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มศักยภาพของ ทภก.ให้รองรับผู้โดยสารได้จาก 6.5 ล้านคน เป็น 12.5 ล้านคนต่อปี"

นายนิตินัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่แล้วเสร็จเกือบสมบูรณ์ และเพื่อให้อาคารผู้โดยสารดังกล่าวเปิดให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทอท.จึงแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสาร ทภก.หลังใหม่ (Operational Readiness and Airport Transfer : ORAT) เพื่อเตรียมความพร้อมองค์ประกอบทุกด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น ความพร้อมของการปฏิบัติการ การบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก บุคลากรของ ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและประกอบการในอาคารผู้โดยสาร ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ และหลังจากทดสอบระบบด้านเทคนิค หรือ First Technical Flight แล้วจะมีการทดสอบระบบโดยใช้เวลาอีก 60 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า หากมีการย้ายเที่ยวบินระหว่างประเทศไปให้บริการยังอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่จะมีความสมบูรณ์และสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง โดย ทอท.ได้กำหนดเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่อย่างเป็นทางการได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2559


ขณะที่นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่ ทอท.ได้มีดำเนินงานก่อสร้างตามโครงการพัฒนา ทภก. (ปีงบประมาณ 2553 – 2557) โดยได้มีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มเติมอีก 1 อาคารนั้น ผู้รับจ้างได้กำหนดส่งมอบงานตามสัญญาจ้างในสาระสำคัญส่วนใหญ่ในวันที่ 14 ก.พ.จึงได้ทำการทดสอบระบบภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เฉพาะขั้นตอนกระบวนการให้บริการผู้โดยสารขาเข้า

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมของแผนการตรวจสอบมาตรฐานท่าอากาศยาน เพื่อรองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยได้เตรียมรวบรวมข้อมูล เช่น แผนการปรับปรุงคู่มือการปฏิบัติงาน (Standard of Procedures : SOP) และอื่นๆ เพื่อส่งให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยตรวจสอบมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัย มาตรฐานด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ มาตรฐานด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบไปพร้อมกับระบบงานต่างๆ ตามลำดับ และ ทภก.ยังได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า ร้านอาหาร และบริการที่หลากหลายภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ใช้บริการอีกด้วย.