'ปชป.' จี้ 'กรธ.' ปรับร่างฯ ปม 'สิทธิเสรีภาพ-ปราบโกง' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'ปชป.' จี้ 'กรธ.' ปรับร่างฯ ปม 'สิทธิเสรีภาพ-ปราบโกง'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.พ. 2559 17:52
730 ครั้ง


"ปชป." แนะ "กรธ." แก้จุดด้อย ร่าง รธน. เรื่อง "สิทธิ-เสรีภาพ" เพื่อสร้างหลักประกันคุ้มครองแก่ ปชช. ติงเน้นปราบแต่นักการเมืองโกง ไม่เขียนปราบ ขรก.เลวบ้าง ชี้เขียนปิดทุกช่องแก้ไข รธน.อาจทำให้ถูกฉีกอีกรอบ

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 59 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังอยู่ในระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ เพื่อปรับปรุงแก้ไขเป็นร่างฉบับสมบูรณ์ก่อนลงประชามติว่า แม้ร่างรัฐธรรมนูญนี้มีจุดเด่นในเรื่องความพยายามที่จะป้องกันปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันแล้ว แต่มีจุดด้อยที่ควรถูกปรับปรุงแก้ไข คือ หมวดที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ ดังนี้ 1. โครงสร้างด้านสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิที่เกี่ยวกับชุมชนถือว่าถอยหลัง ไม่มีบัญญัติชัดเจนทำให้ไม่มีหลักประกันในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิชุมชน 2. บทบัญญัติเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่มีความชัดเจน ทั้งที่เคยมีหลักวางไว้แล้ว 3. สิทธิในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังขาดหลักการสำคัญจึงอยากฝากถามว่า ในเมื่อในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มีความชัดเจนสามารถนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติที่ได้ผลมาแล้ว ทำไมจึงไม่รักษาความชัดเจนเหล่านี้ไว้ ดังนั้นขอเรียกร้องให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในหมวดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพให้มีความชัดเจน พร้อมที่จะนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์มากที่สุดต่อไป

ด้าน นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเห็นว่ามีหลายมาตราในร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ. ยังเขียนไม่ชัดเจน และมีข้อความขัดแย้งกัน ซึ่งควรมีการแก้ไข โดยตนมีข้อโต้แย้ง คือ 1. กรณีที่ กรธ.บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง ซึ่งตนสนับสนุนและเห็นด้วยเพราะในร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างเข้มข้น แต่ควรเขียนเพิ่มเติมคือ ตัวบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามการทุจริต และจะต้องเขียนกรอบวิธีการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระที่มีหน้าที่ปราบปรามทุจริตว่า จะใช้เวลาในการจัดทำคดีแต่ละคดีนานเท่าใด แต่ กรธ.เขียนบทบัญญัติจัดการแต่นักการเมือง แต่ไม่มีเขียนไว้สำหรับกรณีของข้าราชการที่กระทำทุจริต นอกจากนี้ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอข้อมูลด้วยการใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งไม่ได้ระบุว่าถ้าไม่ให้ความร่วมมือจะมีบทลงโทษอย่างไร ส่วนวิธีการได้มาของ ส.ว.ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งอาจเปิดช่องให้ผู้มีอำนาจและอิทธิพลเท่านั้น สำหรับกรณีของ ส.ส.นั้น กรธ.บอกว่านายทุนครอบงำพรรคการเมือง และนายทุนอยู่ในบัญชีรายชื่อ แต่กลับเพิ่มจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ นอกจากนี้ การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ตนเห็นว่าการใช้บัตร 2 ใบจะตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชนและป้องกันการซื้อเสียง เพราะการซื้อเสียงมาจาก ส.ส.เขตซึ่งพยายามเอาตัวรอด แต่กลับเอาคะแนนที่ได้จาก ส.ส.เขตไปคิดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบจะมีความยุ่งยากน้อยกว่า

"ประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น ไม่มีทางแก้ไขได้เลยเพราะเขียนปิดทุกช่องทาง ซึ่งต้องยอมรับว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้เกิดในช่วงรัฐประหาร ซึ่งไม่มีรัฐธรรมนูญใดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การกำหนดว่าการลงมติในวาระที่ 3 ต้องได้เสียงจาก ส.ส.ไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของทุกพรรคที่มี ส.ส. ผมคิดว่า กรธ.ไม่เคยลงเลือกตั้ง เพราะทุกพรรคการเมืองเวลาจะโหวต เขาต้องประชุมพรรคแล้วโหวตไปในทางเดียวกัน ดังนั้น เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ หนทางเดียวคือฉีกรัฐธรรมนูญ ก็เหมือนกับมีการรัฐประหารไปเรื่อยๆ" นายวิลาศ กล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    42.9%
  • ไม่ชอบ
    4.1%
  • สนุก
    28.6%
  • ประหลาดใจ
    2.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    22.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement