ธีรภัทร์ แนะ คสช. เสนอจัด ลต.ทันที หากคิดว่าประชามติจะไม่ผ่าน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ธีรภัทร์ แนะ คสช. เสนอจัด ลต.ทันที หากคิดว่าประชามติจะไม่ผ่าน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.พ. 2559 15:57
1,140 ครั้ง


ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธาน สพม.ส่งข้อเสนอให้กรธ.15 ก.พ.นี้ พบหลายจุดบกพร่อง ปล่อยไว้ทำให้เกิดปัญหาการเมืองอีก ชง คสช.ถ้าคิดว่า ร่างรธน.ไม่ผ่าน แนะ กระโดดข้ามจัดเลือกตั้งทันที

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สภาพัฒนาการเมือง(สพม.) นายธีรภัทร เสรีรังสรรค์ ประธาน สพม. แถลงถึงมติของสพม. ต่อร่างรัฐธรรมนูญว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยังมีข้อบกพร่องหลายประการ และไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้เป็นรัฐธรรมนูญปกครองประเทศ ข้อบกพร่องของร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนี้ เป็นปัญหาเชิงหลักการ หากยังนำเอาหลักการตามร่างนี้ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาการเมืองและการปกครองในอนาคต สพม.จึงมีความเห็น ดังนี้

ประเด็นสิทธิและเสรีภาพ ที่ยังมีความคลุมเครือขาดความชัดเจน จึงอยากให้ปรับปรุงแก้ไขหมวดว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพให้ชัดเจน และต้องไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตามที่เคยบัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ 40 และ 50 ส่วนการที่ กรธ.กำหนดใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือก ส.ส.เขต และนำคะแนนไปคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือเป็นการบังคับให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ต้องลงคะแนนให้กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อซึ่งสังกัดพรรคเดียวกับที่ลงคะแนนให้กับ ส.ส.เขต ซึ่งขัดต่อทฤษฎีเลือกตั้ง ขัดเจตนารมย์และขัดหลักสากล นอกจากนี้ ยังเห็นว่า วิธีการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่กำหนดให้มาจากผู้แทนสาขาอาชีพ เป็นการนำหลักการตัวแทนกลุ่มอาชีพมาทำหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ของกลุ่มอาชีพ ไม่เป็นไปตามหลักการที่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย โดยเห็นควรให้ ส.ว.เลือกตั้งโดยตรง

ประธาน สพม. กล่าวว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่า การที่ย้ายมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 มาบัญญัติให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการบิดเบือนไปจากประเพณีการปกครอง และยังเป็นการช่วงชิงพระราชอำนาจของกษัตริย์ มาเป็นของศาลรัฐธรรมนูญด้วย ขณะเดียวกัน ยังไม่เห็นด้วย กับการยังไม่เห็นด้วยกับกรธ.ที่กำหนดหลักการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแบบปิดตาย โดยเฉพาะการกำหนดให้ ส.ส. จากทุกพรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละพรรค ต้องให้ความเห็นชอบโดยข้อเสนอทั้งหมดจะนำส่งให้ กรธ.ในวันที่ 15 ก.พ.

"ในฐานะส่วนตัวผมอยากเสนอความเห็นเพิ่มเติม ว่า 1.หากร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว แต่พบว่า ยังไม่เป็นที่พอใจของประชาชน ไปให้ประชาชนลงประชามติแล้วไม่ผ่านความเห็นชอบ ผมคิดว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะเป็นผู้แต่งตั้ง กรธ.ชุดนี้ เข้ามาทำหน้าที่ และขอตั้งคำถามว่า เมื่อถึงจุดนั้น คสช. จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร

2.หากจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามตินั้นตนไม่ขัดข้อง แต่ขอเสนอให้ระบุเพิ่มเติมไปด้วยว่า ”อย่างน้อยต้องมีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิประชามติมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดด้วย” เพราะถ้าประชาชนออกมาใช้สิทธิไม่ถึงกึ่งหนึ่งต่อให้เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ก็ถือว่า ผ่านไม่ได้

ยกตัวอย่าง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 48 ล้านคน กึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มาใช้สิทธิต้องมากกว่า 24 ล้านคน ถ้ามาแค่ 10 ล้านคน แล้ว 8 ล้านคนเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่า ไม่ผ่านการทำประชามติ เพราะต้องมีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด จึงขอฝากผู้มีอำนาจได้พิจารณาเพราะหากจะปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ก็อย่าคิดแก้ไขแค่เพียงประเด็นเดียว” นายธีรภัทร์ กล่าว

นายธีรภัทร์ กล่าวอีกว่า 3. การที่รัฐบาลบอกว่า จะแก้ไขจำนวนการแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญกับประชาชนมาเป็นอย่างกว้างขวางทั่วถึงทุกช่องทาง จากเดิมกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของครัวเรือนนั้น โดยอ้างว่าประชาชนไม่อ่าน ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองนั้น ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะแก้ไขประเด็นนี้ เมื่อรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) กำหนดไว้อย่างไร ก็ต้องดำเนินการเช่นนั้น จะไปคิดล่วงหน้าว่า ประชาชนอ่านหรือไม่อ่าน ไม่ได้

4.รัฐบาลไม่ควรปิดกั้น หรือ ขัดขวางการแสดงความเห็นของประชาชน เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ควรเปิดเวทีจัดเสวนาได้อย่างอิสระ เพราะหากขัดขวางก็จะเป็นอันตรายทำให้ประชาชนออกมาต่อต้าน และ 5. ทางออกที่ดีที่สุดของเวลานี้ ถ้า คสช.เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญมีแนวโน้มไม่ผ่านประชามติ อย่าไปเสียเวลาเลย ควรเร่งจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด หากถามว่า จะจัดการเลือกตั้งโดยเร็วได้ด้วยวิธีการอย่างไรนั้น ขอให้มาถามตนได้ พร้อมยินดีบอก ไม่ใช่เรื่องยากเลย วิธีการนี้จะเป็นการลงจากอำนาจที่สวยงาม เป็นการลงจากหางเสือโดยที่ไม่บาดเจ็บ ประชาชนก็จะให้การยกย่อง และชมเชย และขอย้ำว่า ตนไม่ได้กลัวการสืบทอดอำนาจ แต่ให้ความสำคัญกับวิกฤติทางการเมือง ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ควรเร่งหาทางออกโดยไม่ต้องรอถึงปี 2560 ปีนี้ก็สามารถจัดการเลือกตั้งได้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    82.9%
  • ไม่ชอบ
    0.7%
  • สนุก
    7.2%
  • ประหลาดใจ
    6.5%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    2.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement