วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมาหนักมาก! ไฟไหม้บ้านไม่รู้สึกตัว ตื่นอีกทีรู้สึกร้อน ลุกลาม 3 หลัง

ไฟไหม้บ้านเรือนชาวบ้าน จนท. ดับเพลิงพร้อมชาวบ้านช่วยกันดับไฟกว่า 2 ชม.เพลิงจึงสงบ พบบ้าน2หลังถูกไหม้วอด อีก1หลัง ได้รับความเสียหาย เจ้าของบ้านต้นเพลิงคอตก สารภาพเมาไม่รู้เรื่อง รู้สึกตัวอีกทีตอนร้อน จึงตื่นขึ้นมา 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 01.30 น. ในขณะที่ พ.ต.ท.รัฐพล เพ็ญสงคราม รอง ผกก.ป.กำลังนำเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสายตรวจในพื้นที่อยู่นั้นได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนบ้านหนองบัวแดง หมู่ที่ 5 ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ขณะนี้เพลิงกำลังลุกไหม้วอดไปหนึ่งหลังแล้วกำลังจะลามไปหลังที่สองและสาม ขอให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและช่วยเหลือด้วย

พ.ต.ท.รัฐพล เพ็ญสงคราม รอง ผกก.ป.หลังจากได้รับแจ้งเหตุแล้วรีบแจ้ง ร.ต.อ.นพล วงศ์พุฒิ พงส.พร้อมโทรแจ้ง เทศบาลตำบลหนองเม็ก อบต.หนองไผ่ อบต.พังงู และเทศบาลตำบลหนองหาน ออกมาสกัดดับเพลิงไหม้ บ้านเรือนชาวบ้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงแต่ละตำบลพร้อมชาวบ้านช่วยกับดับเพลิงอยู่นานประมาณ 2 ชั่วโมง ไฟจึงดับบ้านชาวบ้านถูกเผาวอดไปทั้งสองหลัง อีกหลังได้รับความเสียหาย บ้านเป็นบ้านไม้สองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ข้าวของเครื่องใช้ถูกเผาไปกับกองเพลิงค่าเสียหายเกือบล้านบาท

จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า บ้านหลังแรกที่เป็นต้นเพลิง คือ บ้านของนายหนูจีน ภูตะลุน อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 140 หมู่ที่ 5 ต.หนองไผ่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ในขณะเกิดเหตุ ตนได้กินเหล้ามาก็ขึ้นมาบนบ้านและได้เข้านอน กระทั่งรู้สึกตัวว่าร้อนมากจึงตื่นขึ้นมาพบ ว่า เพลิงกำลังลุกไหม้ จึงรีบออกจากบ้านไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน บ้านวอดไปทั้งหลัง และลุกลามไหม้บ้านข้างเคียง คือ บ้านเลขที่ 181 ซึ่งเป็นบ้านของนายหนูกัน ประทุมแสง และบ้านนายทราย หมื่นทอง บ้านข้างเคียง ขณะเกิดเหตุเจ้าของบ้านไปนอนที่ทุ่งนา ชาวบ้านโทรไปบอกรีบเข้ามาพบว่า บ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลัง พร้อมกับข้าวของเครื่องใช้

นายหนูจีน ภูตะลุน บ้านต้นเพลิง ขณะร้อยเวรสอบสวนอยู่ในอาการซึมและเสียใจ เหลือเพียงเสื้อผ้าติดตัวเท่านั้น หลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วได้ลงบันทึกประจำวันไว้ วันเดียวกัน เวลา 11.30 น.นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี พร้อมคณะทราบข่าวได้เดินทางมาที่บ้านที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ทั้งสามหลัง แสดงความเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ได้นำข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น มามอบให้ผู้เสียหาย และได้แจ้งว่า ทางจังหวัดจะช่วยเหลือในเบื้องต้น ครอบครัวละ 33,000 บาท.