กรธ.อัดสนช. มีวาระแฝง ขบวนพาเหรด ล้อแสบ'ทหาร' - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กรธ.อัดสนช. มีวาระแฝง ขบวนพาเหรด ล้อแสบ'ทหาร'

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ก.พ. 2559 05:30
4,618 ครั้ง


กรธ.เปิดกว้างกลุ่มคัดค้านส่งความเห็นหักล้าง รธน. “อมร” สับ สนช.-สปท.สายพันธุ์การเมือง แอบแฝง ชงรื้อสรรหา ส.ว.-ระบบเลือกตั้งเพื่อตัวเอง ลั่นไม่รื้อกติกาตามใจนักการเมืองกับพวกจ้องหาผลประโยชน์ “นิพิฏฐ์” ยุแบนยาว 20 ปีเครือข่ายรัฐประหาร ฉะดัน ส.ว.ลากตั้งยกเข่งหวังห้อยโหนอำนาจพิเศษ “อภิสิทธิ์” กระตุก กรธ.ปรับทัศนคติทบทวนที่มา ส.ว.-นายกฯคนนอก “จาตุรนต์” เฉ่ง รธน.ตีเช็คเปล่า เปิดช่องเติมเต็มระบบเผด็จการ “ปนัดดา” เหน็บใครว่านโยบายดีแล้วไม่โกง เด็ก พท.ป้อง “ปู” จ้อสื่อนอกไม่ได้ทำชาติเสียหาย ยกความเห็นอดีต ป.ป.ช.ชี้ข้าว 3.9 แสนตันไม่หาย องค์ประกอบความผิด ม. 157 ไม่ครบดิ้นสู้พ้นข้อหา “วรชัย” โวยข้าวไม่หาย นโยบายไม่ผิด จี้คืนสิทธิการเมืองให้ “ยิ่งลักษณ์” งัดปมกินหัวคิวขุดลอกแหล่งน้ำ อผศ.ท้า “บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 สอบพวกตัวเอง

หลังจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดให้ทุกภาคส่วนเสนอความเห็นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีข้อเสนอให้แก้ไข 5 ประเด็นสำคัญ อาทิ ส.ว. 200 คนมาจากการสรรหาทั้งหมด ล่าสุด นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. ระบุว่า กรธ.พร้อมจะปรับปรุงหากมีเหตุผลที่ดีกว่า แต่จะไม่ยอมปรับตามใจนักการเมืองหรือคนบางกลุ่มที่หวังผลประโยชน์เพื่อตัวเอง

กรธ.พร้อมปรับแก้ไขร่าง รธน.

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการทำงานของ กรธ.ว่า กรธ.จะนำเอาทุกเรื่องที่รับฟังมาคุยกัน หลังจากที่ทุกภาคส่วนได้ส่งความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญมายัง กรธ. วันที่ 16 ก.พ. จะเริ่มพิจารณาไล่เรียงไปตามหมวดและมาตราต่างๆ และเปรียบเทียบว่าในแต่ละหมวดแต่ละมาตรามีใครเสนอปรับแก้อย่างไรบ้าง หากประเด็นใดเป็นประโยชน์กับประชาชน และผู้เสนอให้แก้ไขให้เหตุผลที่ชัดเจนว่าดีกว่าที่ กรธ.คิด หรือหักล้างความคิดของเราได้ เราพร้อมจะปรับแก้ให้ตามข้อเสนอโดยไม่ขัดข้อง เรายังพร้อมจะรับฟังทุกความเห็นและข้อเสนอแนะทุกฝ่าย สามารถส่งเข้ามาได้ ยังมีเวลาจนถึง 15 ก.พ.

ซัด สนช.-สปท.แอบหวังผลประโยชน์

นายอมรกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เตรียมส่งให้ กรธ.เห็นว่าหลายเรื่องเป็นความเห็นที่น่าสนใจ แต่บางประเด็นที่คัดค้าน เช่น ที่มา ส.ว.หรือระบบการเลือกตั้ง คิดว่าบางท่านเป็นอดีตนักการเมือง ถึงจะใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมานำมาเป็นความเห็นและข้อเสนอแนะ แต่ข้อเสนอบางเรื่องยังมีผลประโยชน์กับตนเองอยู่บ้าง พอเราไปปิดกั้นหรือเปลี่ยนแปลงก็กระทบกับตัวเองจึงเกิดความไม่พอใจ ดังนั้นขอยืนยันว่า กรธ. จะไม่เอาใจนักการเมืองหรือใครทั้งนั้น หากไปตามใจพวกนักการเมืองหรือคนหวังประโยชน์ ปัญหาของประเทศมันไม่จบ ต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก หากเราจะปรับร่างรัฐธรรมนูญ คือเราเห็นว่าประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์ที่แท้จริง แต่จะไม่ปรับเพื่อประโยชน์ของคนเพียงแค่บางกลุ่มเท่านั้น

เสียงวิจารณ์ยังไม่มีการล้ำเส้น

ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญมีความหลากหลายก็จริง แต่ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุของการเคลื่อนไหวที่เกินขอบเขต เป็นเรื่องที่สังคมควรติดตามรับรู้ ถ้าเราอ่าน ฟังและคิดตาม จะเป็นความรู้ทำให้เข้าใจได้ว่า แต่ละคนแต่ละกลุ่มกำลังจะพาบ้านเมืองเราไปในทางใด ในวันที่ 17 ก.พ. คณะกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่าย คือ ครม. สนช.และ สปท.จะประชุมพิจารณาการศึกษาของส่วนราชการต่างๆต่อแนวทางปฏิรูปที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำไว้ เพื่อพิจารณาทำความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนความมั่นคง แผนปฏิรูปประเทศ ถ้าเรื่องใดเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปได้ทันที จะขอความเห็นชอบจากนายกฯและเสนอรองนายกฯแต่ละด้านขับเคลื่อนต่อไป

“ปนัดดา” แนะคานอำนาจสมดุล

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการส่งข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าส่งให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวบรวมเรียบร้อยแล้ว เสนอแนะเรื่องของการกระจายอำนาจ ในส่วนของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ที่ดูแล อยากเห็นภูมิภาคกับท้องถิ่น ทำงานคานอำนาจกันอย่างสมดุล ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลจังหวัด ยึดทำตามระเบียบข้อบังคับ อะไรที่สุดโต่ง กลายเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ ข้าราชการมีสิทธิ์โต้แย้งได้ รวมถึงเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนความเดือดร้อน อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐตอบสนองได้ทันท่วงที ให้การคุ้มครองความปลอดภัย ส่วนร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ อยู่ที่ประชาชนแล้ว วัดกันด้วยเสียงนั้น โดยผู้ที่เกี่ยวข้องนำเสนอข้อเท็จจริง

แม่น้ำ 5 สายย้ำเปลี่ยนประเทศดีขึ้น

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการตีพิมพ์เผยแพร่แผนภาพการบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และความเชื่อมโยงของแม่น้ำ 5 สาย ในหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ว่า รัฐบาลต้องการเน้นย้ำสร้างการรับรู้แก่ประชาชนทุกระดับทั้งคนไทยและต่างประเทศ ให้เข้าใจกระบวนการทำงานของรัฐบาล และแม่น้ำ 4 สาย ที่มุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น นายกฯ อยากให้ประชาชนศึกษาทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ยืนยันว่าทุกอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้น แต่อาจมีผู้พยายามบิดเบือนให้สังคมสับสน กล่าวหารัฐบาลต่างๆ นานา การวางกรอบกติกาทั้งหมด เพื่อเป็นหลักบริหารบ้านเมืองในวันข้างหน้ามีเป้าหมายชัดเจน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

“จาตุรนต์” สับ รธน.ฉบับตีเช็คเปล่า

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า รัฐธรรมนูญฉบับ กรธ.ไม่ได้บอกอะไรไว้ชัดเจน แต่เปิดให้ผู้มีอำนาจไปทำอะไรเพิ่มหลังผ่านประชามติแล้ว ที่ถึงเวลาเขียนตัวเลขลงเช็คมา ประชาชนคนเซ็นเช็คอาจตกใจจนช็อก แต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว ทั้ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ ยุทธศาสตร์ชาติการปฏิรูป ที่ คสช.และ สปท.ยัดเยียดให้ต้องใช้ไป 20 ปี เป็นเครื่องพันธนาการสังคมไทยให้ล้าหลังติดหล่มไปยาวนาน รวมถึงมาตรฐานจริยธรรม ที่นำไปสู่การถอดถอนและลงโทษ ขัดหลักการแบ่งแยกอำนาจ ที่ให้องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้กำหนด และให้เป็นผู้วินิจฉัยลงโทษเองด้วย โดยประชาชนมีส่วนร่วมน้อย แก้ไขได้ยากหรือบางส่วนอาจแก้ไม่ได้เลย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ ถ้าจะแก้คงใช้เวลาเป็นสิบปี เพราะถูกวางระบบป้องกันไว้ให้แก้ได้ยาก เหมือนกำลังให้ประชาชนเซ็นเช็คเปล่า เพื่อให้ระบบการปกครองที่เป็นเผด็จการถูกเติมเต็มนั่นเอง

ตำหนิเปิดช่องรัฐแทรกแซงสงฆ์

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีร่างรัฐธรรมนูญมีข้อความว่า “ในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา รัฐต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด” ว่าน่ากลัวและหมิ่นเหม่อย่างยิ่งรัฐหรือผู้มีอิทธิพลเหนือรัฐจะใช้เป็นเครื่องมือในการก้าวก่ายแทรกแซงและควบคุมกิจการของคณะสงฆ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงานภายใต้กฎมหาเถรสมาคม น่ากลัวและหมิ่นเหม่ต่อการที่รัฐจะฉวยโอกาสออกกฎหมายฆราวาสปกครองสงฆ์มาใช้บังคับเหมือนอย่างที่พยายามมาตลอดแต่ล้มเหลว กรธ.ควรทบทวนกลับไปใช้ข้อความเรียบง่ายสร้างสรรค์ ไม่กระทบกระเทือนผู้ใด

หมดปัญญาปั๊มจีดีพีก็รีบคืน ลต.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ระบุว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีหน้าที่ปั๊มจีดีพี แต่มีหน้าที่ปฏิรูป เรื่องปั๊มจีดีพีเป็นเรื่องรัฐบาลหน้านั้น ทุกรัฐบาลต้องมีหน้าที่ดูแลจีดีพี เครื่องวัดความสำเร็จการบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจ ชี้วัดความสุขของประชาชน หากอ้างว่ามาปฏิรูป ที่ผ่านมาไม่เห็นปฏิรูปอะไรได้ มีแต่ความเสื่อมทางเศรษฐกิจ ทั้งการส่งออกทรุด การลงทุนหดหาย ขนาดดิ้นรนแห่ไปญี่ปุ่นยังลงทุนลดลง 81 เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากบริหารไม่ได้ควรรีบจัดเลือกตั้งด้วยกติกาที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ประชาคมโลกจะได้ยอมรับ ประเทศจะได้เดินหน้าได้ เคยเตือนแต่แรกตอนปรับ ครม. แล้วว่าระวังคนเก่งๆ จะเสียคน และเชื่อว่าที่นายสมคิดต้องพูดแบบนี้ เพราะต้นสัปดาห์หน้าจะประกาศจีดีพีปี 2558 ที่แย่แค่ 3 เปอร์เซ็นต์ จะยังไม่ถึง ทั้งที่อัดเงินเข้าไปเป็นแสนล้านบาท

“จตุพร” โต้ครหาปลุกระดมการเมือง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูบถึงกรณี พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.ระบุให้หยุดบิดเบือนใช้ร่างรัฐธรรมนูญปลุกระดมทางการเมืองว่า ตนมีเหตุผลประกาศคว่ำร่าง เพราะเป็นสิทธิในการรณรงค์คว่ำประชามติ ไม่ได้บิดเบือนอะไร ถ้าไม่เป็นสิทธิ จะปล่อยให้ทำประชามติกันทำไม เหตุใดพอตนแสดงความเห็นจึงรับกันไม่ได้ แต่ฝ่ายตัวเองแสดงความเห็นไม่มีใครว่าอะไร ถ้าว่าตนบิดเบือนขอท้าให้ พ.อ.วินธัยไปออกรายการโทรทัศน์ร่วมกัน เพื่อให้ความเห็นร่างรัฐธรรมนูญ จะได้รู้ว่าบิดเบือนเรื่องอะไร การที่ พ.อ.วินธัยโจมตีตนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ คงต้องการสร้างกระแสกลบปัญหาโครงการขุดลอกคูคลองขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ที่มีกลุ่มคนอ้างชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไปหาผลประโยชน์ หากโฆษก คสช.ว่างมาก ควรพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปดูว่า อผศ. ทำได้จริงหรือไม่ สิ่งที่น่ารันทดคือ ทหารไปรบแขนขาขาดแทนจะได้รับการดูแลให้ดีกลับให้ไปขุดลอกคลอง นักรบต้องได้รับการดูแลอย่างดี แต่ทหารในห้องแอร์กลับได้ดีกว่า เชื่อว่าเรื่องนี้จะลุกลามและบานปลายกว่าโครงการอุทยานราชภักดิ์

“นิพิฏฐ์” ยุแบน 20 ปี ก๊วนรัฐประหาร

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอคณะกรรมาธิการสามัญศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ของ สนช.5 ข้อ ที่จะส่งไปยัง กรธ.ว่าที่นายกล้านรงค์ จันทิก รองประธาน กมธ. เป็นตัวแทน สนช.ตั้งคำถามเรื่องการห้าม คสช. ครม. สนช. และ สปท. สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.หรือเป็น ส.ว. เว้นแต่ลาออกภายใน 90 วัน หลังรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ ถือเป็นการจำกัดสิทธิการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่นั้น คนกลุ่มนี้ไม่เข้าใจคำว่าตัดสิทธิกับคำว่าให้สิทธิ กรธ.ไม่ได้เขียนตัดสิทธิ แต่ให้สิทธิ์ แต่ท่านต้องลาออกจากตำแหน่งขาดเงินเดือนเพียง 90 วันก่อนสมัคร แต่ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า คนอื่น เช่น สมาชิกสภาท้องถิ่นกับผู้บริหารท้องถิ่น อบต. อบจ. นายกฯเทศมนตรี มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่มีความผิดเลย แต่ถ้าอยากขยับมาลงสมัคร ส.ว.กลับต้องรอพ้นตำแหน่งไปก่อน 10 ปี แบบนี้ถึงจะเรียกว่าถูกตัดสิทธิอย่างอธิบายเหตุผลไม่ได้ “ผู้ที่พูดเรียกร้องได้ตำแหน่งมาจากการยึดอำนาจ รับเงินเดือนมา 2-3 ปี พอจะถูกตัดเงินเดือน 90 วัน ยังร้องแรกแหกกระเชอ เอาแต่เรียกร้องให้ตัวเอง แบบนี้ไม่ยุติธรรม คนเหล่านี้ควรต้องถูกตัดสิทธิสัก 20 ปี เพราะมีที่มาจากการยึดอำนาจ”

อัดชงลากตั้งห้อยโหนอำนาจพิเศษ

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ที่ สนช. เสนอให้มี ส.ว.สรรหา 100 เปอร์เซ็นต์ยกเข่งนั้น ไม่แปลกใจความคิดคนเหล่านี้ แทนที่จะบอกว่า ส.ว.ควรให้ประชาชนเลือกมาครึ่งหนึ่งหรือทั้งหมด คนพวกนี้กลับพาถอยหลังกลับไป 30-40 ปี เสนอแบบนี้เพราะชินชากับระบอบการแต่งตั้ง หวังห้อยโหนอำนาจพิเศษเข้ามาด้วยวิธีการสรรหา รู้ว่าถ้าเลือกตั้งไม่มีโอกาสแน่ แบบนี้เรียกว่า 1.ใช้เวทีสภาหาผลประโยชน์ตัวเอง 2.ไม่ปกป้องผลประโยชน์ให้กับคนกลุ่มอื่น ประชาชนต้องใช้สติปัญญาหน่อย ตอนฟังคนเหล่านี้

“วิรัตน์” ดันเลือกตรง ส.ว.ทั้งประเทศ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอความเห็นให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ข้อว่า ตนเห็นด้วยหลายประเด็น อาทิ ที่มา ส.ส.ที่ขอแก้ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กำหนดเขตเลือกตั้งใหญ่แบบเรียงเบอร์ ป้องกันการซื้อเสียง จะได้ ส.ส.มีคุณภาพ ที่เสนอให้ตัดอำนาจพรรคการเมือง เสนอชื่อนายกฯได้ 3 คนนั้นก็ดี ป้องกันประชาชนสับสน ซึ่งประชาธิปัตย์จะเสนอเพียงชื่อเดียวอยู่แล้วคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่มา ส.ว.ดีที่สุดต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ไม่ควรมีฐานที่มาซ้ำกับ ส.ส.ควรให้ผู้สมัครแต่ละกลุ่มอาชีพเลือกกันเองก่อน แล้วค่อยนำรายชื่อที่ได้มาให้ประชาชนเลือกตั้งตรงทั้งประเทศ จะได้ ส.ว.มีคุณภาพ ไม่ใช่ได้คนขับรถ

หนุนตั้งองค์กรผ่าทางตัน

นายวิรัตน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีเกิดวิกฤติทางตัน เช่น มีการล้มล้างรัฐธรรมนูญ มีการกระทำกระทบความมั่นคง กระทบสถาบันหลักของชาติ เห็นด้วยต้องมีองค์กรหนึ่ง มีอำนาจเหนือรัฐบาล และสภาฯมาทำหน้าที่ได้ แต่มีอำนาจและทำได้เฉพาะตอนวิกฤติเท่านั้น ไม่ใช่มีอำนาจตลอดเวลา เดี๋ยวจะเหมือน คปป.ที่หลายฝ่ายไม่เอา เพราะมีลักษณะเกิดรัฐซ้อนรัฐ ส่วนสิทธิของปวงชนชาวไทย ต้องไม่ด้อยกว่าปี 40-50 ขอให้ กรธ.หยิบคำว่า “สิทธิความเป็นมนุษย์” กลับมาเขียนไว้ เพราะในรัฐธรรมนูญปี 40-50 มี แต่ฉบับนี้หายไป เป็นสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญระดับนานาชาติมีกันหมด

“มาร์ค”จี้รื้อนายกฯคนนอก-ที่มา ส.ว.

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สถาบันพระปกเกล้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอความเห็นแก้ไขปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญว่า เห็นด้วยกับการปราบปรามการทุจริต แต่ควรเพิ่มกลไกการตรวจสอบในระบบรัฐสภา การถ่วงดุลอำนาจระหว่างองค์กรอิสระให้รัดกุมกว่านี้ และอยากให้นำเรื่องสิทธิเสรีภาพจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 มาปรับใช้ โดยเฉพาะหมวดสิทธิของประชาชน ควรคงไว้ตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เพราะไม่ได้เป็นปัญหาทำให้เกิดวิกฤติการเมือง ขณะนี้ประชาชนไม่พอใจและเกิดข้อกังขาประเด็นนี้มาก รวมถึงอยากให้ทบทวนเรื่องที่มาของ ส.ว. และนายกฯ คนนอกที่ควรจะบัญญัติให้เป็นข้อยกเว้นกรณีเกิดวิกฤติ นอกจากนี้สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือ หนทางที่บ้านเมืองจะเดินหน้าไปได้ในที่สุดคือ รัฐธรรมนูญผ่านการเห็นชอบโดยประชาชน และเป็นที่ยอมรับของประชาชน ขณะนี้ยังมีประชาชนบางส่วนยังไม่เห็นด้วย และอยากให้มีการปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์กว่านี้ ดังนั้น ประเด็นใดที่เป็นข้อทักท้วงอยากให้ปรับปรุงแก้ไข และชี้แจงในประเด็นที่ กรธ.ต้องการคงไว้ให้เกิดความชัดเจน การตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจขณะนี้ เนื่องจากเป็นร่างแรกอย่างที่เคยบอกไว้

หวัง กรธ.ปรับทัศนคติยอมแก้ไข

“อยากให้ปรับทัศนคติที่ว่าหากต้องการร่างรัฐธรรมนูญที่ปราบโกงจะต้องลดประชาธิปไตย แต่หากอยากได้ประชาธิปไตยต้องมีการโกง แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าให้เป็นประชาธิปไตยและปราบการทุจริตได้ด้วย ผมมองว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตยมากเกินไป จึงมีการแสวงหาอำนาจเพื่อตนเองและนำมาซึ่งการทุจริต อย่างไรก็ตาม ผมได้ส่งข้อเสนอแนะในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.แล้ว โดยหวังว่า กรธ. จะนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาประกอบการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญด้วย อยากให้ กรธ. แก้ไขให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้มีการเลือกตั้ง หรือรับเพราะไม่ทราบถึงผลที่จะตามมาหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการประชามติ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

“ปนัดดา” สับใครว่านโยบายดีไม่โกง

อีกเรื่อง วันเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำข้อความตอนหนึ่งในการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ธรรมาภิบาลสร้างชาติ ทุจริตล่มสลายชาติ” แก่คณะข้าราชการ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่พิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ วังวรดิศ มาโพสต์เฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้ใครบางคนพูดว่า เมื่อนโยบายดีหรือน่าใช้ได้ แต่ทำไมผู้นำนโยบายสู่การปฏิบัติถึงผิด ใครว่าแนวนโยบายดีแล้วไม่โกง ทุกคนคงไม่ลืมคำสอนอาจารย์ทางรัฐศาสตร์การปกครองที่ว่าทำไมบางสังคมเกิดการทุจริต เพราะผู้กำหนดนโยบายมีสิ่งอื่นเคลือบแฝงทางความคิด กระทำที่ไม่ใช่ธรรมาภิบาล ส่วนหนึ่งเกิดจากการถูกเอาอกเอาใจโดยบุคคลรอบข้างในทางที่ผิด ขาดความรู้ความเข้าใจหลักวิชาการว่าด้วยจริยธรรมทางการปกครอง หลงลืมตัวใช้ความคิดของตนกับพวกพ้องเป็นใหญ่กับอำนาจแบบสุดโต่ง ขาดความรับผิดชอบชั่วดี ถือเป็นภยันตรายอันดับแรกต่อหลักการปกครองแบบประชาธิปไตย

พท.ป้อง “ปู” ไม่ได้ทำชาติเสียหาย

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ระบุมีคนไปพูดกับสื่อต่างประเทศทำชาติเสียหายว่า ไม่แน่ใจว่าท่านผู้นำหมายถึงใครหรือเหตุการณ์ใด แต่ถ้าหมายถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ไม่รู้ว่าได้อ่านบทสัมภาษณ์ด้วยตัวเองทั้งหมด หรือมีคนแปลให้อ่าน อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ คนเป็นถึงอดีตนายกฯ มาจากการเลือกตั้ง ย่อมสำนึกในความไว้วางใจของประชาชน ไม่ทำอะไรให้ประเทศชาติเสียหายแน่นอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระมัดระวังท่าทีตลอดมา ประเทศไทยไม่ใช่ค่ายทหารที่จะสั่งซ้ายหันขวาหัน สั่งให้ใครพูดหรือไม่พูดอะไร คสช.บอกว่าจะเข้ามาสร้างความปรองดอง แต่ยิ่งเวลาผ่านไปกลับไม่เห็นอะไรนำไปสู่สิ่งนั้น มีแต่ความไม่ไว้วางใจ หวาดระแวง อาจกลาย เป็นความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นมา เห็นด้วยว่ากรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหานำพาประเทศฝ่าวิกฤติไปให้ได้ อย่าผูกขาดความรักชาติไว้เพียงผู้เดียวกลุ่มเดียวแล้วผลักคนอื่นเป็นผู้ไม่รักชาติ

ขอตรงไปตรงมาเลิกป้ายสีส่งเดช

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกฯ และประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางละเมิด รีบออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่าโครงการจำนำข้าวทำความเสียหายอย่างไรบ้าง คงถูกใครตำหนิมา การให้ข่าวครั้งแรกคงทำให้ใครบางคนไม่สบอารมณ์ จึงต้องรีบแก้ตัวว่าโครงการจำนำข้าวผิดแน่นอน 3 กระทง ผิดหวังกระบวนการทางความคิดและเหตุผลตรรกะที่ใช้สรุปไม่มีเหตุผล ไม่อยากเห็นการพยายามปรักปรำกล่าวหาเอาผิดเอาเป็นเอาตายกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่คนเดียว ไม่ดูพยานหลักฐานข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน ฝากถึงนายจิรชัยกรุณาปฎิบัติหน้าที่ให้ตรงไปตรงมา ใครรับผิดชอบโดยตรงแต่ละขั้นตอนให้เอาคนผิดมารับโทษ แต่อย่าใช้วิธีมั่วๆ กล่าวหาคนแบบส่งเดช อย่าคิดว่ามาตรา 44 จะปกป้องใครได้ถ้าทำผิด

เตือนอย่าให้ซ้ำรอยยุบ ทรท.

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า จากกรณีที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์และปลัดกระทรวงการคลังระบุว่าข้าว 3.9 แสนตันไม่หาย เป็นข้อมูลน่าเชื่อถือได้ อาจช่วยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์หลุดพ้นข้อกล่าวหาได้ เพราะไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย อยากให้รับฟังความเห็นของ น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตกรรมการ ป.ป.ช.ที่ระบุว่า ถ้าไม่พบว่าเกิดความเสียหาย ก็ขาดองค์ประกอบความผิด นำมาต่อสู้ได้ถ้ามีพยานหลักฐาน ทุกฝ่ายยังเชื่อมั่นในความยุติธรรมจากสถาบันศาลและองค์คณะผู้พิพากษา ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์เชื่อมั่นในสถาบันศาลมาตลอด เชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูก สนช.ลงมติถอดถอน ถูกดำเนินคดีอาญาและกำลังถูกเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งด้วยจำนวนเงินมหาศาล ทุกฝ่ายควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้มีการชี้โทษก่อนจะสิ้นสุดกระบวนการทางศาลยุติธรรม เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยกับคดียุบพรรคไทยรักไทยอีก

“วรชัย” ปูดเจ้าแม่เจ้าพ่อกินหัวคิว อผศ.

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีข้อสงสัยว่างานโครงการขุดลอกคูคลองของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และโครงการสร้างเขื่อน ฝายของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯทำไมต้องโอนไปให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ทำ เหตุใดไม่ให้ทหารช่างที่มีเครื่องมือครบทำ แต่เพราะไม่ต้องอีอ็อกชั่นจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษได้เลยใช่หรือไม่ 2 ปีใช้งบกว่าหมื่นล้าน ไม่ต้องอีอ็อกชั่น แล้วเงินไปเข้ากระเป๋าใคร ทราบว่าชั้น 6 ของสำนักงาน อผศ.จัดเป็นที่ต้อนรับเจ้าแม่เจ้าพ่อแต่ละภาคมานั่งคอยรับงาน เช่น เจ้าแม่จาก จ.ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก ทำสัญญาที่นี่เลย หรือเอาไปขาย 3-4 ช่วง ช่วงแรก 10 เปอร์เซ็นต์ขายต่ออีก 10เปอร์เซ็นต์เป็นระบบกินหัวคิวไปเป็นทอดๆ มี อผศ.เป็นตัวเชื่อม ทั้งนี้นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว และไม่ได้เกิดเฉพาะที่ภาคใต้หรือตะวันออก ล่าสุดได้ข่าวว่าที่ จ.ชัยภูมิ มีโครงการลอกฝายทำเขื่อนใช้งบร่วมพันล้านบาทด้วย

จี้ “บิ๊กตู่” คืนสิทธิให้ “ยิ่งลักษณ์”

นายวรชัยกล่าวด้วยว่า ทุกคนรู้ว่าการจัดการแบบนี้ระดับล่างทำได้หรือไม่ ต้องเป็นระดับผู้มีอำนาจ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ทุกอย่างต้องผ่าน ครม. จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯลองใช้วิธีทางการปกครอง และมาตรา 44 ตรวจสอบเรื่องนี้ดูบ้าง หรือคิดว่ามาตรา 44 ใช้ได้กับพรรคเพื่อไทย หรือกับกรณีอุทยานราชภักดิ์เท่านั้น ขอเรียกร้องให้ใช้เป็นจุดเริ่ม ถ้าไปเจอตอหรือถ้าเจอพี่น้องในก๊กก๊วนเดียวกันอย่าถอย ถ้าแก้ปัญหานี้ได้ จะยอมรับว่าเป็นวีรบุรุษ หรือไม่เช่นนั้นเรื่องจะติดตัวไปตลอดชีวิตว่าบริหารงานโกง กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกว่าตัว พล.อ.ประยุทธ์ไร้ค่านั้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้จริง ปฏิรูปได้สำเร็จจริง จะยอมรับเลยว่า พล.อ.ประยุทธ์มีค่าคู่ควรเป็นรัฐบุรุษของประเทศไทย แต่อย่าเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน ตรวจสอบเฉพาะคนที่ไม่ใช่พวกตัวเอง เช่น โครงการจำนำข้าว ใช้ทุกวิธีเพื่อจะทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ผิด ขอเรียกร้องให้คืนสิทธิทางการเมืองให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเมื่อผลสอบออกมาแล้วว่าข้าวไม่หาย นโยบายไม่ผิด รัฐบาลไม่ผิด แล้วที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกถอดถอนไปจะทำอย่างไร ต้องคืนสิทธิ คืนความชอบธรรมให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย

ติง “สมลักษณ์” เป็นเหยื่อพวกบิดเบือน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เห็นรายละเอียดข่าว “สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีต ป.ป.ช.ชี้กรณีข้าว 3.9 แสนตัน ไม่หายจากสต๊อก ส่งผลให้คดีจำนำข้าวอาจขาดองค์ประกอบความผิด มาตรา 157 เหตุไม่พบความเสียหาย” นางสมลักษณ์เป็นผู้ใหญ่เป็นถึงอดีต ป.ป.ช. เพียงแต่ข่าวเรื่องข้าวหายหรือลงบัญชีผิดพลาด 3.9 แสนตัน ที่ยังไม่รู้รายละเอียดข้อเท็จจริง แล้วมาสรุปว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจหลุดคดีความผิดมาตรา 157 ข้อมูลเชิงข้อเท็จจริงในคดีคงน้อยเกินไปที่จะแสดงความคิดเห็น ควรต้องศึกษาข้อเท็จจริงให้กระจ่างแน่แท้เสียก่อน เพราะคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น มีความเสียหายเกิดขึ้นซับซ้อนหลากหลายมาก โดย เฉพาะจากข้าวเสื่อม ข้าวเน่า นั่งร้านในกองข้าว การรับซื้อข้าวราคาสูงไม่จำกัดจำนวน ที่สำคัญผลประโยชน์ ตกอยู่ในกลุ่มแวดวงใกล้ชิดนักการเมือง นั่นคือการขายข้าวจีทูจีเก๊ การแสดงความคิดเห็นบนฐานข้อมูลเพียงเล็กน้อยของท่าน จะกลายเป็นเหยื่อทางการเมืองของพวกบิดเบือนข้อมูลเอาไปโฆษณาชวนเชื่อได้

ดักคอยื้อหวังตั้งองค์คณะศาลใหม่

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยในคดีจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่จะขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 17 ก.พ.เป็นนัดที่ 2 ว่า เป็นปกติที่ลิ่วล้อคนใกล้ชิดออกมาปกป้องนายเป็นผู้บริสุทธิ์ หวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะกล้าเผชิญความจริงไปศาลตามนัด ส่วนที่ระบุว่านโยบายนี้ไม่ผิด แต่คนจับประเด็นผิด ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือนโยบายจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นโครงการที่ผิดพลาดและเปิดช่องให้ทุจริตคอร์รัปชันตลอดกระบวนการ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่ต้องรับผิดชอบ อย่าโยนความผิดให้ข้าราชการประจำ การสืบพยานฝ่ายจำเลยอ้างพยานถึง 42 ปาก ใช้เวลานานถึงวันที่ 18 พ.ย.2559 น่าได้รับอานิสงส์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่มาตรา 190 ระบุว่าอุทธรณ์คำพิพากษาได้ โดยองค์คณะของศาลฎีกาฯต้องจัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้มีศาลคู่มาตลอด เพื่อประโยชน์ในคดีนี้ใช่หรือไม่

อดีต อสส.ไม่หวั่นถูกร้อง ป.ป.ช.

นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบกรณีไม่ยื่นฎีกาคดีของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทย-รักไทยและอดีต รมว.กลาโหม ในคดีจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ได้สั่งคดีอยู่บนข้อเท็จจริงพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย เมื่อพยานที่เบิกความแล้วกลับคำให้การ ทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่า พล.อ.ธรรมรักษ์กระทำความผิด ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พนักงานอัยการพิจารณาแล้วมีความเห็นควรไม่ฎีกาเสนอขึ้นมาตามขั้นตอน ในฐานะอัยการสูงสุดมีความเห็นสอดคล้องกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงไม่ยื่นฎีกาดังกล่าว แต่หากว่าใครมีความเห็นแตกต่าง ต้องการจะตรวจสอบสามารถยื่นคำร้องได้ ไม่มีความกังวลแต่อย่างใด

พม.จ่ายเยียวยาเหยื่อม็อบการเมือง

นางขวัญวงศ์ พิกุลทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 8 ก.ย.58 เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรม แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี 2556-2557 พร้อมอนุมัติใช้งบกลาง ปีงบฯ 2558 จำนวน 120 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการ พม.ได้ประชุมคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประมาณการผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ปี 2556-2557 เป็นข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข มี 868 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 28 ราย บาดเจ็บ 840 ราย ทั้งนี้ ได้กำหนดให้ผู้รับผลกระทบยื่นคำร้องรับเงินเยียวยาระหว่างวันที่ 17 ก.พ.-17 มี.ค. กรุงเทพฯ ยื่นที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด เกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยา ผู้เสียชีวิต 400,000 บาท ทุพพลภาพ 200,000 บาท บาดเจ็บสาหัส 100,000 บาท บาดเจ็บ 60,000 บาท และบาดเจ็บเล็กน้อย 20,000 บาท หลังจากตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ตามหลักเกณฑ์แล้ว คาดว่าจะเบิกจ่ายให้ผู้ได้รับผลกระทบชุดแรกเร็วสุดภายในปลายเดือน เม.ย.59 รายละเอียดต่างๆ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.จะเป็นประธานแถลงข่าววันที่ 15 ก.พ.


ทหารเซ็นเซอร์ป้าย-หุ่นล้อการเมือง

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬา ครั้งที่ 71 สำหรับไฮไลต์ที่ถูกจับตาคือขบวนพาเหรดล้อการเมือง จัดโดยกลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดยนายวรยุทธ มูลเสริฐ นศ.คณะรัฐศาสตร์ มธ. โดยก่อนหน้าขบวนพาเหรดฯจะเข้าสู่สนาม เวลา 10.30 น. ที่อาคารจันทนยิ่งยง หลังสนามศุภชลาศัย สถานที่เตรียมหุ่นล้อการเมือง ทหารได้ร้องขอเข้าตรวจสอบหุ่นล้อการเมืองและป้ายข้อความล่อแหลม ให้นำป้ายที่มีข้อความพาดพิง เช่น คำว่า ทหาร คสช.และเผด็จการ ออกจากขบวน รวมทั้งเซ็นเซอร์หุ่น 2 ตัวที่พาดพิงทหาร ไม่ให้เข้าสู่สนาม และในช่วงประมาณ 13.30 น. ทหารจาก ม.พัน. 1 เข้าเซ็นเซอร์หุ่นล้อการเมืองอีกครั้ง ขอไม่ให้นำหุ่นที่มีลักษณะคล้ายปืนเข้าสนาม จนมีการใช้ค้อนเลาะหุ่นตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายปืนทิ้ง เฉพาะส่วนด้ามจับ ท่ามกลางเสียงโห่ฮาของ นศ.ที่ร่วมกิจกรรมล้อการเมือง

นศ.เหน็บเจ็บอดีตบิ๊กทหารบ้าอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหุ่นล้อการเมือง มีทั้งสิ้น 5 หุ่น ได้แก่ 1.หุ่นอิเจี๊ยบ เลีย (บ) อาวุธ เป็นรูปลูกเจี๊ยบ สวมเสื้อพรางถือป้ายว่าเรารักทหารไทย 2.หุ่นตั่วเฮียที่รัก รูปมังกรขดตัว มีเด็กนั่งถือรถไฟอยู่ที่ปากมังกร มีข้อความว่า “มองซ้ายขวา หาใคร ไยไม่พบ จำประจบ คบเสี่ย เลียพี่ใหญ่ เสี่ยจับมอม ล่อเหยื่อด้วยรถไฟ เสี่ยจัดไป 3 ล้านล้าน สำราญพุง” 3.หุ่นดาร์ธไหน โกงไวเฟร่อ เป็นรูปดาร์ธเวเดอร์ในภาพยนตร์สตาร์วอร์ส ถือหุ่นออสการ์ มีป้ายข้อความว่า เคยเป็นถึงทหารใหญ่ เจไดยอด กลับตาบอดบ้าอำนาจ 4.หุ่นกะลาแลนด์ ban ประชา เป็นรูปกะลามีลูกศรรูปโซเชียลมีเดียต่างๆ 5.หุ่นฟรีซแลนด์ ห้ามคว่ำ ห้ามเผยอ เดี๋ยวเจอกัน เป็นภาพคนสวมแว่น ถือพาน รธน.อยู่ใต้หุ่นที่มีลักษณะคล้ายปืน และมีตุ๊กตาแขวนอยู่บนปากกระบอก มีป้ายข้อความว่าล้อเลียน “รธน.ดี มีชัย ไปกว่าครึ่งฯ”

ซุกป้ายผ้าโชว์หรา “มีทหารไว้ทำไม...”

กระทั่งเวลา 14.40 น. กลุ่มอิสระล้อการเมืองมธ.ระดมทีมนักศึกษา มธ.และจุฬาฯนับร้อยคน เข้าร่วมเคลื่อนขบวนหุ่นล้อการเมืองเข้าสู่สนามทางฝั่งประตูช้าง แต่ประตูถูกปิด มี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผบ.กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ร.อ.สุดเขตต์ แคล้วภัย ผบ.ร้อย ม.พัน.1 นำกำลังทหาร ม.พัน.1 นอกเครื่องแบบนับสิบนาย พรางตัวสวมเสื้อเชียร์ มธ. ยืนสกัดไม่ให้ผ่าน จนต้องเจรจาและตรวจค้นก่อน กระทั่งหุ่นเคลื่อนไปหน้าอัฒจันทร์สนามฝั่งปะรำพิธี หุ่นฟรีซแลนด์ ภาพคนสวมแว่น ถือพาน รธน.อยู่ใต้หุ่นที่มีลักษณะคล้ายปืน ซึ่งได้เลาะส่วนที่คล้ายปืนทิ้งไป กลับมีป้ายผ้าภาษาอังกฤษมาแขวนบนปากกระบอกปืน ข้อความ “old soldier never die” ส่วนหุ่นตั่วเฮียฯมีป้ายผ้าที่หลบทหาร เขียนข้อความว่า “ทหารมีไว้ทำไม ใครกล้าถาม” และ “มีไว้ห้ามป้ายผ้า ผู้กล้าถือ” เมื่อติดแสดงได้ กลุ่มนักศึกษาก็รีบเก็บป้ายผ้าแล้ววิ่งหลบออกนอกสนามทันที ขณะที่การแปรอักษรของกองเชียร์ปีนี้ ไม่มีข้อความใดๆเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง และไม่มีการถ่ายทอดสดช่วงขบวนพาเหรดล้อการเมืองเคลื่อนเข้าสู่สนาม

รวบ “จ่านิว” ส่ง สน.รถไฟธนบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างขบวนพาเหรดล้อการเมืองเคลื่อนอยู่ในสนาม นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นศ.รัฐศาสตร์ มธ.ชั้นปีที่ 4 แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ผู้ต้องหาขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 3 กรณีขึ้นรถไฟไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ และถูกตำรวจ สน.รถไฟธนบุรี ขออนุมัติหมายจับจากศาลทหารเป็นครั้งที่ 2 เพราะไม่มารายงานตัว ได้ปรากฏตัวขึ้นในขบวนร่วมยกหุ่นตั่วเฮียที่รักด้วย ทำให้ทหารสังกัด ม.พัน. 1 เข้าไปล้อมกรอบ แต่ไม่ได้เข้าควบคุมตัว จนนายสิรวิชญ์เดินอยู่กับ นศ.ออกมานอกสนาม พ.ต.ท.สุริยา ซิ้มเจริญ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน ได้ขอควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ แล้วนำตัวขึ้นรถไปส่งที่ สน.รถไฟธนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    47.2%
  • ไม่ชอบ
    1.9%
  • สนุก
    50.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.9%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement