รากเหง้าโรตารี่ ย้อนอดีตตัวสุดสูบหมุน MAZDA RX-7 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

รากเหง้าโรตารี่ ย้อนอดีตตัวสุดสูบหมุน MAZDA RX-7

โดย อาคม รวมสุวรรณ 15 ก.พ. 2559 13:25
5,171 ครั้ง


หมุนเวลาย้อนกลับไปสู่อดีตอันรุ่งเรืองของจักรกลสูบหมุน หรือเครื่องยนต์โรตารี่จาก Mazda เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ Zoom Zoom ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก ด้วยการคว้าแชมป์โลกในรายการแข่งรถระยะไกล LeMans ด้วยรถ Mazda 787B เครื่องยนต์โรตารี่ แบบ 4 โรเตอร์ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ อนุพันธ์จักรกลรถแข่งเอนดูลานซ์สมรรถนะสูงรุ่น 787B เป็นรถแข่งในประเภทกรุ๊ป C ถูกสร้างขึ้นโดยทีมแข่งของ Mazda สำหรับใช้ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระยะไกล ในรายการสปอร์ตเวิลด์แชมเปียนชิพของประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นรถแข่งคันนี้ได้ถูกปรับแต่งอย่างดี และส่งลงทำการแข่งขันในรายการแข่งรถแบบ 24 ชั่วโมง หรือ Le Mans ประจำฤดูกาล 1990-1991 รถแข่ง Mazda 787B ซึ่งมีน้ำหนักรวมทั้งคันแค่ 850 กิโลกรัม วางเครื่องยนต์โรตารี่ที่ให้กำลังถึง 700 แรงม้า


จักรกลโรตารี่ 787B สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 1 คว้าชัยชนะอันน่าจดจำเหนือรถแข่งจากทีมแข่งชั้นนำของยุโรป ซึ่งส่งรถแข่งเข้าร่วมลงทำการแข่งขันเป็นจำนวนมาก นับเป็นรถแข่งคันแรกหนึ่งเดียวจากทวีปเอเชียที่สร้างโดยคนเอเชีย ได้รับตำแหน่งชนะเลิศในรายการแข่งแบบมาราธอน 24 ชั่วโมงเป็นครั้งแรก โรเตอร์สูบหมุนของเครื่องยนต์โรตารี่ใน 787B สามารถทำให้รอบความเร็วเพิ่มขึ้นถึงจุดเรดไลน์อย่างรวดเร็ว วิศวกรของ Mazda ทำการปรับแต่งจนสามารถอัพกำลังของเครื่องได้มากกว่า 930 แรงม้ากับเรดไลน์ที่ 10,500 รอบต่อนาที ในระหว่างการตรวจสอบเครื่องยนต์หลังจบการแข่งขัน พวกเขายังค้นพบว่าทุกด้านของเครื่องยนต์ยังคงอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม และสามารถลงแข่งขันต่อไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ หัวเทียนชนิดพิเศษบนโรเตอร์ทำให้รถประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น สมรรถนะที่เป็นเลิศของเครื่องยนต์ ควบรวมกับระบบอากาศพลศาสตร์ของ 787B กับฝีไม้ลายมือของทีมแข่งจากเอเชียสร้างชื่อเสียงอย่างยิ่งใหญ่ให้กับค่าย Zoom Zoom อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

งานโตเกียวมอเตอร์โชว์ประจำปี 2015 ภายในบูธของ Mazda สื่อมวลชนจากทั่วโลกแออัดยัดทะนานเข้าไปในบูธจัดแสดงของแบรนด์ Zoom Zoom เพื่อยลโฉมหน้าของรถสปอร์ตเครื่องยนต์โรตารี่ ที่ Mazda นำมาตั้งแสดง มันคือรถ RX-Vision Concept รถต้นแบบแนวคิดที่มีการนำเอาเครื่องยนต์โรตารี่มาปรับปรุงใหม่ เพื่อทำให้เครื่องสูบหมุนรุ่นล่าสุดมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เป็นการประกาศต่อสาธารณชนว่า Mazda ยังคงวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์โรตารี่ต่อไปสำหรับการผลิตออกขายในอนาคต Mazda ประกาศว่า RX-Vision ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ RX-7 และเป็นรถต้นแบบที่จะกลายเป็นแนวทางในการสร้างรถสปอร์ตรุ่นต่อไปของแบรนด์ Zoom Zoom

เส้นสายที่ละเมียดละไมไหลลื่น RX-Vision Concept มีแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นใหม่หมด ติดตั้งเครื่องยนต์โรตารี่โดยร่นตำแหน่งของเครื่องใหชิดกับผนังห้องเครื่องยนต์มากที่สุด ตัวถังมีความยาว 4,389 มิลลิเมตร กว้างมากถึง 1,925 มิลลิเมตร และสูงเพียง 1,160 มิลลิเมตร ทำให้ RX-Vision มีความกว้างยาวและสูงมากกว่า Porsche 911/991 เล็กน้อย ทีมพัฒนาใช้ความพยายามอย่างหนัก เพื่อทำให้ RX-Vision มีรูปทรงที่สวยงามโดนใจนักเลงโรตารี่ และหากผลิตมันขึ้นมาจริงๆ จะต้องมีขนาดที่เล็กลง อาจเท่ากับ Porsche Caymam และไม่ใหญ่โตเหมือน AMG-GTS

รถที่มีน้ำหนักเบาและมีการขับขี่ที่ดีอย่าง MX-5 ND เวอร์ชั่นล่าสุด แสดงให้เห็นถึงความสมดุลของน้ำหนักตัว เรือนร่างและกำลังที่พอเหมาะพอดี RX-Vision ก็เช่นกัน ความเบานั้นทำให้ต้องปรับวัสดุใหม่หมดทั้งคัน อาจเป็นอะลูมิเนียมที่ Mazda มีความถนัด เห็นได้จากงานตัวถังของ MX-5 บางรุ่นที่เป็นอะลูมินัมอัลลอยด์ ขนาดที่เล็กกะทัดรัดของรถสปอร์ตเหมาะสมกับความต้องการในปัจจุบัน ส่วนชื่อรุ่นเมื่อผลิตออกขายจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่โดยยังคงเชื่อมโยงกับ RX-7 และใช้เครื่องยนต์โรตารี่รุ่นใหม่ ห้องโดยสารและรูปแบบของตัวถังที่ถ่ายทอดมาจาก RX-Model วิศวกรเครื่องยนต์ของ Mazda มีงานยากๆ หนักหนาสาหัสรออยู่ในการที่จะทำให้เครื่องโรตารี่ตัวใหม่ลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงลง ลดการปล่อยมลพิษซึ่งเป็นเรื่องที่ยากสุดๆ และสุดท้ายเครื่องสูบหมุนตัวใหม่ต้องมีความแข็งแกร่งทนทานมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยสร้าง นับเป็นเรื่องมีความเป็นไปได้สูงมากจากเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ยุคใหม่ที่ก้าวล้ำ แนวคิด SKYACTIV ได้เข้ามาปรับปรุงผลิตภัณฑ์รถยนต์ของ Mazda แบบก้าวกระโดด การสร้างรถสปอร์ตที่ได้กำไรน้อยต้องทำเพราะใจรักจริงๆ เท่านั้น

เครื่องยนต์สูบหมุนโรตารี่ขึ้นชื่อในเรื่องของความร้อน การสึกหรอ สูบน้ำมันเชื้อเพลิง กินน้ำมันเครื่องและสกปรก แต่ Mazda พบหนทางในการทำให้เครื่องโรตารี่รุ่นใหม่ประหยัดและแรงยิ่งขึ้น รวมถึงยังสะอาดมากพอที่จะผ่านค่าไอเสียในยุโรปและอเมริกา เหลือแค่ความเหนียวแน่นคงทนของเครื่องยนต์เท่านั้นที่ยังเป็นปัญหา และต้องลงมือลงแรงปรับแต่งกันต่อไป ปัญหาด้านคุณภาพของเครื่องในรถ RX-7 รุ่นที่แล้วส่งผลต่อลูกค้าผู้จงรักภักดี ทำให้วิศวกรของ Mazda ต้องทดสอบการทำงานของเครื่องยนต์พร้อมไปกับการปรับปรุงวัสดุมากกว่าที่เคยทำมา ข้อได้เปรียบของแนวคิด เล็กเบาและทรงพลัง ทำให้ RX-Vision จะกลายเป็นสปอร์ตคาร์เครื่องโรตารี่รุ่นขายจริงไม่เกินปี 2018

หลายปีก่อนหน้านี้ เครื่องยนต์โรตารี่ที่มีลูกสูบแบบสามเหลี่ยมและไม่มีเพลาข้อเหวี่ยง ได้รับความนิยมและกลายเป็นที่รู้จักของผู้คน ข้อดีของเครื่องยนต์ชนิดนี้ก็คือน้ำหนักที่เบาหวิว ขนาดที่เล็กกะทัดรัดและมีกำลังในรูปของแรงบิดเหนือชั้นกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป เครื่องโรตารี่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยโด่งดังสุดๆ ค่อยๆ จางหายไปจากวงการยนตกรรม ปัญหาในเรื่องของมลพิษที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ซึ่งถูกพ่นออกมากับไอเสียเกิน 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ catalytic converter ไม่สามารถลดระดับของมลพิษที่ปล่อยออกมาได้ เนื่องจากน้ำมันเครื่องที่ lube ห้องเผาไหม้ยังจำเป็นต้องเข้าไปหล่อลื่น ปัญหาในเรื่องการสูบกินเชื้อเพลิงเบนซินและการกินน้ำมันเครื่อง จักรกลโรตารี่ถูกออกแบบให้มีรอบการทำงานที่จัดจ้านมาก เครื่องสูบหมุนของ Mazda บางรุ่นมีรอบเครื่องเกินหมื่นรอบต่อนาที และทำให้เกิดอาการร้อนจัดจากการหมุนของโรเตอร์ ส่งผลให้สายไฟและอุปกรณ์อื่นๆ ในเครื่องยนต์รวมถึงสูบโรเตอร์แบบสามเหลี่ยมเสื่อมสภาพสึกหรอจากการหมุนที่รอบสูง รวมถึงชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์มีราคาแพง และมีต้นทุนในการผลิตสูงกว่าเครื่องยนต์สูบเรียง

Mazda Cosmo

Mazda ผู้ผลิตรถยนต์จากเมืองฮิโรชิมา นำเอาเครื่องยนต์โรตารี่มาวางลงในรถยนต์รุ่น Cosmo ซึ่งเริ่มต้นออกวางขายในปี 1967 นับเป็นรถสปอร์ตคันแรกจากค่าย Zoom Zoom ที่นำเอาเครื่องยนต์แบบสูบหมุนมาใช้งาน รูปทรงที่สวยงามคลาสสิกของ Cosmo 1967 กับเครื่องยนต์สมรรถนะสูงของมัน กลายเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกแหวกแนวสำหรับวงการยนตกรรมของโลกในช่วงเวลานั้น เครื่องยนต์สูบหมุนของ Cosmo ให้กำลัง 128 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 8.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Mazda RX-7 FB 1978
เครื่องยนต์โรตารี่ และรุ่น RX นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนในวงการยานยนต์เกิดการจดจำ จาก RX-2 รุ่นแรกสุดในปี 1970 มาจนถึง RX-7 รหัส FB ซึ่งถูกส่งออกขายในปี 1978 ปัจจุบัน เจ้า FB ผู้น่าสงสารถูกทิ้งให้นอนอย่างอ้างว้างเดียวดายในโกดัง RX-7 FB จาก Mazda เป็นรถสปอร์ตคูเป้ที่ถูกสนิมกินได้ง่าย มูลค่าขายต่อแทบไม่หลงเหลือราคาค่าตัวรถเก่าคลาสสิก เจ้าของส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะจอดมันทิ้งเอาไว้จนผุกร่อนสนิมรับประทานทั้งคันมากกว่าจะนำมาบูรณะปรับปรุง ขนาดที่เล็กกะทัดรัดของตัวถัง ย้อนไปไกลถึงสัดส่วนอันงดงามของสปอร์ตคาร์จากฝั่งยุโรป ด้านหน้าที่ลาดต่ำ ไฟหน้าแบบป๊อปอัพทำออกมาคล้ายกับ Porsche 924 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตจากเยอรมนีที่ Mazda ใช้เป็นเกณฑ์ในการออกแบบเรือนร่าง ห้องโดยสารเล็กและแคบ เบาะนั่งต่ำราวกับรถแข่ง พวงมาลัยสามก้านแบบสปอร์ต และมาตรวัดที่สวยงามในยุคสมัยของมัน ก้านคันเกียร์สั้นกุดและคันเบรกมือหน้าตาแปลกประหลาด เจ้า RX-7 รหัส FB วางเครื่องยนต์สูบหมุนโรตารี่แบบ 12A Twin-Rotor 573 c.c.x2 มีกำลังแรงม้าสูงสุด 128 ตัว ในย่าน 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 161 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังวางเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่งกำลังจากเครื่องลงไปยังเกียร์ถ่ายไปที่เพลากลางจนไปถึงเฟืองท้ายในรูปแบบขับหลัง

สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.7 วินาที และมีความเร็วปลายที่ 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบรองรับของเจ้า RX-7 FB ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท โช็กอัพ สปริงและกันโคลง ส่วนช่วงล่างหลังเป็นแบบ Lower Trailing Arms มิติตัวถัง กว้าง 1,675 มิลลิเมตร ยาว 4,285 มิลลิเมตร สูง 1,260 มิลลิเมตร ไม่มีพวงมาลัยเพาเวอร์ให้ใช้งาน คนขับต้องออกแรงกันพอสมควรในย่านความเร็วต่ำ เครื่องสูบหมุนรหัส 12A ในรอบต่ำห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง ต้องลากกันเข้าเรดไลน์ถึงจะแสดงความเจ๋งออกมาให้เห็นที่รอบสูง เสียงเครื่องอันจัดจ้านของ RX-7 FB ทำลายประสาทรถคูเป้หนูเล็กเด็กอนุบาลอย่าง Toyota Collora DX หรือที่นักเลงรถเรียกกันติดปากว่า DX กะเทย ชนิดเทียบกันไม่ติด พวงมาลัยไร้เพาเวอร์แบบ Recirculating Ball หนักราวกับพวงมาลัยรถบรรทุกในย่านความเร็วต่ำ เบรกต้องออกแรงกดแป้นกันมากเป็นพิเศษ Mazda RX-7 FB สามารถหักเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงจากเครื่องยนต์ที่วางอยู่ระนาบเดียวกับแกนของล้อหน้า ฝากระโปรงหน้าที่ลาดต่ำ บ่งบอกถึงการวางเครื่องที่มีค่า CG center of gravity แจ่มแจ๋วเป็นพิเศษ เครื่องยนต์ที่อยู่ต่ำทำให้การตอบสนองต่อการเปลี่ยนทิศทางดีกว่าสปอร์ตคาร์ในยุคเดียวกัน ปัญหาส่วนใหญ่ของนักสะสมก็คือสนิมตามรอยต่อของตัวถังและแชสซีส์ ถังเชื้อเพลิงและจุดยึดของช่วงล่าง รวมถึงสนิมในจุดเสาหน้า ไส้กรองเชื้อเพลิงที่ขยันอุดตัน RX-7 FB เป็นรถที่สวยงามและขับสนุกแต่ยากที่จะซ่อมบำรุง

MAZDA RX-7 FC 1985
สปอร์ตสูบหมุนรุ่นต่อมาเปิดตัวในปี 1985 พร้อมๆ กับการปรับรูปทรงให้มีความทันสมัยมากขึ้น หน้าตาท่าทางยังคงมีรูปลักษณ์แบบญี่ปุ่นผสมยุโรป หัวหน้าวิศวกรโครงการ Akio Uchiyama ใช้แรงบันดาลใจในการออกแบบ RX-7 FC โดยมีเค้าโครงของ Porsche 944 Turbo และ Toyota Supra MKIII ผสมอยู่ ช่วงล่างแบบคานแข็งในรุ่น FB ถูกยกออกแล้วแทนที่ด้วยกันสะเทือนหลังแบบอิสระ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการยึดเกาะ ชุดจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ที่เริ่มล้าสมัยก็ถูกถอดออกไปทั้งยวง แล้วนำเอาระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดไฟฟ้าเข้ามาแทนที่เพื่อความแม่นยำในการจ่ายเชื้อเพลิง เครื่องโรตารี่สูบหมุนรหัส 12A กลายเป็นเครื่องรุ่นใหม่รหัส 13B ซึ่งต่อมาเป็นพื้นฐานสำคัญของ RX-7 ในโมเดลต่อไป เจ้า RX-7 FC มีเครื่องยนต์ให้เลือกสองแบบ ทั้งแบบหายใจเอง และแบบมีระบบอัดอากาศ ลูกค้าส่วนใหญ่และทีมแข่งรถชอบรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบมากกว่า เนื่องจากมีแรงบิดสูงกว่าเครื่อง 13B ที่ไม่มีระบบอัดอากาศ ถึงแม้จะทันสมัยขึ้นแต่ห้องโดยสารยังคงสไตล์อนุรักษ์นิยมไม่เปลี่ยนแปลง เบาะแบบกำมะหยี่ พวงมาลัยสามก้านกับมาตรวัดทรงกลมยังคงมีให้เหมือนเดิม ฝาท้ายมีกระจกบานหลังที่ใหญ่โตทำให้ทัศนวิสัยมุมมองด้านหลังค่อนข้างโปร่งโล่งมากกว่ารถสปอร์ตในยุคเดียวกัน ตำแหน่งเบาะคู่หน้าต่ำเตี้ยติดพื้น ให้อารมณ์ราวกับกำลังนั่งอยู่บนพื้นยังไงยังงั้นจากความเตี้ยของเบาะสไตล์รถซิ่ง

เครื่องยนต์โรตารี่รุ่นใหม่รหัส 13B มีสมรรถนะที่ดี โดยเฉพาะรุ่นไม่มีเทอร์โบนั้นตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม เครื่อง 13B ทำงานไหลลื่นและมีความคงทนดีขึ้นเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่น 12A ระบบบังคับเลี้ยวเปลี่ยนมาเป็นแบบแรคแอนพีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงหมุนแบบอัตราทดน้ำหนักคงที่ ทำให้การควบคุมที่ย่านความเร็วสูงดีขึ้นเห็นๆ เครื่องยนต์โรตารี่ รหัส 13B มีปริมาตรความจุ 654 c.c. x2 รุ่นหายใจเองไม่มีระบบอัดอากาศ Naturally aspirated มีกำลัง 146 แรงม้า ส่วนเครื่อง 13B รุ่นมีเทอร์โบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดอเมริกานั้นมีกำลัง 200 แรงม้า (147 กิโลวัตต์) การปรับปรุงและการจัดการเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น โรเตอร์แบบใหม่น้ำหนักเบา เครื่องยนต์ 13B เทอร์โบ มีอัตราส่วนการอัด 9.0: 1 ระบบส่งกำลังวางเกียร์ธรรมดา 5 สปีด สำหรับรุ่นเทอร์โบนั้นเครื่องยนต์โรตารี่มีความได้เปรียบด้วยขนาดที่เล็กและเบา เครื่องยนต์ยังมีปริมาตรความจุต่ำกว่า 1.5 ลิตร รุ่นที่สองของ RX-7 FC ยังใช้ชื่อ Savanna RX-7 ในตลาดอเมริกา มิติตัวถัง กว้าง 1,689 มิลลิเมตร ยาว 4,315 มิลลิเมตรและสูง 1,265 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 1,223-1,413 กิโลกรัม (แล้วแต่รุ่น) กันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช็กอัพและกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบเซมิเทอร์ลิ่งอาร์ม อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ในรุ่นไม่มีเทอร์โบอยู่ที่ 8.5 วินาที สำหรับรุ่นเทอร์โบมีอัตราเร่ง 0-100 ใน 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สมรรถนะที่ดีของเครื่องยนต์และช่วงล่าง ทำให้ RX-7 FC ประสบความสำเร็จพอสมควร ความคงทนและการบำรุงรักษาที่ง่ายดายเหมาะกับนักเลงรถแรงที่ชอบของเก่า แต่ FC สภาพดีๆ นั้นเจ้าของมักเก็บไว้วิ่งเล่นแทนที่จะเอาออกมาปล่อยหากไม่ร้อนเงินจนเกินไป

MAZDA RX-7 FD 1991
รูปลักษณ์ที่ไหลลื่นเกิดจากงานออกแบบที่สุดยอด แม้จะผ่านกาลเวลามานานกว่า 25 ปี แต่ทรงของ RX-7 FD ยังทันสมัยไม่มีวันจืดจาง เรือนร่างแบบสปอร์ตคูเป้ที่เย้ายวนชวนควบ และมีหน้าตาคล้ายซุปเปอร์คาร์จากอิตาลีมากกว่าจะเป็นสปอร์ตคาร์จากแดนปลาดิบ ไฟหน้าแบบป๊อปอัพ ส่วนหน้าที่ลาดต่ำ และระยะโอเวอร์แฮงก์ที่ลงตัวสุดๆ แนวคิดน้ำหนักเบาถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกภายใต้แบรนด์ซูมซูม การตกแต่งภายในตัดขาดจากญาติพี่น้องร่วมสายพันธุ์โรตารี่อย่างสิ้นเชิง เบาะมีตำแหน่งที่ค่อนข้างต่ำเตี้ย โอบล้อมด้วยแดชบอร์ดและคอนโซล อุโมงค์เกียร์ขั้นกลางแบ่งห้องโดยสารออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน มาตรวัดแจ่มๆ แนวยุโรปที่ทำออกมาให้ดูเอาจริงเอาจังมากกว่า RX-7 รุ่นที่แล้ว พวงมาลัยสามก้านแบบสปอร์ตมีขนาดเล็กลง คันเกียร์สั้นกุดพร้อมตำแหน่งของคันเบรกมือที่อยู่ติดกับขาข้างซ้ายของคนขับ ทำให้พวกชอบดึงเบรกมือเล่นถึงกับครางด้วยความพึงพอใจ เบาะแบบ Alcantara งดงามแต่ไม่เหมาะกับคนตัวอ้วน โดยภาพรวม ทรงของรถที่ดูดีและตำแหน่งของการนั่งขับที่ยอดเยี่ยม ทำให้ RX-7 FD ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว RX-7 FD มีรุ่นแยกย่อยรวมทั้งสิ้น 3 รุ่น คือ

- RX-7 series VI (3rd-gen. FD-series) (1992-1996)
- RX-7 series VII (3rd-gen. FD-series) (1996-1998)
- RX-7 series VIII (3rd-gen. FD-series) (1999-2002)

เครื่องยนต์รหัส 13B Twin Rotor ปริมาตรความจุ 654 c.cx2 อัดอากาศด้วยเทอร์โบกำลัง 252 แรงม้าจากโรงงาน แรงบิด 295 นิวตันเมตร ที่ย่าน 5,000 รอบต่อนาทีสาแก่ใจพวกขาซิ่งไปตามๆ กัน ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดา manual 5-speed gearbox การขับเคลื่อนยังคงเป็นรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังเหมือนเดิม (rear-wheel drive) เครื่องยนต์มีความจุ 1,308 cm3 มิติตัวถัง ยาว 4,295 มิลลิเมตร กว้าง 1,760 มิลลิเมตร และสูง 1,230 มิลลิเมตร ฐานล้อหน้า-หลัง 2,425 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,300 กิโลกรัม ถึง 1,490 kg (แล้วแต่รุ่น) อัตราเร่ง 0-100 ใน 5.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง RX-7 FD ใช้ช่วงล่างแบบปีกนกคู่ หรือดับเบิ้ลวิชโบนแบบรถแข่ง ในช่วงปี 1991 นั้นยังมีรถสปอร์ตน้อยคันที่ใช้ช่วงล่างประสิทธิภาพสูงแบบนี้ ชุดบังคับเลี้ยวยังคงเป็นพวงมาลัยแบบแรคแอนพีเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงหมุน ซึ่งปรับมาให้คงความแม่นยำในย่านความเร็วสูงได้ดีเป็นพิเศษ การบังคับควบคุมพวงมาลัยใน RX-7 FD ให้ความรู้สึกแน่นและหน่วง พวงมาลัยใช้ปั๊มเพาเวอร์สายพานพูเล่ย์ มีน้ำหนักคงที่และมีความว่องไวในการเปลี่ยนทิศทางเป็นเลิศ พัฒนาการที่ก้าวกระโดดของแชสซีส์ควบคู่ไปกับแรงบิดของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ RX-7 FD เป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์สูบหมุนที่ขับได้ดีกว่า RX-7 ทุกโมเดล ระบบอัดอากาศ Twin Sequecial Turbo กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และช่วยทำให้ RX-7 FD เป็นรถที่เร็วจี๊ดในยุคนั้น อาการรอรอบยังคงปรากฏแต่เมื่อรอบเครื่องยนต์แตะย่าน 2400 รอบต่อนาที การระเบิดพลังงานของเครื่องโรตารี่ 13B ทำให้คนขับรวมถึงพวกบ้าความเร็วรู้สึกพึงพอใจ พลังในรูปของแรงบิดยังส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้รอบเครื่องยนต์จะพุ่งไปที่ 8,500 รอบต่อนาที ทำให้การเร่งความเร็วใน RX-7 FD เป็นเรื่องที่บ้ามากสำหรับพวกมือใหม่ และมีส่วนทำให้รถรุ่น FD หลายคันเกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรงจากความอ่อนด้อยในการควบคุมของคนขับ

สำหรับนักเลงสะสม เจ้า Mazda RX-7 FD สภาพดีๆ เดิมๆ จากโรงงานนั้นหายาก ส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะแต่งมาเต็ม หรือถูกอัดอย่างหนักหน่วงต่อเนื่องยาวนานจนเครื่องยนต์เกิดปัญหา รถเดิมๆ ที่ไม่มีการตกแต่งและอยู่ในสภาพดีเจ้าของมักไม่ปล่อยออกมาให้เห็น สิ่งที่ต้องระวังก็คือรถย้อมแมวที่เคยเกิดอุบัติเหตุรุนแรงซึ่งยากจะสังเกตเห็นหากคุณไม่ใช่เซียน ควรตรวจสอบแรงอัดของเครื่องยนต์​ให้ดี FD ที่วิ่งมาเยอะมักมีสภาพเครื่องยนต์ที่ย่ำแย่ และต้องใช้เงินจำนวนมากในการปรับปรุงให้กลับมาเหมือนเดิม


MAZDA RX-8 2003
นี่คือรถโรตารี่ที่ผ่าเหล่าผ่ากอมากที่สุดของ Mazda เจ้า RX-8 ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิด ในการสร้างรถสปอร์ต 4 ที่นั่งและมาในรูปแบบที่มีความแปลกแยกแตกต่างจากพี่น้องร่วมสายพันธุ์โรตารี่พอสมควร RX-8 เป็นรถที่มีการออกแบบประตูบานหลังแบบตู้กับข้าวเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้สอย เบาะหลังใช้งานได้จริงไม่ได้เป็นที่สำหรับสุนัขชิวาวา หรือที่สำหรับวางกระเป๋าเหมือนอย่างที่เคยทำมา การก้าวเข้า-ออกจากห้องโดยสารมีพื้นที่กว้างขึ้นจากการที่ไม่มีเสากลาง หรือเสา B สัดส่วนด้านหน้ากลายเป็นต้นแบบของ Mazda ในปัจจุบัน บั้นท้ายสมส่วนลงตัวพร้อมไฟท้ายทรงกระบอกที่บรรจุอยู่ในกรอบไฟท้ายทำจากพลาสติกใส กระจกบานหลังโค้ง ช่วยเพิ่มมุมมองด้านหลังให้กับคนขับ การออกแบบจุดล็อกของประตูทั้งสองบานมีความปลอดภัยสูง ต้องเปิดประตูหน้าก่อนถึงจะเปิดประตูบานหลังได้ รูปลักษณ์ของ RX-8 อาจไม่ยั่วเท่ากับ RX-7 FD แต่สไตล์ Sport-GT ก็สามารถใช้งานได้จริง สิ่งที่สวยงามของมันนอกจากการออกแบบประตูที่แหวกแนวแล้ว แก้มข้างพร้อมโป่งซุ้มล้อหน้าและหลังยังมีส่วนทำให้ RX-8 ดูดีขึ้นมาก เป็นรถสปอร์ตที่ลงตัวและน่าขับ สำหรับรุ่นแยกย่อยของ Mazda RX-8 มีดังนี้

- RX-8 Hydrogen Prototype (2006-2006)
- RX-8 phase-I Coupe (SE-series) (2003-2008)
- RX-8 phase-II Coupe (SE-series) (2008-2012)

เครื่องยนต์ของ RX-8 ยังคงเป็นเครื่องยนต์ในรหัส 13B แต่ถูกถอดระบบอัดอากาศทิ้ง เพื่อทำให้มันเป็นเครื่องโรตารี่สูบหมุนแบบไม่มีเทอร์โบ หรือ NA-Naturally aspirated เครื่องยนต์ 13B รุ่นนี้ยังได้รับรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมหรือ International Engine of the Year Award Winners 2005 จากการโหวตของสื่อมวลชนทั่วโลก ตัวเลขสมรรถนะ 13B Renesis Twin Rotor มีปริมาตรความจุ 654 c.cx2 กำลังสูงสุด 230 แรงม้าที่ 8,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 5,600 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังแบบ 6 สปีดแมนนวลหรือออโต ขับเคลื่อนล้อหลังเหมือนกับบรรพบุรุษทุกประการ แนบแน่นกับผิวถนนด้วยช่วงล่างที่ขึ้นชื่อของ Mazda กันสะเทือนหน้าแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบน ด้านหลังใช้มัลติลิงก์ อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 6.4 วินาที ความเร็วสูงสุดกดกันได้ถึง 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สูบสามเหลี่ยมผลิตจาก Aluminum พร้อม chrome-steel liner เครื่องยนต์โรตารี่ 13B วางชิดกับผนังห้องเครื่องแบบ Front-midship engine เพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมดุล ไดนามิกที่ดีของแชสซีส์สร้างความมันแบบไม่รุนแรงสะใจเหมือน RX-7 FD ผู้พี่ที่เพียบพร้อมทั้งเรือนร่างและกำลัง เนื่องจากเป็นเครื่องหายใจเองจึงปราศจากอาการรอรอบ รอบเครื่องที่สามารถขย่มกันได้ถึง 9,000 รอบต่อนาที ทำให้พวกชอบขับลากรอบถึงกับครางด้วยความอยากได้ Mazda RX-8 เป็นรถที่สวยงาม และเป็นจักรกลที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจในเครื่องยนต์สูบหมุนของ Mazda คุณจะพบเห็นสัญลักษณ์รูปแบบเดียวกับสูบสามเหลี่ยมของมันทั่วไปหมด เช่น พลาสติกครอบฝาสูบ ฝากระโปรงหน้า คันเกียร์และพนักพิงศีรษะของเบาะโดยสารคู่หน้า เบาะ Recaro น่านั่งเป็นที่สุด เป็นเบาะที่มีราคาและทำออกมาได้สวยงาม มิติตัวถัง กว้าง 1,770 มิลลิเมตร ยาว 4,470 มิลลิเมตร และสูง 1,340 มิลลิเมตร สูงที่สุดในตระกูล RX จากแนวคิดในการเพิ่มพื้นที่ภายในของผู้บริหาร

RX-8 ให้ความรู้สึกที่ไม่แรงแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นแม่นยำ ความว่องไวเกิดจากพื้นฐานที่ดีของแชสซีส์และช่วงล่าง ตลอดจนขนาดและน้ำหนักที่มีความเหมาะสมกับกำลัง เครื่อง 13B ที่ปราศจากเทอร์โบทำให้มีน้ำหนักเบาและมีขนาดกะทัดรัด ที่ครอบฝาสูบลวงตาผู้คนว่ามันมีเครื่องใหญ่ซึ่งเอาเข้าจริงๆ กลับเล็กนิดเดียว ทำให้สามารถอัดจนเข้าใกล้กับขอบเขตจำกัดของตัวรถได้ตลอดเวลาหากคุณมีฝีมือมากพอ ลักษณะของการร่นเครื่องยนต์จนน้ำหนักไปตกอยู่บนส่วนกลางลำตัว ทำให้การควบคุมทำได้ดั่งใจนึก กำลังที่ไม่แรงจนเกินไปทำให้คนมีอายุอย่างคุณป้าข้างบ้านก็สามารถขับเจ้านี่ไปตลาดได้อย่างสบายใจ ราวกับกำลังขับ Mazda3 รถ RX-8 ไม่ได้แรงระเบิดระเบ้อเหมือน RX-7 FD แต่เครื่องยนต์หายใจเองก็มีการทำงานราบเรียบ และมีรอบพุ่งกระจายวายป่วงซึ่งไปถูกจริตเข้ากับพวกนักขับ

Mazda RX-8 มือสองมีราคาตั้งแต่ 6 แสนไปจนถึง 1 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับสภาพและปี มีทั้งรถแต่งมาครบ และรถเดิมๆ ที่รอการซ่อมบำรุง ปัญหาหลักเกิดจากระบบจุดระเบิด รถสตาร์ตเมื่อเครื่องยนต์ร้อนได้หรือไม่ต้องลองขับให้ร้อน ดับเครื่องแล้วลองสตาร์ทใหม่ดูเอาเอง เครื่องโรตารี่กินน้ำมันเครื่องมากกว่าเครื่องยนต์ปกติเกือบทุกแบบ เช็กกำลังอัดหากไม่อยากได้ RX-8 ที่มีชิ้นส่วนเน่าใน และต้องใช้เงินซ่อมกันพอสมควร ระดับน้ำมันเครื่องเป็นเรื่องสำคัญของเครื่องยนต์รอบจัด 13B รุ่นแรกๆ มีหัวฉีดแค่สองทำให้เกิดปัญหา แต่รุ่นหลังๆ เครื่องยนต์ถูกปรับให้มีถึงสามหัวฉีด ทำให้ปัญหาเรื่องจ่ายเชื้อเพลิงหมดไป.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://web.facebook.com/chang.arcom

 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    98.6%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement