เร่งสอบ สรุปปม 'น้องดีเจ' หายจากบ้าน เจ้าของสวนโอด ช่วยหากลับตกเป็นจำเลยสังคม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เร่งสอบ สรุปปม 'น้องดีเจ' หายจากบ้าน เจ้าของสวนโอด ช่วยหากลับตกเป็นจำเลยสังคม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 17:31
51,020 ครั้ง


ทีมสอบสวน สภ.วิชิต เร่งสืบค้นหลักฐาน เชื่อมโยง 'จิ๊กซอว์' สรุปการหายตัวของน้องดีเจ ว่าพลัดหลงเอง หรือมีคนพาไป ล่าสุดนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ ด้านเจ้าของสวนโอด ตกเป็นจำเลยสังคม ทั้งที่ช่วยค้นหา...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 ก.พ. ทีมสอบสวน สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ได้ย้อนกลับเข้าไปยังบริเวณสวนผลไม้ของนายไพโรจน์ เทพบุตร อายุ 60 ปี ถ.200 ปี ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดที่พบตัวน้องดีเจ หรือ ด.ช.เจษฎากร ไชโย อายุ 3 ขวบ 9 เดือน ที่หายตัวออกจากบ้านพักย่าน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็นเวลาร่วม 6 วัน ก่อนทีมค้นหาจะไปพบตัวอยู่ในป่าลึกห่างจากบ้านพักกว่า 5 กม. เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา และถูกนำตัวเข้ารักษาที่ห้องผู้ป่วยวิกฤติกุมารเวชกรรม ชั้น 4 ตึกคุณพุ่ม รพ.วชิระภูเก็ต ในเวลาต่อมา เพื่อตรวจสอบ-บันทึกภาพและค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมนำมาประกอบกับคำให้การของพยานบุคคลต่างๆ เช่น สมาชิกในครอบครัวของน้องดีเจ อาทิ แม่ ตาและยาย หรือ นายไพโรจน์ เจ้าของสวนผลไม้ หน่วยกู้ภัย มูลนิธิกระจกเงา เป็นต้น โดยมีนายไพโรจน์ เป็นผู้นำเดินสำรวจและชี้จุดที่พบตัวน้องดีเจในครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 ก.พ. และมาพบอีกครั้งในวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งใช้เวลาในการเดินสำรวจพื้นที่กว่า 3 ชม.

นายไพโรจน์กล่าวว่า หลังจากพบตัวน้องดีเจในพื้นที่สวนผลไม้ของตนเอง ทำให้สังคมหรือคนที่รู้จักกับตนเองมองว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของน้อง ซึ่งตนเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยมีเพื่อนฝูงโทรมาสอบถาม เพราะสังคมอาจจะโทษ หรือเชื่อว่าตนเป็นผู้กระทำหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ที่ผ่านมาตนเองให้ความร่วมมือในการค้นหาและในการสอบสวนมาโดยตลอด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาสอบถาม จะเข้ามายังสวนเมื่อไรก็ได้ โชคดีที่น้องไม่เสียชีวิตบริเวณจุดที่พบตัว มิฉะนั้นตนเองจะตกเป็นจำเลยหรือผู้ต้องสงสัยทันที และจากนี้ไปเมื่อน้องหายดีและสามารถพูดคุยได้ ก็จะได้รู้กันแล้วว่า ใครเป็นผู้นำเด็กเข้ามาในป่าหรือมาในสวนของตนเอง หรือเด็กเดินพลัดหลงเข้ามา



ขณะที่ทีมสอบสวน ได้เร่งเก็บและหาพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อนำมาเชื่อมโยงกับสมมติฐาน ที่มีการตั้งเป็นโจทย์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะต้องหาหลักฐานมาเพื่อหักล้างข้อสงสัยและเป็นการตัดประเด็นการสอบสวนออกไป สำหรับประเด็นหรือตัวบุคคล ผู้ต้องสงสัยที่ไม่เกี่ยวข้อง ประกอบการการตรวจสอบพื้นที่ที่มีการพบตัวน้องดีเจ เพื่อสรุปหรือตัดประเด็นการพลัดหลงจากบ้านพักมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด และเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด โดยขณะนี้ทีมสอบสวนได้หลักฐานบางอย่าง ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดริมถนนใกล้ทางเข้าบ้านพักของน้องดีเจ เป็นภาพในวันเดียวกันก่อนที่คนในครอบครัวจะรู้ว่าน้องดีเจหายไปไม่เกิน 1 ชม. แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของภาพว่าใช่หรือไม่ ขณะเดียวกันเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่บริเวณริมถนนสายใกล้บ้านพักของน้องดีเจ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานสำคัญในการเชื่อมต่อกับพยานแวดล้อมและพยานบุคคล

หนึ่งในทีมสอบสวนเปิดเผยว่า การสอบปากคำพยานบุคคลและพยานแวดล้อมเดินหน้าไปมากแล้ว เหลือแต่สืบค้นพยานหลักฐานต่างๆ มาเชื่อมโยง เพื่อนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย กรณีถ้าพบหลักฐานการกระทำความผิด และถ้ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงอย่างที่มีการสงสัยกัน การตั้งข้อหาสามารถดำเนินการไปได้ถึงข้อหาพยายามฆ่า-กักขังหน่วงเหนี่ยว และลักพาตัว ทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน ส่วนการสอบถามน้องดีเจนั้น จะมีสหวิชาชีพเข้าร่วมในการพูดคุยสอบถาม เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการสอบสวนเช่นกัน โดยขณะนี้ยังไม่มีการรับเป็นคดี

ด้าน นพ.เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต กล่าวถึงอาการของน้องดีเจว่า ขณะนี้อาการของน้องดีขึ้นตามลำดับ แต่แพทย์ยังคงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยยังคงให้น้ำดื่ม แต่ยังคงงดอาหาร เนื่องจากต้องรอแผลที่กระเพาะอาหารหายดีก่อน โดยน้องสามารถพูดคุยได้แล้ว ซึ่งมีสมาชิกในครอบครัวหมุนเวียนเข้ามาเยี่ยมอาการกันในเวลาที่กำหนดให้เยี่ยม ระหว่างเวลา 11.00-12.00 น. และเวลา 18.00-20.00 น. ของทุกวัน โดยจะมีแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์พึ่งได้ คอยดูแลผู้ที่จะเข้ามาเยี่ยมน้องดีเจอย่างใกล้ชิดเช่นกัน ซึ่งน้องยังคงต้องนอนรักษาตัว เพื่อดูอาการข้างเคียงต่างๆ อีกสักระยะ จนกว่าทุกอย่างจะกลับสู่สภาพปกติ ถึงจะอนุญาตให้ออกจาก รพ.ได้.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    5.2%
  • ไม่ชอบ
    4.0%
  • สนุก
    4.4%
  • ประหลาดใจ
    5.0%
  • เสียใจ
    2.3%
  • ให้กำลังใจ
    79.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement