‘สมยศ’ หาเลขาสมาคมบอล-เลื่อนแข่งลีกภูมิภาค ด.2 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

‘สมยศ’ หาเลขาสมาคมบอล-เลื่อนแข่งลีกภูมิภาค ด.2

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ก.พ. 2559 14:30
6,295 ครั้ง


“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่นายกสมาคมฟุตบอลฯคนใหม่ วอนสโมสรสมาชิก ให้ความร่วมมือ เพื่อเดินหน้าพัฒนาวงการฟุตบอลไทย เผยมีหลายคนเป็นตัวเลือกคั่วตำแหน่งเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯส่วนการแข่งขันในลีกภูมิภาคให้เลื่อนออกไปก่อน และจะมีการแบ่งทีมจัดโซนกันใหม่ด้วย ด้านการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เร่งคณะกรรมการกลางฯส่งหลักฐานการเลือกตั้งภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นจะถือเป็นโมฆะ ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะตรวจสอบกรณีคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ ยื่นหนังสือขอให้พิจารณาการทำหน้าที่ของคณะกรรมการกลางที่ฝ่าฝืนระเบียบ และข้อบังคับของสมาคมฯด้วยเช่นกัน คาดทราบผลภายในวันที่ 15 ก.พ.

หลังจากที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯคนใหม่ ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าที่นายกสมาคมฟุตบอลคนใหม่ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าสิ่งที่พวกเราและทีมงานได้ร่วมกันทำด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละและอดทน สามารถเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลของประเทศไทยครั้งยิ่งใหญ่ นับแต่นี้พวกเราทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมใจกันทำให้วงการฟุตบอลไทยเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปอย่างมั่นคงและถาวร ให้สมกับที่ประชาชนคนไทยตั้งความหวัง และคาดหวังในตัวพวกเราทุกคน ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนผม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือสนับสนุนผม และทีมงานตลอดไป ผมและทีมงานสัญญาว่าจะร่วมกันทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

สำหรับนโยบายในการจัดการแข่งขันในลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 นั้น คงต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน เนื่องจากต้องการที่จะแบ่งโซนภูมิภาคออกมาใหม่ทั้งหมด เพราะอยากจะให้เกิดความเท่าเทียมกันในแต่ละโซน อาทิ ภาคอีสานที่มีถึง 18 ทีม ซึ่งมากกว่าโซนอื่นๆ ก็อาจจะแบ่งย่อยเป็น 2 โซน โซนละ 9 ทีม เพื่อที่จะประหยัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และจะให้มีการจับสลากประกบคู่นัดแรกใหม่ทั้งหมด ส่วนสโมสรใดที่เล่นเกมแรกไปแล้ว ก็จะทำการยกเลิกผลทั้งหมด ซึ่งจะเรียกทั้งหมดมานั่งร่วมประชุมกันเรื่องวางสิทธิประโยชน์ให้ทีม ด.2 ด้วย

“แผนงานของเราที่เตรียมไว้นั้น เราจะให้ค่าเดินทางกับทีมในดิวิชั่น 1 หากออกไปเป็นทีมเยือนทีมละ 1 แสนบาท ส่วนดิวิชั่น 2 ให้ทีมละ 5 หมื่นบาท เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย รวมทั้งจะมีการหารือกับทีมในไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 ในเรื่องของการขายของที่ระลึกต่อปี จะให้ทั้งทุกทีมแบ่งเปอร์เซ็นต์การขายออกมารวมกัน เพื่อนำเม็ดเงินทั้งหมดไปกระจายสู่ทีมลีกภูมิภาค ให้ทุกสโมสรมีรายได้จากส่วนนี้อีกทางหนึ่งด้วย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ยุคใหม่นั้น ก่อนหน้านี้ได้มี 3 รายชื่อที่อยู่ในข่ายที่จะถูกเลือกอันประกอบไปด้วย “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบญจศิริวรรณ, “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก และบุคคลอีกรายซึ่งเป็นตัวเลือกของ พล.ต.อ.สมยศ นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่ามีผู้ที่อยากเข้ามาทำหน้าที่เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯอีกหลายราย โดยมีการแจ้งความจำนงกับว่าที่นายกสมาคมฟุตบอลคนใหม่เป็นการส่วนตัวด้วย ซึ่งในส่วนของ “บิ๊กป๋อม” ล่าสุด เจ้าตัวก็ได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่า ตนยังไม่ได้รับการทาบทามจากใคร ซึ่งคาดว่าเรื่อง ดังกล่าวคงจะเป็นเพียงแค่กระแสข่าวลือมากกว่า

วันเดียวกัน วิมล กาญจนะ ประธานลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ได้ออกหนังสือเรื่องของการแข่งขันฟุตบอล เอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ในสัปดาห์นี้ โดยมีข้อความว่า จากวันที่ 11 ก.พ.59 ได้มีการเลือกตั้งผู้บริหารสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยชุดใหม่ขึ้น ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขัน จึงเห็นควรให้เลื่อนการจัดการแข่งขันทั้ง 6 ภูมิภาค ในวันเสาร์ที่ 13 และวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ออกไป เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของการบริหารจัดการด้านนโยบายการแข่งขันฯ ของคณะบริหารสมาคมฟุตบอลชุดใหม่

ด้าน “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะนายทะเบียนกลางกล่าวว่า ถึงแม้ว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง จะชนะการเลือกตั้ง แต่ทว่าขั้นตอนยังไม่เสร็จสิ้น จากนี้คณะกรรมการกลาง จะต้องส่งเอกสารหลักฐานบันทึกการประชุมใหญ่พิเศษครั้งนี้ ให้ กกท. ซึ่งเป็นนายทะเบียนตรวจสอบความถูกต้องก่อนพิจารณาจดทะเบียนให้เป็นสมาคมกีฬาแห่ง–ประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมการกลางมีเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งก็จะตรงกับวันที่ 26 ก.พ. โดยประมาณ หากเกินระยะเวลาที่กำหนดแล้ว คณะกรรมการกลางยังไม่ส่งเอกสารมาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กกท. จะถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะได้ ขณะเดียวกัน กกท. ส่งทีมเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วยกัน 4 คน ซึ่งทีมดังกล่าวจะทำบันทึกรายงานถึงตนภายใน 7 วัน และจะนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วย ทว่าเบื้องต้นจากการพูดคุยเป็นการส่วนตัวยังไม่พบการกระทำผิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หากสโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ลงคะแนน เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ผิดระเบียบข้อบังคับ ตามพ.ร.บ. กกท. ฉบับปี 2558 เปิดโอกาสให้ยื่นฟ้องต่อนายทะเบียนได้ โดยจะต้องมีสโมสรสมาชิกสนับสนุน 1 ใน 10 ของจำนวนทั้งหมด และคณะกรรมการบริหารสมาคมที่มีสิทธิ์ลงคะแนน อีก 1 ใน 3 จึงจะสามารถทำได้ และจะต้องยื่นภายใน 15 วันนี้เช่นกัน

“ส่วนกรณีที่นายภาคิน จินาภักดิ์ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ ได้ยื่นหนังสือขอให้พิจารณาการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ กลางที่ฝ่าฝืนระเบียบ และข้อบังคับของสมาคมฯ นั้น จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเช่นกัน คาดว่าจะได้คำตอบภายในวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งในส่วนที่คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯยื่นเอกสารมา ไม่เข้าข่ายกรณีที่ยกตัวอย่าง จึงไม่จำเป็นต้องใช้กรอบเวลาตามที่กำหนด” นายสกลกล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    85.7%
  • ไม่ชอบ
    4.5%
  • สนุก
    8.4%
  • ประหลาดใจ
    0.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement