บริการข่าวไทยรัฐ

สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง ยกย่องพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำ ‘ปฏิวัติวงการดาราศาสตร์’!!

สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง นักฟิสิกส์และนักจักรวาลวิทยาชื่อดังที่สุดแห่งยุค กล่าวแสดงความยินดีกับเหล่านักวิทย์ที่พบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำเป็นครั้งแรก ชี้ถือเป็นการปฏิวัติวงการดาราศาสตร์ และเป็นหนทางใหม่ในการไขความลับจักรวาล

เมื่อ 13 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศ.สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง นักฟิสิกส์และนักจักรวาลวิทยาชื่อดัง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบีบีซี กล่าวแสดงความยินดีกับบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่พบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำได้เป็นครั้งแรก พร้อมกับยกย่องว่าการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำ สามารถที่จะปฏิวัติวงการดาราศาสตร์เลยทีเดียว

ศ.ฮอว์กกิ้ง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ คณะคณิตศาสตร์ประยุกต์และทฤษฎีฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในประเทศอังกฤษ กล่าวด้วยว่า คลื่นความโน้มถ่วง ถือเป็นหนทางใหม่ในการค้นหาความลับของจักรวาล ‘ความสามารถของนักวิทยาศาสตร์ที่ตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำได้นั้น ถือเป็นการปฏิวัติวงการดาราศาสตร์ โดยเป็นการพบครั้งแรกของหลุมดำหนึ่งหลุมที่มีสองระบบ และยังเป็นการสังเกตการณ์ครั้งแรกของหลุมดำสองหลุมที่รวมเข้าด้วยกัน’ ศ.ฮอว์กกิ้ง ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะยิ่งใหญ่ของโลกยุคนี้ กล่าว

ขณะเดียวกัน ศ.ฮอว์กกิ้ง ยังกล่าวกับนักข่าวบีบีซีว่า การที่นักวิทยาศาสตร์ของหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงที่แฮนฟอร์ด รัฐวอชิงตัน และลิฟวิงสตัน รัฐลุยเซียนา ตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำได้เป็นครั้งแรก ยังเป็นการตอกย้ำการคาดการณ์ของตนเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ที่เคยพูดที่ ม.เคมบริดจ์เมื่อปี 1970 ว่า พื้นที่ของหลุมดำในช่วงสุดท้าย จะมีขนาดใหญ่กว่า หลุมดำในช่วงแรกมาก

ทั้งนี้ การพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำ 2 หลุม ที่อยู่ไกลโพ้นจากโลก เป็นระยะห่างถึง 1,300 ล้านปีแสง ได้เดินทางมาถึงโลก โดยหอสังเกตการณ์ไลโก (LIGO) 2 แห่ง ที่แฮนฟอร์ด ในรัฐวอชิงตัน และลิฟวิงสตัน รัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐฯ สามารถตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำสองหลุมที่รวมเข้าด้วยกัน ได้เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 ก.ย.58 แต่เพิ่งมีการแถลงข่าวนี้เมื่อวันที่ 11 ก.พ.59 เนื่องจากต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างถ้วนถี่เพื่อความแน่นอนว่าเป็นคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำจริงๆ ที่สำคัญ ยังเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีของไอน์สไตน์ ที่คาดการณ์เอาไว้ในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปตั้งแต่ 100 ปีก่อน หรือปี ค.ศ.1915 เป็นเรื่องจริง

สำหรับ หลุมดำสองหลุม ซึ่งมีขนาดมวล 29 และ 36 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ ได้โคจรรอบกันและกันด้วยความเร็วสูงมากราวครึ่งหนึ่งของความเร็วแสง จากนั้นได้รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ และมีมวลสุดท้าย 62 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ โดยมวลที่หายไปนั้น ได้ขับดันให้ ‘กาล-อวกาศ’ โดยรอบเกิดการกระเพื่อม กลายเป็นคลื่นความโน้มถ่วงที่เดินทางไปในห้วงจักรวาล.

สุดดีใจ..นักวิทย์‘พบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำ’ครั้งแรก

การค้นพบครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยัน ‘ หลุมดำ’มีอยู่จริงในห้วงจักรวาลอ้นไกลโพ้น ห่างจากโลกถึง 1,300 ล้านปีแสง

ศ.เรเนอร์ เวียสส์ (ซ้าย) จากสถาบันเทคโนโลยีแมตซาชูเซตส์ (MIT) และดร. คิป ธอร์น แห่ง สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย(Caltech) สองผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ แถลงข่าวด้วยความดีใจ

ดีใจสุดๆ..เพราะอดทนเฝ้ารอกันมานานนับ 40 ปี กว่าจะพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำ

หอสังเกตการณ์ไลโก ที่แฮนฟอร์ด รัฐวอชิงตัน

หอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง (ไลโก) ที่ลิฟวิงสตัน รัฐลุยเซียนา

ภาพมุมสูงภายใน หอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง (ไลโก) แฮนฟอร์ด รัฐวอชิงตัน

ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ต้องพิสูจน์ได้...อุปกรณ์ภายในหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง

อุปกรณ์ในหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง (ไลโก)

นักวิทยาศาสตร์ที่หอสังเกตการณ์ไลโกที่ลิฟวิงสตัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฮือฮา! นักวิทย์พบ 'คลื่นความโน้มถ่วง' มีจริง พิสูจน์ทฤษฎี 100 ปี ของไอน์สไตน์