วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตะครุบสาวใหญ่นำดอลลาร์เก๊แลกเงินไทย แฉทำเป็นขบวนการ

ตำรวจกองปราบ แถลงข่าวจับกุม หญิงวัย 50 ชาวกาฬสินธุ์ นำธนบัตรดอลลาร์ปลอม ตระเวนแลกเงินจากธนาคาร จนท.เผย มีนายทุนหนุนหลัง เชื่ออาจมีการผลิตธนบัตรดอลลาร์ปลอมอยู่ในไทย...

วันที่ 13 ก.พ. 59 พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บังคับการกองปราบปราม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมแถลงผลการจับกุม นางสาวศศิธร วงศ์พระจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ในข้อหาการกระทำความผิดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรปลอม หรือได้มาซึ่งธนบัตรปลอม ซึ่งกระทำเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศและฉ้อโกง โดยสามารถจับได้บริเวณภายในสถานบริการน้ำมันเชลล์ ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางบัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

สืบเนื่องจาก ธนาคารในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม แจ้งความร้องทุกข์ว่า มีคนร้ายนำธนบัตรดอลลาร์ปลอม ใบละ 100 ดอลลาร์ ไปแลกกับธนาคาร ครั้งละ 10 ใบ โดยในช่วงแรกทางธนาคารได้นำเข้าเครื่องตรวจสอบเบื้องต้น แต่ไม่พบความผิดปกติว่าจะเป็นธนบัตรปลอม จึงให้แลกเป็นเงินไทย เป็นจำนวนกว่า 35,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ร่วมกับตำรวจกองปราบปราม ติดตามตัวผู้ต้องหา จนสามารถจับกุมได้ในสถานที่ดังกล่าว

นางสาวศศิธร รับสารภาพว่า รับเงินธนบัตรจำนวนดังกล่าว มาจากเครือข่ายของหญิงคนหนึ่งที่เรียกตนเองว่ามาดาม และอ้างว่าเป็นภรรยาของสมาชิกสภาจังหวัด หรือ ส.จ. ในเขตภาคอีสานตอนบน นอกจากนี้ ยังมีบุคคลอ้างตัวเป็นทหารนอกราชการจำนวนหนึ่งร่วมขบวนการอยู่ด้วย โดยช่วงเริ่มแรก ตนเป็นนายหน้าขายที่ดิน และได้รับการชักชวนให้นำเงินดอลลาร์ไปแลก เพื่อได้กำไรจากส่วนต่าง 10% ซึ่งก่อนที่จะกระทำการดังกล่าว ได้สอบถามทางนายทุน ได้ยืนยันว่าเป็นธนบัตรจริง ตนจึงรับทำการดังกล่าว โดยจะมีคนมารับตนที่บ้านและพาไปกดเงินที่ธนาคารต่างๆ วันเว้นวันต่อเนื่องกัน 5 ครั้ง ก่อนถูกจับกุม

ทั้งนี้ พ.ต.อ.พันธนะ กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจกองปราบปรามได้ขอธนบัตรจำนวนดังกล่าวจากธนาคารต่างๆ ที่ผู้ต้องหาแลกเงิน เพื่อไปตรวจสอบว่าธนบัตรดอลลาร์จำนวนนี้จะเป็นแบบเดียวกันกับที่ตำรวจกองปราบปรามเคยจับกุมได้ก่อนหน้านี้หรือไม่ และเชื่อว่าอาจจะมีการผลิตธนบัตรดอลลาร์ปลอมอยู่ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เพื่อขยายผลหาหลักฐานนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป.